ชูปี 64 ปีของผัก-ผลไม้สากล ส่งเสริมกินเพิ่มให้เพียงพอ

วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

ชูปี 64 ปีของผัก-ผลไม้สากล ส่งเสริมกินเพิ่มให้เพียงพอ


ที่โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิส คอนเวนชั่น นนทบุรี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ มูลนิธิชีววิถี และภาคีเครือข่าย จัดงานประชุมวิชาการเพื่อเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ประจำปี 2563 ในหัวข้อ “ก้าวไปข้างหน้า สร้างระบบเกษตรและอาหารที่ปลอดภัย” โดย นพ.ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประเทศไทยยังมีแนวโน้มของการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่ก่อให้เกิดปัญหาสารพิษตกค้างและเป็นอันตรายมากต่อสุขภาพของประชาชนทุกช่วงวัย รวมถึงพบสารพิษตกค้างในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งหากสะสมในร่างกายตั้งแต่ในครรภ์มารดา สู่ทารกแรกเกิดจะเป็นสาเหตุให้เกิดโรคมะเร็งในระยะยาว และโรคพาร์กินสันเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่และวัยสูงอายุ โดยการจัดงานในครั้งนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นในการเสนอแนะเชิงนโยบายไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกระตุ้นการกินผักและผลไม้ปลอดภัยให้เพียงพอเพิ่มขึ้น เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพดี

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และรักษาการผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า องค์การอนามัยโลกคาดประมาณว่า การเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งของประชากรโลกกว่า 5.2 ล้านคน เป็นผลมาจากการบริโภคผักและผลไม้ไม่เพียงพอ (WHO แนะนำให้กินผักและผลไม้วันละ 400 กรัมต่อวัน) โดยสหประชาชาติประกาศให้ปี 2564 เป็นปีส่งเสริมการกินผักและผลไม้สากล หรือ “International Year of Fruits and Vegetables, 2021”  โดยเน้นการสร้างความตระหนัก และพัฒนานโยบายที่ให้ความสำคัญกับคุณค่าทางโภชนาการและสุขภาพจากการกินผักและผลไม้ ลดปริมาณผักและผลไม้เหลือทิ้ง และการแบ่งปันแนวทางปฏิบัติที่ดีในการส่งเสริมการกินผักผลไม้ร่วมกัน ทั้งนี้ สสส. จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อส่งเสริมการกินผักและผลไม้ปลอดภัยอย่างเพียงพอ พร้อมผลักดันเป็นเป้าหมายระดับชาติในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ปี 2565 เพื่อนำไปสู่การสร้างความมั่นคงทางอาหาร และเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

“สสส. โดยแผนอาหารเพื่อสุขภาวะ สำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สนับสนุนภาคีเครือข่ายเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน เชื่อมโยงเป้าหมายและตัวชี้วัดระดับชาติ ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 เพื่อส่งเสริมให้คนไทยกินผักผลไม้ปลอดภัยอย่างเพียงพอเพิ่มขึ้น ช่วยลดปัญหาการเจ็บป่วยและการตายจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการกินอาหาร สนับสนุนให้เกิดการจัดการระบบอาหารเพื่อสุขภาวะ ประชาชนมีความรอบรู้ด้านการกินอาหารที่ดี ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนตลอดช่วงชีวิต เพิ่มเสถียรภาพและความมั่นคงทางด้านอาหารอย่างยั่งยืน ตลอดจนช่วยพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะยาว” ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าว

ดร.สิรินทร์ยา พูลเกิด อาจารย์ประจำสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า จากผลสำรวจสถานการณ์การกินผักและผลไม้ในประเทศไทย ปี 2562 พบว่ามีคนไทยเพียงร้อยละ 37.5 หรือประมาณ 4 ใน 10 คน กินผักผลไม้เพียงพอตามเกณฑ์แนะนำในแต่ละวัน ขณะที่เด็กวัยเรียนเพียง 2-3 คน จาก 10 คนเท่านั้นที่กินผักและผลไม้เพียงพอ นอกจากนี้พบว่ากลุ่มวัยผู้ใหญ่ กลุ่มคนโสด กลุ่มคนที่มีการศึกษาระดับมัธยมศึกษาหรือต่ำกว่า พนักงานเอกชน และกลุ่มที่มีรายได้ไม่เกิน 10,000 บาทต่อเดือน ยังเสี่ยงต่อการกินผักผลไม้ไม่เพียงพอมากกว่ากลุ่มอื่น ดังนั้นหากทุกภาคส่วนร่วมกันผลักดันทำให้ผักผลไม้ปลอดภัยและเข้าถึงได้ จะช่วยให้คนไทยกินผักผลไม้ได้เพียงพอเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกกลุ่มวัย




บริษัท สยามธุรกิจ แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด เลขที่​ 423 ถนนบอนด์สตรีท​ ต.บางพูด​ อ.ปากเกร็ด​ จ. นนทบุรี​ 11120
โทรศัพท์ 02-0377423 , 02-0477243 ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ