Sea to Farm ไอเดียไอดอล ‘เถ้าแก่น้อย’

วันจันทร์ที่ 08 กันยายน พ.ศ. 2557

Sea to Farm ไอเดียไอดอล ‘เถ้าแก่น้อย’


เชื่อว่านาทีนี้หากเอ่ยถึงชื่อ “เถ้าแก่น้อย” คงไม่มีใครไม่รู้จัก ด้วยครองตำแหน่งผู้นำในตลาดสาหร่ายแปรรูปที่มีมูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท มาโดยตลอด แม้ว่าจะมีผู้เข้าแข่งขันรายใหม่เข้ามาท้าชิงในตลาดอย่างต่อเนื่อง ก็ยังไม่มีใครสามารถโค่นเถ้าแก่น้อยลงจากบัลลังก์ได้
สำหรับเถ้าแก่น้อยเริ่มเข้าสู่ตลาดตั้งแต่ปี 2547 ดำเนินธุรกิจการผลิตขนมสาหร่าย ภายใต้แบรนด์ “เถ้าแก่น้อย” ด้วยคอนเซปต์ของการให้ นั่นคือ การให้สิ่งที่ดีที่สุด โดยให้ความรู้ในการบริโภคสาหร่ายเพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพกับลูกค้าอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน และจากความตั้งใจในการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ที่มีประโยชน์ออกสู่ตลาด ภายใต้คอนเซปต์ คือ การขยายจาก Sea to Farm
ดังนั้น จะเห็นได้ว่านอกจากผลิตภัณฑ์สาหร่ายแล้ว เถ้าแก่น้อยยังได้ต่อยอดด้วยการแตกไลน์ไปสู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นต๊อบคอร์น ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายข้าวโพดคั่วสดพรีเมี่ยม ภายใต้แนวคิด “Popcorn Beyond Imagination by ToB” เมื่อต้นปีที่ผ่านมา หรือการจับมือกับพันธมิตรธุรกิจอย่าง “พัฒน์พลัส” ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนชนิดพร้อมดื่ม ภายใต้แบรนด์ “คอลลี่ ดร.โทบิ”
หลังจากที่ร้านต๊อบคอร์นได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค มียอดขายสูงเกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้ นายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ด แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) จึงได้ต่อยอดความสำเร็จดังกล่าวด้วยการเปิดตัวข้าวโพดคั่วแบบซอง “เถ้าแก่ป๊อป” ภายใต้กลยุทธ์ Brand Synergy เป็นการผนึกกำลังของแบรนด์ที่แข็งแกร่งอย่างเถ้าแก่น้อย และสูตรเด็ดเคล็ดลับความอร่อยของต๊อบคอร์น สู่เถ้าแก่ป๊อป
แม้ว่าจะเป็นแบรนด์ใหม่ แต่จะลิงก์ถึงคำว่าเถ้าแก่น้อย เพราะคนเชื่อถือแบรนด์ของเรา เลยกลายมาเป็น ซับแบรนด์ “เถ้าแก่ป๊อป” และอยู่ ในเซ็กเมนต์ใหม่พรีเมี่ยมอีโคโนมี่ เบื้องต้นมี 2 รสชาติ คือ คาราเมล และคาราเมลเชดด้าชีส ราคา 20 บาท วางจำหน่ายผ่านร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ตั้งแต่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังจากนั้นจะกระจายให้ครบทุกช่องทางภายในพฤศจิกายน 2557
นอกจาก 2 รสชาติดังกล่าวแล้ว ยังมีแผนจะออกรสชาติใหม่ คือ รสสาหร่ายเถ้าแก่น้อย ส่วนปีหน้ามีแผนจะออกรสชาติใหม่ไตรมาสละ 1 รส และได้มีการลงทุนขยายไลน์การผลิตด้วยการซื้อเครื่อง จักร และปรับปรุงโรงงานที่จังหวัดปทุมธานี ในการผลิตข้าวโพดคั่วแบบซองเถ้าแก่ป๊อป ใช้งบลงทุนราวๆ 50 ล้านบาท
“ที่เข้าตลาดนี้ เพราะ 3 ปีก่อนกำลังการผลิตไม่พอ เลยเป็นแผนที่วางไว้ และปี 2 ปีนี้คนเริ่มนิยมกินป๊อปคอร์น จากกระแสต่างชาติ และผู้เล่นใหม่เข้ามา ทำให้ 2-3 ปีที่ผ่านมาตลาดป๊อปคอร์นโตเกิน 30% ขณะที่ตลาดสแน็กทรงๆ ครึ่งปีหลังตลาดป๊อปคอร์นโตสูงสุด ขณะที่ตลาดสแน็กติดลบ โดยปีที่แล้วตลาดป๊อปคอร์นโต 69% ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีที่ตลาดเป็นแบบนี้”
กลยุทธ์การทำตลาดของเถ้าแก่ป๊อปคือ การทำตลาดแบบ 360 องศา ทั้งการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย เพื่อสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ รวมถึงการใช้กลยุทธ์ดิจิตอล มาร์เก็ตติ้ง โดยการจัดกิจกรรมผ่านโซเชียล เน็ตเวิร์ก เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายหลักของเถ้าแก่ป๊อปจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นกับคนรุ่นใหม่
อย่างไรก็ตาม เถ้าแก่น้อยมีเป้าหมายจะเป็นเอเชีย แบรนด์ ภายใน 5 ปี และ 10 ปีเป็นโกลบอล แบรนด์ ส่งออกกว่า 100 ประเทศ จากปัจจุบัน 30 ประเทศ นับจากนี้เป็นต้นไป เนื่องจากจะมุ่งเน้นการส่งออกมากขึ้น โดยแต่ละปีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 1,000 ล้านบาท กว่า 50% เป็นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นอกจากนี้ อีก 3 ปีมีแผนจะเปิดโรงงานใหม่ที่นิคมอุตสาหกรรม โรจนะ บนเนื้อที่ 20 ไร่ ใช้งบลงทุน 500 ล้านบาท โดยโรงงานใหม่ของเราเพื่อเอามาขยายธุรกิจเดิม รองรับการเติบโตในตลาดต่างประเทศ และขยายแคธิกอรี่ ใหม่ๆ โดยอย่างแรกต้องมองก่อนว่า เรามีจุดแข็งตรงไหน จะทำให้เป็นจริงได้มั้ย และมีสเกลให้เราเข้าหรือเปล่า ไม่จำเป็นว่าจะเล็กหรือใหญ่ แต่ต้องมีศักยภาพ ซึ่งปีหน้ามีแผนจะออกแบรนด์ใหม่


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ