‘คอลลาเจน’ พร้อมดื่มเดือด ‘เถ้าแก่น้อย’ ตั้งเป้า 3 ปีล้มแชมป์

วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2557

‘คอลลาเจน’ พร้อมดื่มเดือด ‘เถ้าแก่น้อย’ ตั้งเป้า 3 ปีล้มแชมป์


ด้วยปัจจุบันผู้หญิงให้ความสำคัญในเรื่องการดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการมีผิวพรรณที่สวยงาม บ่งบอกถึงสุขภาพ ที่ดี จึงสรรหาสารพัดวิธีทั้งการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร การทา ครีมบำรุง การใช้เครื่องสำอางต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งผิวอย่างที่ต้องการ
เครื่องดื่มบำรุงผิวจึงกลายเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ปลอดภัย และง่ายต่อการดูแลผิวพรรณ แต่สิ่งสำคัญ คือ ต้องปลอดภัย ส่งผลให้เทรนด์การ ดื่มเครื่องดื่มประเภทบิวตี้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เพราะเชื่อว่าเมื่อบริโภคแล้วสามารถได้รับสารอาหารต่างๆ ในปริมาณที่เพียงพอ และไม่เป็นอันตราย โดยเฉพาะเครื่องดื่มคอลลาเจน ที่ได้รับความนิยมจากผู้หญิงมาเป็นลำดับแรกๆ
สำหรับตลาดฟังก์ชันนัลดริงก์มีมูลค่าตลาดรวมกว่า 4,000 ล้านบาท เป็นเครื่องดื่มคอลลาเจนถึง 30% หรือ 1,200 ล้านบาท มีผู้เล่นหลักๆ 5 ราย อาทิ สก๊อต, เซ็ปเป้ บิวติ ดริ้งค์, บลิ๊งค์ และวิสตร้า โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาตลาดมีการเติบโตเฉลี่ยปีละ 10-20% แต่สำหรับปีนี้คาดว่าจะเติบโตเป็นเลขหลักเดียวเท่านั้น เนื่องจากปัญหาทางเศรษฐกิจ
“สก๊อต” เป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักของตลาดเครื่องดื่มคอลลาเจน โดยในปีที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัว “สก๊อต คอลลาเจน-โอร่า” ทำให้ปัจจุบันมี 3 สูตรด้วยกัน คือ สก๊อต คอลลาเจน-คิว10, สก๊อต คอลลาเจน-เอ็ม วิธซิงค์ และสก๊อต คอลลาเจน-โอร่า
นายสมโภช ชวาลเวชกุล กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท สก๊อต อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ด้วยสก๊อตมีนโยบายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อยู่ ตลอด ทั้งไลน์สินค้าเดิม และการขยายไลน์สินค้าใหม่ นอกจากไลน์สินค้าเพื่อสุขภาพแล้ว ยังให้ความสำคัญกับไลน์สินค้าประเภทบิวตี้ด้วย โดยมีผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องดื่มคอลลาเจนเป็นสินค้าหลัก
ดังนั้น จึงได้พัฒนาสก๊อต คอลลาเจน-โอร่า ออกมาเพื่อต่อยอดความสำเร็จในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มคอลลาเจนที่เรามีอยู่ในปัจจุบัน เน้นตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของผู้หญิง และสร้างความหลากหลายให้กับสินค้า โดยเป็นเครี่องดื่มคอลลาเจนเพื่อช่วยให้ผิวกระจ่างใส ซึ่งเป็น เทรนด์ที่มาแรงที่สุดในขณะนี้ มุ่งเจาะกลุ่มผู้หญิง วัยเริ่มต้นทำงาน อายุระหว่าง 22-29 ปี ที่ต้องการดูแลสุขภาพตัวเอง โดยมีพลอย-เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ เป็นพรีเซ็นเตอร์
“เนื่องจากมองว่าพลอย-เฌอมาลย์เป็นไอดอลของผู้หญิงยุคใหม่ที่ใส่ใจในการดูแลสุขภาพผิวของตัวเอง ที่สำคัญจะมุ่งการทำตลาดไปยังสื่อออนไลน์ นอกเหนือจากการทำตลาดแบบ 360 องศา เพื่อให้เข้าถึงไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายที่นิยมใช้สื่อออนไลน์เป็นหลัก”
+ ผนึกกำลังปั้นแบรนด์ใหม่
ขณะที่ผู้เล่นรายใหม่อย่าง “คอลลี่ ดร.โทบิ” แม้จะเพิ่งเปิดตัวลงสู่ตลาด แต่ด้วยความที่อยู่ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท พัฒน์พลัส จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนผง ชงดื่มคอลลี่ และบริษัท ดร.โทบิ จำกัด ซึ่งเป็นของต๊อบ-อิทธิพัทธ์ เจ้าของสาหร่ายเถ้าแก่น้อย คง จะทำให้คู่แข่งหนาวๆ ร้อนๆ ได้
นายพีรพัฒน์ ลิขิตรัตน์เจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พัฒน์พลัส จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมมือกับบริษัท ดร.โทบิ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มวิตามินเพื่อสุขภาพ “ไวต้ามิก” ที่ไม่มีกาเฟอีน พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมภายใต้แบรนด์ “คอลลี่ ดร.โทบิ” ในกลุ่ม คอลลาเจนพร้อมดื่ม โดยนำจุดแข็งของทั้ง 2 ฝ่ายมาผนึกกำลังเพื่อต่อยอดธุรกิจ
ด้านนายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดร.โทบิ จำกัด กล่าวว่า ได้ร่วมกันคิดค้นในการพัฒนาสินค้า รวมถึงวางแผนสื่อสารทางการตลาดร่วมกันในทุกขั้นตอน เพื่อให้สินค้าออกมาตอบโจทย์ได้ตรงใจผู้บริโภคมากที่สุด
สำหรับคอลลี่ ดร.โทบิ เป็นผลิตภัณฑ์เสริม อาหารคอลลาเจนชนิดพร้อมดื่ม ขนาด 120 มล. ราคาขวดละ 49 บาท มุ่งเจาะกลุ่มผู้หญิงอายุระหว่าง 15-30 ปี ที่เริ่มดูแลตัวเองให้ความใส่ใจกับสุขภาพ โดยเฉพาะผิวพรรณ โดยวางงบการตลาดไว้กว่า 30 ล้านบาท สร้างการรับรู้กับกลุ่มเป้าหมายผ่านช่องทางโซเชียล มีเดียต่างๆ รวมถึงอิน-สตาแกรม เพื่อกระตุ้นให้เกิดความอยากรู้ หลังจากนั้นจะสร้างการรับรู้ในวงกว้างผ่านโฆษณา โดยมี ออม-สุชาร์ มานะยิ่ง ซึ่งเป็นนักแสดงที่กำลังได้รับความนิยมมาเป็นพรีเซ็นเตอร์
นอกจากนี้ จะมีการสร้างแฟนเพจของสินค้า และจัดกิจกรรมผ่านแฟนเพจใน face book/toptkn ที่มีสมาชิกถึง 1.4 ล้านราย เพื่อเป็นสื่อกลางในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง และได้เริ่มวางจำหน่ายที่เซเว่นอีเลฟเว่นทุกสาขาทั่วประเทศตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นช่องทางที่ตอบโจทย์ และตรงกับพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายหลัก ที่เน้นความสะดวก รวดเร็ว หาซื้อได้ง่าย หลังจากนั้นจะขยายไปยังช่องทางโมเดิร์นเทรดและร้านขายยา
ปัจจุบัน มีกำลังการผลิต 2 ล้านขวดต่อเดือน สามารถรองรับได้ 1 ปี และมีแผนจะส่งออกไปยังประเทศจีนและประเทศใกล้เคียง ซึ่งจะมีความชัดเจนไม่เกิน 2 ปีนี้ อย่างไรก็ตาม ได้ตั้งเป้ายอดขายคอลลี่ ดร.โทบิไว้ประมาณ 100 ล้านบาทภายในสิ้นปีนี้ และคาดว่าจะสามารถขึ้นเป็นผู้นำตลาดได้ภายใน 3 ปีข้างหน้านับจากนี้
+ ส่งอนันดาชวนสาวๆ ดูแลตัวเอง
ขณะที่ “เซ็ปเป้ บิวติ ดริ้งค์” ได้ฉีกแนวการทำตลาดจากเจ้าอื่น ด้วยการคว้า “อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม” มาเป็นแบรนด์ แอมบาสเดอร์ชายคนแรก ที่จะมาชวนสาวๆ ดูแลตัวเองให้สวยมากขึ้นกว่าเดิม ภายใต้งบกว่า 100 ล้านบาท โดยนายอดิศักดิ์ รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลยุทธ์การทำตลาดของเราจะเน้นการสื่อสารรูปแบบใหม่ผ่านแบรนด์ แอมบาสเดอร์ผู้ชาย เป็นผู้ชวนสาวๆ ดูแลตัวเองให้สวยดูดี และน่าสนใจ สร้างความมั่นใจให้กล้าแสดงความสวยในแบบฉบับของตัวเอง ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงก์สำหรับผู้หญิงที่มีความโดดเด่น ไม่เหมือนใคร
ทั้งนี้ มีกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ นักศึกษา คนวัยทำงานอายุ 18-35 ปี และผู้หญิงทุกคนที่ต้องการสวยดูดีในแบบของตัวเอง โดยจะใช้สื่อครอบคลุม 360 องศา ทั้งในรูปแบบออนไลน์ และออฟไลน์ คาดว่าจะกระตุ้นยอดขายให้แบรนด์เซ็ปเป้ บิวติ ดริ้งค์เพิ่มขึ้นประมาณ 800 ล้านบาท และจนถึงสิ้นปีนี้จะมีรายได้รวม 3,000 ล้านบาท หรือเติบโต 26%


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ