‘เมอร์ค’ จับกระแสสุขภาพเด็กพาเหรดสินค้าเสริมทัพกลุ่มยา

วันอังคารที่ 05 สิงหาคม พ.ศ. 2557

‘เมอร์ค’ จับกระแสสุขภาพเด็กพาเหรดสินค้าเสริมทัพกลุ่มยา


เมอร์คเปิดตัววิตามินแบบเคี้ยว “เซเว่นซีส์ กัมมี่” ตั้งเป้าขยายฐานสู่กลุ่มเด็กอายุ 4-10 ปี หวังชิงส่วนแบ่งตลาดวิตามินเด็ก 400 ล้าน พร้อมแย้มแผนฮับ AEC
นายปัญญา กิจเจริญการกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมอร์ค จำกัด กล่าวว่า ตลาดวิตามินเด็กใน ปัจจุบันประกอบด้วยสินค้า 3 รูปแบบหลัก คือ น้ำ เม็ดและเคี้ยว ซึ่งปีที่ผ่านมาการเติบโตของตลาดมาจากแบบเคี้ยวเป็นหลัก ด้วยอัตราการเติบโต 45% ในขณะที่แบบน้ำหดตัวลง 2-3% ต่อเนื่อง 5 ปีและแบบเม็ดไม่เติบโต
โดยตลาดรวมปี 2556 มีมูลค่าประมาณ 400 ล้านบาทและมีการเติบโต 45% เมื่อเทียบกับปี 2555 ส่วนในปีนี้คาดว่าตลาดจะเติบโตได้ไม่น้อยกว่า 10%
ล่าสุด บริษัทจึงตัดสินใจเปิดตัวสินค้า “เซเว่นซีส์ กัมมี่” ซึ่งเป็นวิตามินแบบเคี้ยว โดยวางกลุ่มเป้าหมายไว้เป็นเด็กอายุ 4-10 ปี เนื่องจากเป็นกลุ่มต่อเนื่องจากวิตามินแบบน้ำซึ่งบริษัททำตลาดอยู่ก่อนแล้ว อีกทั้งยังเป็น กลุ่มที่มีฐานลูกค้ากว้างกว่ามาก โดยได้เลือก ธัญญาเรศและน้องลียา เองตระกูล เป็นพรีเซ็นเตอร์ เพื่อเจาะกลุ่มมารดา ที่มีบุตรอายุ 4-10 ปี ทั่วประเทศ พร้อมกันนี้ยังใช้สื่อทั้ง บีโลว์ เดอะ ไลน์ และ อะเบิฟ เดอะไลน์ อาทิ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อในร้านค้าและออนไลน์รวมไปถึงการจัดโปรโมชั่น ต่างๆ
“การทำการตลาดอย่างเต็มที่ในครั้งนี้เนื่องจากตัวเซเว่นซีส์ กัมมี่ นั้นจดทะเบียนเป็นอาหาร ซึ่งเปิดโอกาสให้บริษัทสามารถทำการตลาดได้หลากหลายกว่าวิตามินแบบน้ำที่ต้องจดทะเบียนเป็นยาซึ่งมีข้อจำกัดในการทำการตลาดหลายประการ”
นอกจากการใช้สื่อแล้วบริษัทยังดำเนินกลยุทธ์ในส่วนของร้านยาอีกด้วย โดยใช้ช่องทางเภสัชกรซึ่งมีการให้ความรู้ความเข้าใจผ่านงานอบรมสัมมนา
จากการเปิดตัวสินค้าและทำการตลาดในครั้งนี้บริษัทคาดว่า ภาพรวมของแบรนด์เซเว่นซีส์จะเติบโตไม่น้อยกว่า 20% ในระยะเวลา 1 ปี พร้อมกันนี้บริษัทมีแผนที่จะพัฒนาสินค้าสำหรับกลุ่มเด็กอายุ 4-10 ปี ต่อไปอีก 4 ปี เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดนี้
ปีที่ผ่านมาในประเทศไทยบริษัทมีรายได้ 2 พันล้านบาท ในอัตราส่วนเคมีภัณฑ์และยาที่ 50% เท่ากัน สำหรับปี 2557 นี้คาดว่าเศรษฐกิจปลายปีจะช่วยให้ผลประกอบการของบริษัทจะเติบโตขึ้น 4-8%
“การเติบโตของบริษัทจะเกี่ยว ข้องโดยตรงกับ GDP ของประเทศ เนื่องจากลูกค้าหลักของสินค้าเคมีภัณฑ์เป็นโรงงานอุตสาหกรรม ส่วนสินค้ายาจะผูกกับโรงพยาบาลเป็น หลัก”
ด้านกำลังการผลิตในโรงงานปัจจุบันมีเพียงพอต่อความต้องการสินค้าแล้วจึงยังไม่มีแผนลงทุนเพิ่มเติม แต่กำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนเพื่อรองรับการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียนหรือเออีซี โดยมีความเป็นไปได้ที่บริษัทจะลงทุนสร้างโรง งานย่อยสำหรับผลิตสินค้าบางกลุ่มเพื่อลดต้นทุนการผลิตและรองรับความต้องการที่มากขึ้น


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ