คลินิกความงามกรำศึกเร่งสปีด ชิงเค้ก 2 หมื่นล้าน

วันอังคารที่ 05 สิงหาคม พ.ศ. 2557

คลินิกความงามกรำศึกเร่งสปีด ชิงเค้ก 2 หมื่นล้าน


ด้วยพฤติกรรมของคนไทยที่ให้ความสำคัญกับความสวยความงามมา เป็นอันดับต้นๆ ทำให้ธุรกิจคลินิกความงามในเมืองไทยยังคงขยายตัว 10- 15% ท่ามกลางการแข่งขันที่ร้อนระอุ โดยภาพรวมของธุรกิจคลินิกความงามมีมูลค่าตลาดรวมสูงถึง 2 หมื่นล้านบาท
+ ผนึกพันธมิตรชูสุดยอดนวัตกรรม
พ.ญ.ของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์ กรรมการผู้จัดการ ของขวัญคลินิก เปิดเผยว่า ในแต่ละปีจะมีชาวต่างชาติเข้ามาใช้บริการศัลยกรรม และใช้บริการทางด้านความงามในไทยไม่ต่ำกว่า 150,000 คน ปัจจุบันตลาดคลินิกความงามมีมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท มีคลินิกความงามที่จดทะเบียนแล้วไม่ต่ำกว่า 3,000 ราย เพิ่มขึ้นจาก 5 ปีก่อนที่มีอยู่ 2,000 ราย ส่งผลให้ตลาดมีการแข่งขันมากขึ้น โดยเฉพาะการทำโปรโมชั่น และการตัดราคา
“สิ่งที่เราทำมาโดยตลอดจะเป็นเรื่องของนวัตกรรมใหม่ที่ไม่เหมือนใคร เพื่อเป็นอีกทางเลือกให้แก่ลูกค้า สำหรับประเทศไทย จุดเด่นของเราคือ การพัฒนาด้านการศัลยกรรม และกึ่งศัลยกรรม มีความละเอียด สวยงาม สะดวก รวดเร็ว เจ็บน้อย ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ลูกค้าต้องการมากที่สุด ในแบบความงามด้านกึ่งศัลยกรรมแบบเจ็บตัวน้อยกว่าแต่ผลลัพธ์ชัดเจน”
ล่าสุด บริษัทได้ผนึกกับพันธมิตรอีก 6 ประเทศ เพื่อก่อตั้ง “คอสเมติกส์ เมดิคัล เซอร์วิส เฟิร์สท อิน เอเซีย” เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นเมดิคัล ฮับในเอเชีย ภายใน 3 ปีจากนี้ ในการนำสุดยอดนวัตกรรมในแต่ละประเทศมาร่วมกัน
เริ่มต้นจากความร่วมมือกับเกาหลีใต้ ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านนวัตกรรมความงาม ความร่วมมือกับเยอรมนี โดยร่วมกับวิลลา เมดิก้า ซึ่งเป็นประเทศที่มีความเชี่ยวชาญด้านเซลล์บำบัด เซลล์สังเคราะห์ ความร่วมมือกับอิตาลี ร่วมกับไบโอแฮร์ ซึ่งโดดเด่นเรื่องเครื่องมือแพทย์ความงามและการทำทรีตเมนต์ ความร่วมมือกับฝรั่งเศส ร่วมกับเพอร์ เฟคต้า มีชื่อเสียงด้านครีมบำรุงผิว หรือสารกึ่งสังเคราะห์ เช่น ฟิลเลอร์ ความร่วมมือกับสิงคโปร์ ร่วมกับเอวีเซล ที่เป็นศูนย์กลางการวิจัยเซลล์ต้นกำเนิดแห่งเอเชีย และความร่วมมือกับสหรัฐอเมริกา ร่วมกับโกลด์ เทรด ที่เป็นผู้นำวิทยาการด้านการแพทย์เพื่อฟื้นฟูสภาพผิว
พ.ญ.ของขวัญ กล่าวว่า ไทยมีศักยภาพและความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางการให้บริการด้านสุขภาพและความงาม จากความเชี่ยวชาญของ แพทย์ ราคา และการบริการต่างๆ ที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้มาใช้บริการในประเทศ และยิ่งเราได้ผนึกกับพันธมิตรจาก 6 ประเทศนี้แล้ว มั่นใจว่าจะยิ่งเพิ่มศักยภาพทำให้ดึงลูกค้าต่างชาติมาใช้บริการคลินิกความงามในไทยมากขึ้น โดยในส่วนของของขวัญคลินิก คาดหวังว่าสัดส่วนลูกค้าต่างชาติจะเพิ่มขึ้นเป็น 35% จากปัจจุบัน 10%
ในโอกาสที่ได้ดำเนินการมาครบ 8 ปี จึงได้ทุ่มงบกว่า 200 ล้านบาทในการรีแบรนด์ของขวัญคลินิกทั้ง 14 สาขา ให้เป็นรูปแบบใหม่ทั้งหมด นำเข้าเครื่องมือ และรุกด้านนวัตกรรมในส่วนของการ ทำทรีตเมนต์กึ่งศัลยกรรม เพื่อตอบโจทย์ให้กับ กลุ่มลูกค้ายุคใหม่ที่มีความต้องการสวยแบบไม่ต้องการเจ็บตัวมาก ส่วนแผนการขยายสาขาไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อรอง รับเออีซี ของขวัญคลินิกได้รับความสำเร็จกับการเปิดสาขาเวียงจันทน์ สปป.ลาว มาแล้วประมาณ 3-4 ปี และปีนี้มีแผนร่วมมือกับ “วิลล่า เมดิคัล” เพื่อขยายสาขาในฟิลิปปินส์ รวมทั้งที่อินโดนีเซียด้วย
“เรามั่นใจว่าผลประกอบการของบริษัทในปีนี้จะอยู่ที่ราว 600 ล้านบาท เติบโต 25% เพิ่มจากปีที่แล้วที่ทำได้ 450 ล้านบาท และคาดว่าในช่วง 1 ปีนับจากนี้เมื่อร่วมมือกับพันธมิตรแล้ว รายได้จากลูกค้าต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นเป็น 100 ล้านบาท”
+ กระแสดาราดันยอดคนอยากสวย
นายพลัฏฐ์ พฤกษ์ปาริชาติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออเธนทิค คลินิก เปิดเผยว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปตามแนวคิด “แฟชั่นมีเดีย มาร์เก็ตติ้ง” โดยเน้นการปรับรูปลักษณ์ และเสริมความงามตามศิลปินดารากันมากขึ้น โดยเห็นว่าความสวยงามเป็นมูลค่าเพิ่มให้กับการดำเนินชีวิตประจำวันของตนเองได้ โดยเฉพาะคนไข้ในกลุ่มวัยรุ่นที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป ที่ปัจจุบันนิยมใช้บริการคลินิกเสริมความงามกันมากขึ้น
“ภาพรวมธุรกิจสุขภาพและความงามในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว และเติบโตไม่ต่ำกว่า 100% ประกอบกับกระแสแฟชั่นมีเดีย มาร์เก็ตติ้ง ยิ่งกระตุ้นให้คนไทยใช้บริการคลินิกความงามพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับการศัลยกรรมที่เติบโตช้าราว 10-20% เนื่องจากมีข้อจำกัดเกี่ยวกับบุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการศัลยกรรมด้านต่างๆ”
ปัจจุบัน ออเธนทิค คลินิก เปิดให้บริการ 3 สาขา คือ แจ้งวัฒนะ สุขุมวิท และลาดพร้าว และจะเพิ่มขึ้นเป็น 5 สาขาภายในสิ้นปีนี้ โดยใช้งบลงทุนกว่า 10 ล้านบาทต่อสาขา เพื่อรองรับ และจะทำการสื่อสารการตลาดไปยังกลุ่มคนไข้เป้าหมายเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งปัจจุบันมีฐานสมาชิกกว่า 100,000 ราย
สำหรับการเปิดเออีซี จะมีประโยชน์ต่อธุรกิจสุขภาพและความงามในประเทศไทย เพราะตลาดจะใหญ่ขึ้นมาก และแพทย์ไทยก็เป็นที่ยอมรับในเรื่องความสามารถและบริการ จึงคาดว่าหลังการเปิดเออีซี คนไข้จากต่างประเทศจะเพิ่มจำนวนขึ้น ในส่วนของออเธน-ทิคมีลูกค้าต่างชาติเข้ามาใช้บริการ 3-5% อาทิ เวียดนาม ลาว สิงคโปร์ และมาเลเซีย เป็นต้น
“เราจะเสริมบุคลากรทางการแพทย์ เพราะปัจจุบันยังมีไม่เพียงพอต่อความต้อง การของตลาด ที่สำคัญคือปัญหาเรื่องภาษาสากลที่ใช้ในการสื่อ สาร ซึ่งจะต้องมีการเพิ่มทักษะทางด้านภาษาอังกฤษให้กับบุคลากรของคลินิก เพื่อรองรับการบริการกลุ่มคนไข้จากต่างประเทศ”
+ ต่อยอดธุรกิจขยายไลน์สกินแคร์
ขณะที่ นางขวัญฤทัย ดำรงค์วัฒนโภคิน กรรมการผู้จัดการ รมย์รวินท์ คลินิก กล่าวว่า ได้ต่อยอดธุรกิจความงาม ด้วยการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสกินแคร์ เพราะตลอด 10 ปีที่ผ่านมามีธุรกิจความงามเปิดให้บริการเพิ่มขึ้นมาก และมองว่าทิศทางการเติบโตของธุรกิจไม่ได้จำกัดแค่การ รักษาในคลินิกเท่านั้น ตัวผลิตภัณฑ์ความงามเอง ก็มีโอกาสเติบโต จึงได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ให้เหมาะกับสภาพผิวมาโดยตลอด ปีที่แล้วจึงได้ เปิดเคาน์เตอร์แบรนด์ของรมย์รวินท์ขึ้นเป็นแห่งแรกที่เดอะมอลล์ บางกะปิ ซึ่งได้รับการตอบรับดี และมีแผนจะขยายสาขาเพิ่มอีก 2-3 แห่ง แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย คือ พื้นที่และศักยภาพของบุคลากร
สำหรับปีนี้ได้จัดแคมเปญ “รมย์รวินท์ ไอ แอม บิวตี้” เจาะกลุ่มผู้หญิงวัยเริ่มต้นทำงานที่ต้อง การดูแลสุขภาพผิวของตัวเอง โดยมี “พลอย-เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์” มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกในรอบ 10 ปี ภายใต้งบกว่า 70 ล้านบาทในการทำตลาดแบบครบวงจร คาดว่าสิ้นปีนี้ยอดขายจะเติบโต 25%


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ