การฟาดฟันของรสชาติผงปรุงรส 6 พันล้านผงาด

วันอังคารที่ 08 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การฟาดฟันของรสชาติผงปรุงรส 6 พันล้านผงาด


เมื่อผู้บริโภคเกิดการเรียนรู้ ทำให้สินค้าอาหารหลายชนิดเสื่อมความนิยมลงไป เช่นผงชูรส ที่เคยอยู่คู่ครัวไทย เพราะเชื่อกันว่าจะทำให้รสชาติอาหารกลมกล่อมขึ้น แต่มายุคหลังทัศนคติเหล่านั้นก็ปรับเปลี่ยนไป ผงชูรสกลายเป็นผู้ร้ายบนจานอาหารของใครหลายคน
แต่พื้นฐานของคนเรายังคงต้องการรับประทาน อาหารที่อร่อย และทุกวันนี้เราก็ยังมองหาความสะดวกในการปรุงอาหาร หน้าที่นั้นจึงกลายเป็นของผงปรุงรส ที่ค่อยๆ เข้ามาแทนที่ผงชูรส ที่แม้ว่ายังอยู่ในตลาด โดยเฉพาะในร้านอาหาร แต่สำหรับตลาดบ้านเรือนแล้ว ผงปรุงรสเป็นสินค้าที่ค่อยๆเข้ามาแทนที่ และบางบ้านอาจจะมีทั้งสองอย่างด้วยซ้ำไป ขณะที่บางบ้านอาจจะไม่ใช้สินค้าเหล่านี้เลย
+ ผงชูรสอดีตที่เคยโชติช่วง
สารปรุงแต่งเพื่อช่วยเพิ่มรสชาติอาหารที่รู้จักกันในนาม “ผงชูรส” (Monosodium Glutamate: MSG) คิดค้นในประเทศญี่ปุ่น และเข้ามาในเมืองไทยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยปัจจุบัน “อายิโนะโมะโต๊ะ” ยังครองความเป็นผู้นำตลาดประมาณ 90% จากตลาดรวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท สำหรับแบรนด์รองอย่าง “ไทยชูรส” ซึ่งมียอดขายกว่า 1 พันล้านบาทต่อปี ก็นับเป็นผู้เล่นรายสำคัญ รวมทั้งราชาชูรสและอายิโนะทาการะ ซึ่งแม้จะมีส่วนแบ่งตลาดไม่มากนัก แต่ด้วยความเป็นตลาดใหญ่ หากทำได้แค่ 1% ก็เท่ากับ 100 ล้านบาทแล้ว
ทั้งนี้ แม้ว่าตลาดผงชูรสในประเทศไทยจะเติบโตเพียง 2-3% เท่านั้น แต่ทุกรายก็มีแผนการขยายตลาดไปยังตลาดเกิดใหม่ใกล้บ้าน อย่าง พม่า ลาว กัมพูชาด้วย กล่าวได้ว่าแม้พฤติกรรมครัวไทยจะผลักไสไล่ส่งผงชูรสให้ห่างออกไปแต่ก็ยังมีทั้งตลาดร้านอาหารและเพื่อนบ้านคอยรองรับ นับเป็นตลาดที่ยังไปได้รุ่ง ทั้งนี้ เจ้าตลาดอย่าง “อายิโนะโมะโต๊ะ” ยังทำการพลิกตลาดครั้งสำคัญด้วยการนำ “อูมามิ” เข้ามาทำตลาดเพื่อฟื้นภาพลักษณ์ของผงชูรส
+ ‘รสดี’ ฉลอง 35 ปีเจ้าตลาด
ผลิตภัณฑ์ผงปรุงรสกลายเป็นสิ่งที่เข้ามาทำหน้าที่สร้างความอร่อยให้กับเมนูในครอบครัวไทย ด้วยความที่คิดค้นสูตรที่มีส่วนผสมจากเนื้อสัตว์ด้วย ทำให้ภาพลักษณ์ของสินค้าเป็นที่ยอมรับ อีกทั้งรสชาติที่หลากหลาย สามารถปรุงได้สารพัดเมนู ยิ่งเข้ามาเป็นทางเลือกให้ครอบครัวชอบสะดวก ภายใต้เวลาอันจำกัด และต้องยอมรับว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะทำอาหารได้อร่อย ผงปรุงรสเหล่านี้จึงเข้ามาเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมในที่สุด
ตลาดผงปรุงรสมีมูลค่ารวมประมาณ 6 พันล้านบาท มีทั้งแบบก้อนและแบบผง เจ้าตำรับผงชูรสจากฝั่ง “อายิโนะโมะโต๊ะ” ยังครองความเป็นผู้นำตลาดจากผลิตภัณฑ์ “รสดี” รองลงมาคือคนอร์ และฟ้าไทย
ล่าสุด ในโอกาสครบรอบ 35 ปีของผลิตภัณฑ์ “รสดี” โดย บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดงานขอบคุณลูกค้า ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาด และเดินหน้าครองแชมป์ผลิตภัณฑ์ผงปรุงรส
+ เดินหน้ารักษาแชมป์
นายวิชัย ชัยปินชนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า รสดีเป็นผงปรุงรสแบรนด์แรกในประเทศ ไทย วางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อปี 2522 ด้วยรสไก่ จากนั้นได้พัฒนาอีกหลากหลายรสชาติเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในหลากหลาย ความชอบ ด้วยจุดเด่นที่สามารถเพิ่มรสอร่อยกลมกล่อมให้กับทุกเมนู ทั้งต้ม ผัด แกง และทอด ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ 3 รสชาติ ได้แก่ รสหมู รสไก่ และรสเนื้อ
ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ผงปรุงรส รสดี ครองความเป็นที่ 1 ในตลาดผงปรุงรสต่อเนื่องมายาวนานด้วยส่วนแบ่งตลาดประมาณ 70%
ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าตลาดผงปรุงรสในปีนี้จะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการบริโภคที่มากขึ้น ทั้งฝั่งครัวเรือนและร้านอาหาร ซึ่งรสดียังคงเน้นเรื่องคุณภาพของสินค้า โดยการคัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ผงปรุงรส รสดี ที่สามารถใช้ได้กับทุกเมนู
สำหรับการจัดงานครบรอบ 35 ปี ผลิตภัณฑ์รสดี ได้จัดงานเลี้ยงขอบคุณลูกค้าประจำปี 2557 และในโอกาสนี้ ได้มีการแนะนำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด คนใหม่ คุณวีระชัย ธีรภาพพจนกุล
+ เจ้าซุปก้อนลุยหนักไปถึงโจ๊ก
ด้าน “คนอร์” จากกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหาร บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำอยู่ในตลาดซุปก้อนมาอย่างยาวนาน ก็ยังเดินหน้าบุกตลาดด้วยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของผู้บริโภคทั่วไปและร้านค้า โดยปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์คนอร์ในประเทศไทยดำเนินธุรกิจอยู่ใน 3 ตลาดหลัก ได้แก่ ตลาดผลิตภัณฑ์ปรุงรส คือ ผงปรุงรส-ซุปก้อน ตลาดโจ๊ก และคนอร์สูตรสำเร็จ
ล่าสุด “คนอร์ คัพโจ๊ก” เป็นผู้นำตลาดโจ๊กกึ่งสำเร็จรูปในประเทศไทยที่มีมูลค่า 1.7 พันล้านบาท ได้เดินสายแนะนำและเสิร์ฟ “คนอร์ คัพโจ๊ก ไข่ฟู-หมู” ใหม่ล่าสุดจากตระกูลคนอร์ คัพโจ๊ก ให้กับหนุ่มสาววัยทำงานในย่านสีลม โดยในช่วงแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ จะมีการแจกชิม “คนอร์ คัพโจ๊ก ไข่ฟู-หมู” ในซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำให้กับผู้บริโภค รวมกว่า 400,000 คนทั่วประเทศ
นับเป็นเส้นทางการแข่งขันที่คึกคักทั้งในสื่อโฆษณา สื่อออนไลน์ และกิจกรรมเดินสายเข้าหา ผู้บริโภค สิ่งที่น่าจับตามองคือรูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่แต่ละฝ่ายต่างคิดค้นและพัฒนาให้ตรงใจผู้บริโภค รับรองว่าเราจะยังได้เห็นสินค้าสูตรใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง เพราะการทำอาหารกับคนไทย เป็นเรื่องที่แยกกันไม่ขาด แม้จะหันไปรับประทานอาหารนอกบ้านกันมากขึ้น แต่ร้านอาหารนอกบ้านก็เป็นตลาดสำคัญของผลิตภัณฑ์เหล่านี้เช่นกัน


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ