Toggle navigation
วันพุธ ที่ 8 เมษายน 2569
หน้าแรก
ข่าวสาร
วิเคราะห์-บทความ-ต่างประเทศ
ประกัน
ยานยนต์
การเงิน-ธนาคาร
หุ้น-กองทุนรวม
อสังหาริมทรัพย์
พลังงาน-คมนาคม-โลจิสติกส์
อุตสาหกรรม-เออีซี-เอสเอมอี
ไอที
การศึกษา-กทม
การตลาด-ซีเอสอาร์
เกษตรยุคใหม่-ภูมิภาค
บันเทิง
ขายตรง
ประชาสัมพันธ์
PR NEWS -ข่าวประชาสัมพันธ์
ไลฟ์สไตล์
ท่องเที่ยว
แฟชั่นโซไซตี้-ดูดวง
ช๊อป-ชิม-ชิล
สุขภาพ-ความงาม
วิดีโอ-คลิปข่าว
E-Book
นสพ. สยามธุรกิจ
ติดต่อเรา
สามารถส่งข้อมูล ข่าวสาร ทางอีเมลล์ : siamturakijonlinenews@gmail.com และ สำหรับฝ่ายโฆษณา ทางอีเมลล์ : siamturakijadvertising@gmail.com
หน้าแรก
การตลาด-อีคอมเมิร์ซ
ร้านค้า{apos}สุขภาพ{apos}คึก หน้าใหม่รุมแชร์ 2 หมื่นล้าน
ร้านค้า{apos}สุขภาพ{apos}คึก หน้าใหม่รุมแชร์ 2 หมื่นล้าน
วันอังคารที่ 07 มกราคม พ.ศ. 2557
Tweet
ปี 2556 นี้นับเป็นปีที่ตลาดร้านขายยามีความคึกคักเป็นพิเศษด้วยผู้เล่นที่เพิ่มขึ้นในตลาดอย่างรวดเร็ว ได้ทำให้มูลค่าตลาดขยับตัวเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีแนวโน้มว่าในปีหน้าจะมีผู้เล่นจากต่างประเทศเข้ามายังตลาดร้านขายยาไทยมากขึ้นอีก
นางสาวเบญจมาศ ต้องประสิทธิ์ กรรมการบริหาร บริษัท ซูรูฮะ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมตลาดร้านยาในประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง ทั้งยังถือเป็นตลาดชั้นนำของภูมิภาคอาเซียนที่มีการตื่นตัวและเติบโตอย่างเห็นได้ชัด
โดยในปี 2556 นี้ตลาดรวมมีมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 15-20% ต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมาและมีแนวโน้มที่จะเติบโตได้ดีในอนาคต การเติบโตนี้เป็นผลมาจาก 2 ปัจจัย คือ การทำงานของ ทั้งฝ่ายชายและหญิง ซึ่งทำให้ผู้คนมีเวลาน้อยลง จึงหันมาใช้บริการร้านขายยามากกว่าโรงพยาบาลในกรณีเจ็บป่วยเล็กน้อยและกระแสรักสุขภาพ
สอดคล้องกับความเห็นของเภสัชกร ธวัชชัย ลิขิตาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฮลท์ ซัพพอร์ท เฮ้าส์ จำกัด เจ้าของ แบรนด์ "เฮลธิแมกซ์" (Healthy Max) ซึ่งกล่าวว่า เทรนด์ด้านสุขภาพได้กระตุ้นความสนใจของผู้บริโภคให้หันมาสนใจสุขภาพของตน จนเกิดเป็นตลาดที่มีศักยภาพในเชิงธุรกิจ
สำหรับการแข่งขันพบว่า ในช่วงที่ผ่าน มามีผู้เล่นใหม่ในตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มสุขภาพและความงาม ซึ่งในกลุ่มตลาด Segment เดียวกันนี้จะประกอบด้วยแบรนด์หลัก เช่น วัตสัน, บู๊ทส์ และแบรนด์ใหม่ อาทิ เอ็กซ์ต้า ในเซเว่น อีเลฟเว่น โอเกนกิ ของบริษัทเบอร์ลี่ยุคเกอร์ เป็นต้น
จากแนวโน้มการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดร้านยานี้ทำให้ผู้เล่นแต่ละรายต้องวางกลยุทธ์ของตนเองอย่างรัดกุมพร้อมชูจุดเด่นของแบรนด์ให้ผู้บริโภคได้รับรู้
+ ซูรูฮะเน้นร้านค้าเป็นมิตร
โดยในด้านกลยุทธ์ของบริษัทซูรูฮะ นางสาวเบญจมาศ อธิบายว่า ได้วางตำแหน่งให้แบรนด์เป็นอันดับหนึ่งในด้านความพึงพอใจของลูกค้า รวมถึงตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพในธุรกิจสุขภาพและความงามในแบบ One Stop Shop ping ด้วยการเน้นใน 3 จุด คือ สินค้า บริการและบรรยากาศในร้าน
สำหรับกลยุทธ์สินค้าบริษัทได้จัดมุม จำหน่ายสินค้าประเภทของชำและเครื่องใช้ในครัวเรือนภายในร้าน เพื่อให้ผู้บริโภค สามารถซื้อสินค้าที่จำเป็นได้ในการใช้บริการ ครั้งเดียว
โดยแบ่งเป็นหมวดอาหารเสริมและยา 30% กลุ่มเครื่องสำอาง 30% ขณะที่ส่วนที่เหลือจะเป็นสินค้าเบ็ดเตล็ด 40% โดยแบ่งสัดส่วนเป็นสินค้านำเข้า 30% และสินค้าภายในประเทศ 70% โดยมีการปรับเปลี่ยนตามความต้องการของลูกค้าในแต่ ละพื้นที่
บริษัทยังให้ความสำคัญกับการบริการภายในร้าน ด้วยการจัดให้มีบริการ เกี่ยวกับสุขภาพและความงาม เช่น การตรวจวัดความดัน การทดลองและสอนแต่งหน้า เป็นต้น
ทั้งนี้ บริษัทยังมุ่งเป้าให้ร้านเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน จึงพยายามสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรกับผู้บริโภคให้มากที่สุด เช่น การใช้ป้ายแนะนำสินค้าหรือแจ้งโปรโมชั่นที่รวมถึงการทำ point of pur-chase ที่เป็นการเขียนและวาดด้วยมือ เพื่อให้เกิดความรู้สึกเป็นกันเอง ซึ่งกลยุทธ์นี้บริษัทได้นำมาทดแทนการตกแต่งร้านตามฤดูกาลที่ยังไม่สามารถใช้ได้ในประเทศไทย
ในส่วนของงบการตลาดบริษัทวางไว้มากกว่าปีที่ผ่านมาคิดเป็น 5-10% ของยอดขายที่ตั้งไว้ เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ซึ่งด้วยกลยุทธ์เหล่านี้บริษัทคาดว่าจะสามารถมีรายได้ถึง 300 ล้านบาท ในปี 2556 และสร้างความประทับ ใจให้แก่ผู้บริโภคที่มาใช้บริการได้เป็นอย่างดีและนำไปสู่ความรักในแบรนด์ซูรูฮะ
นางสาวเบญจมาศ กล่าวว่า หลังจาก ที่บริษัทดำเนินธุรกิจร้านซูรูฮะ ซูเปอร์ ดรักสโตร์ ในประเทศไทยมากว่า 2 ปี ปัจจุบัน บริษัทได้เปิดบริการแล้ว 13 สาขา ได้แก่ เกต เวย์เอกมัย, ดิจิตอลเกต เวย์ สยามสแควร์, ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์, ซีคอนบางแค, ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต, อาคารมิดทาวน์อโศก, อาคารจัสมินซิตี้, พิคคาเดลีแบงค์ค็อก สุขุมวิท 77, อาคารสาธรซิตี้
รวมถึงสาขาในต่างจังหวัดที่ศูนย์การค้าเจพาร์คศรีราชา, นิคมสหพัฒน์ศรีราชา, พรอมเมนาดา เชียงใหม่, แหลมทองระยอง พลาซ่า โดยใช้งบลงทุน 10-20 ล้านบาทต่อสาขา บนพื้นที่ตั้งแต่ 100-1,000 ตารางเมตร
อย่างไรก็ตาม แม้บริษัทจะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยได้ไม่นาน แต่สามารถครองส่วนแบ่งของตลาดได้ประมาณ 2% จากมูลค่าตลาดรวม 2 หมื่นล้านบาท
+ เฮลธิแมกซ์ชูมาตรฐานคุณภาพ
นอกจากแบรนด์ร้านยาจากต่างประเทศที่ทำตลาดในไทยอย่างคึกคักแล้ว ร้านยาสัญชาติไทยเองเริ่มมีการขยายตลาดอย่างจริงจังเช่นเดียวกับ "เฮลธิ แมกซ์" ที่ได้เปิดสาขานอกโรงพยาบาลเป็นครั้งแรกในปีนี้
เภสัชกร ธวัชชัย กล่าวว่า บริษัทได้ดำเนินกิจการร้านเพื่อสุขภาพ เฮลธิแมกซ์ มาเป็นเวลา 17 ปี นับตั้งแต่ปี 2539 โดยเริ่มจากการตั้งร้านในโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และปัจจุบันมีสาขาทั้งสิ้น 4 สาขา ประกอบด้วย โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ 2 สาขา โรงพยาบาลพระราม 9 และศูนย์การค้าพาราไดซ์พาร์ค
แม้แนวทางของบริษัทจะไม่เน้นที่การขยายสาขา แต่ในไตรมาสแรกบริษัทมีแผนที่จะขยายสาขาเพิ่มอีกอย่างน้อย 1 สาขา
ทั้งนี้ จากการที่ "เฮลธิแมกซ์" เป็นส่วนหนึ่งในโรงพยาบาลมานานจึงได้รับแนว คิดด้าน "มาตรฐานคุณภาพ" มาด้วย โดยได้รับการรับรองเป็นร้านยาคุณภาพในปี 2546
โดยคุณภาพที่บริษัทให้ความสำคัญคือ บริการการให้ความรู้แก่ลูกค้าที่มาใช้บริการทั้งด้านที่เกี่ยวกับยาและอุปกรณ์ทาง การแพทย์เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าในระยะยาว นอกจากนี้ บริษัทยังได้วางแผนยกระดับการบริการสู่การเป็นที่ปรึกษาด้านสุขภาพแก่ลูกค้าอีกด้วย
"เนื่องจากธุรกิจยานั้นมีผู้เล่นรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย เช่น ไฟเซอร์ อิงค์และเมิร์ค แอนด์โก การสร้างความแตกต่างด้วย สินค้าในธุรกิจร้านยาจึงเป็นเรื่องยาก บริษัทจึงเลือกที่จะให้ความสำคัญกับการบริการ ที่มีคุณภาพมากกว่าคู่แข่งในตลาดเพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างแบรนด์"
สำหรับสินค้าภายในร้านจะแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม โดยนอกจากยาและอาหารเสริมแล้ว ยังมีอุปกรณ์สำหรับดูแลสุขภาพ, ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและสินค้านวัตกรรม เช่น อุปกรณ์ออกกำลังกาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าระดับพรีเมี่ยมที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานของรัฐ รวมถึงแบรนด์ จากต่างประเทศ เช่น Lynae จากอเมริกา, Roc จากฝรั่งเศส และ Facial Plus จากอังกฤษ เป็นต้น
"บริษัทได้วางตำแหน่งของแบรนด์ไว้ในจุดที่จะไม่แข่งขันกับผู้เล่นรายอื่นในเชิงธุรกิจ เช่น การขยายสาขาหรือกลยุทธ์ด้านราคา แต่จะเน้นแข่งขันกับตนเองเพื่อเพิ่มคุณภาพอันเป็นจุดเด่นหลักของแบรนด์ ให้มากที่สุด ซึ่งสุดท้ายแล้วความสำเร็จที่ได้จะช่วยให้เฮลธิแมกซ์มีเอกลักษณ์ที่สามารถแข่งขันกับผู้เล่นรายอื่นๆ ได้"
+ วัตสันไม่หวั่นย้ำภาพผู้นำต่อ
นางสาวนวลพรรณ ชัยนาม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เซ็นทรัลวัตสัน จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดสุขภาพและความงามในปีนี้ยังเติบโตดี แม้ว่ากลุ่มลูกค้าทั่วไป (แมส) จะมีการชะลอซื้อบ้าง แต่ส่วนของกลุ่มกลาง-บน (พรีเมี่ยม) ยังใช้จ่ายตามปกติ ส่วนการแข่งขันของร้านเพื่อสุขภาพและความงาม จากผู้เล่นหน้าใหม่ที่เปิดตัวมากขึ้นในปีนี้ ทำให้การแข่งขันคึกคักขึ้น ขณะเดียวกัน ถือว่าเป็นการขยายตลาดร้านเพื่อสุขภาพและความงามด้วย เนื่องจากที่ผ่านมา คนไทยยังรู้จักร้านเหล่านี้น้อยมาก และเมื่อรู้จักแล้ว แบรนด์ที่ลูกค้าจะเลือกใช้บริการ ก็ต้องเป็น แบรนด์ที่ลูกค้าคุ้นเคย มีสาขาครอบคลุม และเชื่อมั่นต่อแบรนด์ ซึ่งวัตสันคาด ว่ามีความพร้อมในเรื่องดังกล่าว
สำหรับวัตสัน ผู้บุกเบิกและผู้นำในตลาดร้านเพื่อสุขภาพและความงามในเมืองไทย เปิดตลาดมา 17 ปีแล้ว พบว่า ผู้บริโภคมีความรู้จักร้านเพื่อสุขภาพและความงามเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา จนทำให้ตลาดเติบโตอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับวัตสัน ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 1.5 ล้านราย และเป็น กลุ่มที่มีการใช้จ่ายสูงอย่างต่อเนื่อง โดยวัตสันยังมีกลยุทธ์การตลาดและการบริหารสินค้า เพื่อสร้างการเติบโตและครอง ใจลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยปีหน้าจะใช้งบโฆษณาเพิ่ม 10% โดยเน้นการใช้สื่อใหม่ในกลุ่ม New Media เป็นหลัก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
The Associated Press
MALEE โชว์กลยุทธ์ปี 69 ลุย 'Malee Applie...
...
ไฮเออร์ ประเทศไทย อัดงบปี 69 กว่า 1.2 พั...
...
บิ๊กซี ผนึก พันธมิตรธุรกิจ จัด แคมเปญ “ร...
...
“ส.ขอนแก่น” ทุ่มงบ 50 ล้านบาทเปิดแคมเปญใ...
...
ถอดกลยุทธ์ "ป่าล้อมเมือง" "Yes Yang" แบร...
...
บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ
×
เว็บไซต์ “สยามธุรกิจ” ใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และ นโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)
กดยอมรับ