ร้านค้า{apos}สุขภาพ{apos}คึก หน้าใหม่รุมแชร์ 2 หมื่นล้าน

วันอังคารที่ 07 มกราคม พ.ศ. 2557

ร้านค้า{apos}สุขภาพ{apos}คึก หน้าใหม่รุมแชร์ 2 หมื่นล้าน


ปี 2556 นี้นับเป็นปีที่ตลาดร้านขายยามีความคึกคักเป็นพิเศษด้วยผู้เล่นที่เพิ่มขึ้นในตลาดอย่างรวดเร็ว ได้ทำให้มูลค่าตลาดขยับตัวเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีแนวโน้มว่าในปีหน้าจะมีผู้เล่นจากต่างประเทศเข้ามายังตลาดร้านขายยาไทยมากขึ้นอีก
นางสาวเบญจมาศ ต้องประสิทธิ์ กรรมการบริหาร บริษัท ซูรูฮะ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมตลาดร้านยาในประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง ทั้งยังถือเป็นตลาดชั้นนำของภูมิภาคอาเซียนที่มีการตื่นตัวและเติบโตอย่างเห็นได้ชัด
โดยในปี 2556 นี้ตลาดรวมมีมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 15-20% ต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมาและมีแนวโน้มที่จะเติบโตได้ดีในอนาคต การเติบโตนี้เป็นผลมาจาก 2 ปัจจัย คือ การทำงานของ ทั้งฝ่ายชายและหญิง ซึ่งทำให้ผู้คนมีเวลาน้อยลง จึงหันมาใช้บริการร้านขายยามากกว่าโรงพยาบาลในกรณีเจ็บป่วยเล็กน้อยและกระแสรักสุขภาพ
สอดคล้องกับความเห็นของเภสัชกร ธวัชชัย ลิขิตาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฮลท์ ซัพพอร์ท เฮ้าส์ จำกัด เจ้าของ แบรนด์ "เฮลธิแมกซ์" (Healthy Max) ซึ่งกล่าวว่า เทรนด์ด้านสุขภาพได้กระตุ้นความสนใจของผู้บริโภคให้หันมาสนใจสุขภาพของตน จนเกิดเป็นตลาดที่มีศักยภาพในเชิงธุรกิจ
สำหรับการแข่งขันพบว่า ในช่วงที่ผ่าน มามีผู้เล่นใหม่ในตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มสุขภาพและความงาม ซึ่งในกลุ่มตลาด Segment เดียวกันนี้จะประกอบด้วยแบรนด์หลัก เช่น วัตสัน, บู๊ทส์ และแบรนด์ใหม่ อาทิ เอ็กซ์ต้า ในเซเว่น อีเลฟเว่น โอเกนกิ ของบริษัทเบอร์ลี่ยุคเกอร์ เป็นต้น
จากแนวโน้มการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดร้านยานี้ทำให้ผู้เล่นแต่ละรายต้องวางกลยุทธ์ของตนเองอย่างรัดกุมพร้อมชูจุดเด่นของแบรนด์ให้ผู้บริโภคได้รับรู้
+ ซูรูฮะเน้นร้านค้าเป็นมิตร
โดยในด้านกลยุทธ์ของบริษัทซูรูฮะ นางสาวเบญจมาศ อธิบายว่า ได้วางตำแหน่งให้แบรนด์เป็นอันดับหนึ่งในด้านความพึงพอใจของลูกค้า รวมถึงตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพในธุรกิจสุขภาพและความงามในแบบ One Stop Shop ping ด้วยการเน้นใน 3 จุด คือ สินค้า บริการและบรรยากาศในร้าน
สำหรับกลยุทธ์สินค้าบริษัทได้จัดมุม จำหน่ายสินค้าประเภทของชำและเครื่องใช้ในครัวเรือนภายในร้าน เพื่อให้ผู้บริโภค สามารถซื้อสินค้าที่จำเป็นได้ในการใช้บริการ ครั้งเดียว
โดยแบ่งเป็นหมวดอาหารเสริมและยา 30% กลุ่มเครื่องสำอาง 30% ขณะที่ส่วนที่เหลือจะเป็นสินค้าเบ็ดเตล็ด 40% โดยแบ่งสัดส่วนเป็นสินค้านำเข้า 30% และสินค้าภายในประเทศ 70% โดยมีการปรับเปลี่ยนตามความต้องการของลูกค้าในแต่ ละพื้นที่
บริษัทยังให้ความสำคัญกับการบริการภายในร้าน ด้วยการจัดให้มีบริการ เกี่ยวกับสุขภาพและความงาม เช่น การตรวจวัดความดัน การทดลองและสอนแต่งหน้า เป็นต้น
ทั้งนี้ บริษัทยังมุ่งเป้าให้ร้านเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน จึงพยายามสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรกับผู้บริโภคให้มากที่สุด เช่น การใช้ป้ายแนะนำสินค้าหรือแจ้งโปรโมชั่นที่รวมถึงการทำ point of pur-chase ที่เป็นการเขียนและวาดด้วยมือ เพื่อให้เกิดความรู้สึกเป็นกันเอง ซึ่งกลยุทธ์นี้บริษัทได้นำมาทดแทนการตกแต่งร้านตามฤดูกาลที่ยังไม่สามารถใช้ได้ในประเทศไทย
ในส่วนของงบการตลาดบริษัทวางไว้มากกว่าปีที่ผ่านมาคิดเป็น 5-10% ของยอดขายที่ตั้งไว้ เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ซึ่งด้วยกลยุทธ์เหล่านี้บริษัทคาดว่าจะสามารถมีรายได้ถึง 300 ล้านบาท ในปี 2556 และสร้างความประทับ ใจให้แก่ผู้บริโภคที่มาใช้บริการได้เป็นอย่างดีและนำไปสู่ความรักในแบรนด์ซูรูฮะ
นางสาวเบญจมาศ กล่าวว่า หลังจาก ที่บริษัทดำเนินธุรกิจร้านซูรูฮะ ซูเปอร์ ดรักสโตร์ ในประเทศไทยมากว่า 2 ปี ปัจจุบัน บริษัทได้เปิดบริการแล้ว 13 สาขา ได้แก่ เกต เวย์เอกมัย, ดิจิตอลเกต เวย์ สยามสแควร์, ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์, ซีคอนบางแค, ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต, อาคารมิดทาวน์อโศก, อาคารจัสมินซิตี้, พิคคาเดลีแบงค์ค็อก สุขุมวิท 77, อาคารสาธรซิตี้
รวมถึงสาขาในต่างจังหวัดที่ศูนย์การค้าเจพาร์คศรีราชา, นิคมสหพัฒน์ศรีราชา, พรอมเมนาดา เชียงใหม่, แหลมทองระยอง พลาซ่า โดยใช้งบลงทุน 10-20 ล้านบาทต่อสาขา บนพื้นที่ตั้งแต่ 100-1,000 ตารางเมตร
อย่างไรก็ตาม แม้บริษัทจะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยได้ไม่นาน แต่สามารถครองส่วนแบ่งของตลาดได้ประมาณ 2% จากมูลค่าตลาดรวม 2 หมื่นล้านบาท
+ เฮลธิแมกซ์ชูมาตรฐานคุณภาพ
นอกจากแบรนด์ร้านยาจากต่างประเทศที่ทำตลาดในไทยอย่างคึกคักแล้ว ร้านยาสัญชาติไทยเองเริ่มมีการขยายตลาดอย่างจริงจังเช่นเดียวกับ "เฮลธิ แมกซ์" ที่ได้เปิดสาขานอกโรงพยาบาลเป็นครั้งแรกในปีนี้
เภสัชกร ธวัชชัย กล่าวว่า บริษัทได้ดำเนินกิจการร้านเพื่อสุขภาพ เฮลธิแมกซ์ มาเป็นเวลา 17 ปี นับตั้งแต่ปี 2539 โดยเริ่มจากการตั้งร้านในโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และปัจจุบันมีสาขาทั้งสิ้น 4 สาขา ประกอบด้วย โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ 2 สาขา โรงพยาบาลพระราม 9 และศูนย์การค้าพาราไดซ์พาร์ค
แม้แนวทางของบริษัทจะไม่เน้นที่การขยายสาขา แต่ในไตรมาสแรกบริษัทมีแผนที่จะขยายสาขาเพิ่มอีกอย่างน้อย 1 สาขา
ทั้งนี้ จากการที่ "เฮลธิแมกซ์" เป็นส่วนหนึ่งในโรงพยาบาลมานานจึงได้รับแนว คิดด้าน "มาตรฐานคุณภาพ" มาด้วย โดยได้รับการรับรองเป็นร้านยาคุณภาพในปี 2546
โดยคุณภาพที่บริษัทให้ความสำคัญคือ บริการการให้ความรู้แก่ลูกค้าที่มาใช้บริการทั้งด้านที่เกี่ยวกับยาและอุปกรณ์ทาง การแพทย์เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าในระยะยาว นอกจากนี้ บริษัทยังได้วางแผนยกระดับการบริการสู่การเป็นที่ปรึกษาด้านสุขภาพแก่ลูกค้าอีกด้วย
"เนื่องจากธุรกิจยานั้นมีผู้เล่นรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย เช่น ไฟเซอร์ อิงค์และเมิร์ค แอนด์โก การสร้างความแตกต่างด้วย สินค้าในธุรกิจร้านยาจึงเป็นเรื่องยาก บริษัทจึงเลือกที่จะให้ความสำคัญกับการบริการ ที่มีคุณภาพมากกว่าคู่แข่งในตลาดเพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างแบรนด์"
สำหรับสินค้าภายในร้านจะแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม โดยนอกจากยาและอาหารเสริมแล้ว ยังมีอุปกรณ์สำหรับดูแลสุขภาพ, ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและสินค้านวัตกรรม เช่น อุปกรณ์ออกกำลังกาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าระดับพรีเมี่ยมที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานของรัฐ รวมถึงแบรนด์ จากต่างประเทศ เช่น Lynae จากอเมริกา, Roc จากฝรั่งเศส และ Facial Plus จากอังกฤษ เป็นต้น
"บริษัทได้วางตำแหน่งของแบรนด์ไว้ในจุดที่จะไม่แข่งขันกับผู้เล่นรายอื่นในเชิงธุรกิจ เช่น การขยายสาขาหรือกลยุทธ์ด้านราคา แต่จะเน้นแข่งขันกับตนเองเพื่อเพิ่มคุณภาพอันเป็นจุดเด่นหลักของแบรนด์ ให้มากที่สุด ซึ่งสุดท้ายแล้วความสำเร็จที่ได้จะช่วยให้เฮลธิแมกซ์มีเอกลักษณ์ที่สามารถแข่งขันกับผู้เล่นรายอื่นๆ ได้"
+ วัตสันไม่หวั่นย้ำภาพผู้นำต่อ
นางสาวนวลพรรณ ชัยนาม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เซ็นทรัลวัตสัน จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดสุขภาพและความงามในปีนี้ยังเติบโตดี แม้ว่ากลุ่มลูกค้าทั่วไป (แมส) จะมีการชะลอซื้อบ้าง แต่ส่วนของกลุ่มกลาง-บน (พรีเมี่ยม) ยังใช้จ่ายตามปกติ ส่วนการแข่งขันของร้านเพื่อสุขภาพและความงาม จากผู้เล่นหน้าใหม่ที่เปิดตัวมากขึ้นในปีนี้ ทำให้การแข่งขันคึกคักขึ้น ขณะเดียวกัน ถือว่าเป็นการขยายตลาดร้านเพื่อสุขภาพและความงามด้วย เนื่องจากที่ผ่านมา คนไทยยังรู้จักร้านเหล่านี้น้อยมาก และเมื่อรู้จักแล้ว แบรนด์ที่ลูกค้าจะเลือกใช้บริการ ก็ต้องเป็น แบรนด์ที่ลูกค้าคุ้นเคย มีสาขาครอบคลุม และเชื่อมั่นต่อแบรนด์ ซึ่งวัตสันคาด ว่ามีความพร้อมในเรื่องดังกล่าว
สำหรับวัตสัน ผู้บุกเบิกและผู้นำในตลาดร้านเพื่อสุขภาพและความงามในเมืองไทย เปิดตลาดมา 17 ปีแล้ว พบว่า ผู้บริโภคมีความรู้จักร้านเพื่อสุขภาพและความงามเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา จนทำให้ตลาดเติบโตอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับวัตสัน ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 1.5 ล้านราย และเป็น กลุ่มที่มีการใช้จ่ายสูงอย่างต่อเนื่อง โดยวัตสันยังมีกลยุทธ์การตลาดและการบริหารสินค้า เพื่อสร้างการเติบโตและครอง ใจลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยปีหน้าจะใช้งบโฆษณาเพิ่ม 10% โดยเน้นการใช้สื่อใหม่ในกลุ่ม New Media เป็นหลัก


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ