โฟร์ฟูดส์ปั้น {apos}ไทเชฟ{apos} จากหลังบ้านสู่แบรนด์หน้าร้าน

วันอังคารที่ 07 มกราคม พ.ศ. 2557

โฟร์ฟูดส์ปั้น {apos}ไทเชฟ{apos} จากหลังบ้านสู่แบรนด์หน้าร้าน


รายงานพิเศษ
บนความเข้าใจพื้นฐานทั่วไป หากพูดถึงผงปรุงรส เราคงนึกถึงแบรนด์ หลักๆ อย่าง "คนอร์" และ "รสดี"
แต่หากลงรายละเอียดให้ลึกถึงนิยาม สามารถจำแนกผงปรุงรสออกมาได้ 2 แบบ คือ แบบที่ปรุงอาหารในครัวเรือน นั่นก็สินค้าในลักษณะของ "คนอร์" หรือ "รสดี" ที่เรารู้จักกันทั่วไป และอีกแบบที่อยู่ในชีวิตประจำวันที่เราเข้าถึงแต่ไม่เข้าใจ นั่นคือ "ผงปรุงอาหาร" ที่ใช้ในเชิงพาณิชย์ เช่นผงปรุงที่ใช้สำหรับไก่ทอด มันเกลียว ป็อปคอร์น ที่ขายตามตลาดนัด
ในความเคยชินกับการกินอาหารเหล่านี้ แต่เราก็มักจะไม่รู้จักมักคุ้นกับผงปรุงชนิดนี้ มันจึงเป็นตลาดใหม่ที่เต็มไปด้วยโอกาส เป็นเหตุผลหลักๆ ที่ทำให้ "สมเจตน์ ปัญจวัฒนางกูร" กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฟร์ ฟูดส์ จำกัด นักธุรกิจที่ทำงานเป็นหลังบ้านในการส่งผงปรุงให้กับโรงงานอุตสาหกรรมรายใหญ่ ตัดสินใจแตกไลน์แบรนด์ "ไทเชฟ" ออกมาบุกตลาดนี้เป็นเจ้าแรก
สำหรับสาเหตุที่กระโดดลงมาเล่นตลาดนี้ "สมเจตน์" เปิดเผยกับ "สยามธุรกิจ" ว่า บริษัทของเขาเปิดมา 11 ปี กำลังจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 12 ซึ่งที่ผ่านมาจะอยู่เบื้องหลังของสินค้าแบรนด์ดังๆ ใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นไลน์ไส้กรอก ลูกชิ้น ขนมขบเคี้ยว ผลิตภัณฑ์สำหรับแช่ปลาหมึก แช่ไก่ สินค้าที่บริษัทป้อนวัตถุดิบด้านการปรุงรสให้ อาทิ เลย์ ฟิชโช่ ทาโร่ ฯลฯ ถือเป็นการอยู่เบื้องหลัง และไม่มีใครรู้จัก
"ในไลน์การผลิตเราจะผลิตครั้งละเป็นตันๆ เพื่อส่งให้โรงงานอุตสาหกรรม แต่มา 2 ปีให้หลังมีเอสเอ็มอีเกิดใหม่ค่อนข้างมาก คือยิ่งเศรษฐกิจไม่ดี คนยิ่งมาเปิดธุรกิจในครัวเรือนของตัวเอง แต่เขาจะพยายามหาช่องทางเปลี่ยนแปลงหน้า ตาสินค้าให้ดูดีขึ้นเพื่อการแข่งขัน"
ที่ผ่านมา "โฟร์ฟูดส์" ผลิตผงปรุงเพิ่มรสชาติมาก่อน และเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ได้ขยายตลาดมากขึ้น อาทิ ผงปรุงรสสำหรับมันเกลียวหรือเฟรนฟรายด์ตามตลาดนัดที่ค่อนข้างจะฮิตมากในช่วง 2 ปีนี้ หรือ ป็อปคอร์น ที่สมัยก่อนจะมีแค่ 2 รสแต่ปัจจุบันมีกลิ่นชีส บาร์บีคิว หรือต้มยำ คือ เพิ่มรสให้เป็นทางเลือกเข้าไปอีก
"สมัยก่อนไก่ทอด ก็แค่ทอดแล้วก็จบไป แต่เดี๋ยวนี้พอทอดเสร็จก็จะเอามาโรยพิซซ่า โรยต้มยำ เป็นการเพิ่มหน้าตาให้ตัวสินค้าอร่อยขึ้น ให้ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น แม้กระทั่งเคเอฟซี ยังต้องเพิ่มรสชาติให้วงการอาหารมีสีสันมากขึ้น มันจึงเป็นโอกาสในการทำตลาดของเรา"
ด้วยความที่เราเป็นโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งผลิตผงปรุงขนาดหม้อเล็กที่สุดแล้วก็ยังมีขนาดถึง 250 กิโลกรัมจึงทำให้ลูก ค้ารายเล็กไม่สามารถเข้าถึงสินค้าได้ ก่อนหน้านี้จะมีพ่อค้าแม่ค้ามาขอซื้อหน้าโรง งานทีละ 1-2 กิโลกรัม ซึ่งแรกๆ ใช้ลักษณะ การแจก เพราะไม่สามารถตัดสต็อกได้ แต่เมื่อปริมาณที่เข้ามามากขึ้น จึงพิจารณาการเปิดแบรนด์ใหม่ สำหรับใช้ในธุรกิจเล็กๆ หรือในครัวเรือน และสร้างแบรนด์ "ไทยเชฟ" ขึ้นมา จากเดิมที่ผลิตส่งโรงงาน ป้อนเป็นวัตถุดิบโดยไม่ต้องจดทะเบียน มีเพียงสติกเกอร์แบรนด์โฟร์ฟูดส์
"พอเรามาทำเป็นแบรนด์ไทเชฟเราก็ลดไซส์ลงมาเป็นแพ็กละครึ่งกิโลกรัม เพื่อง่ายแก่การใช้ อย่างถ้าเราทำถุงละ 10 กิโล กรัม ถ้าเปิดเข้าเปิดออกด้วยความที่มันเป็น ผงจะมีโอกาสชื้นมาก สำหรับราคา ในส่วน ที่อยู่ตามร้านค้าจะอยู่ที่ 100-120 บาท ขึ้นอยู่กับทำเลด้วย อย่างบางทีซื้อมากหน่อยร้านค้าก็จะลดราคาลง แต่ราคาส่งมันไม่ถึงร้านค้าจะมีกำไรอยู่ประมาณ 20-30 บาท โดยตอนนี้เราผลิตออกมา 13 รสชาติ"
ในส่วนตลาดการแข่งขัน ยังไม่สูงมาก เพราะถือว่ายังเป็นรายแรกๆ ของตลาด ส่วนผู้ผลิตหน้าใหม่อาจจะไม่มีความพร้อม ดังนั้น บริษัทจึงมีความได้เปรียบทั้งจากประสบการณ์และการมีโรงงานของตัวเอง โดยปัจจุบัน สามารถประมาณ การได้ว่า "ไทเชฟ" มีส่วนแบ่งตลาดถึง 80% เนื่องจากคู่แข่งส่วนใหญ่จะเป็นผงปรุงที่ขายตามตลาดแบบไม่มีแพ็กเกจจิ้ง ขณะที่ไทเชฟเน้นในเรื่องความสะอาดคุณภาพและมาตรฐานด้วย
"ถ้าเราอยู่แค่เบื้องหลัง ยิ่งในช่วงเศรษฐกิจไม่ดี โรงงานใหญ่จะยิ่งกดราคาเรา เหมือนเราอยู่ตรงกลาง เพราะต้นทุน เพิ่ม ค่าแรงเพิ่ม แต่ขายได้ถูกลง เราอยู่ตรงกลาง เราแบนอย่างเดียว มันจึงต้องออกไปหาช่องทางเอง ซึ่งเรามีความพร้อม อยู่แล้ว เพราะโรงงานสามารถรองรับในจุดที่เราขาย และหน้าร้านได้
ถ้าเราทำอยู่เบื้องหลังอย่างเดียว คนจะไม่รู้จักเรา ยิ่งเราเป็นเอสเอ็มอี ในด้านการแข่งขัน ถ้าเราไม่มี หน้าร้าน เราก็สู้กับเขาลำบาก แต่ทุกวันนี้เราถือว่าหน้าร้านของเราเป็นร้านเบเกอรี่ จึงถือว่าเป็นต่อยอดสร้างแบรนด์ของเราไปในตัว และตอนนี้สินค้าของเราก็เข้าไปอยู่ในแค็ตตาล็อกเซเว่นอีเลฟ เว่นแล้ว มันก็เป็นการเพิ่มช่องทางในการขยายสินค้าออกสู่ตลาด"
นอกจากนั้น ได้แตกไลน์สินค้าในกลุ่มผงชงสำหรับเครื่องดื่ม อาทิ ชาไข่มุก ชาดำเย็น โอเลี้ยง ฯลฯ เพื่อเพิ่มโอกาสในการจำหน่ายสินค้าให้กับกลุ่มธุรกิจรายย่อย เพิ่มประสิทธิภาพ ในการจัดส่งสินค้า เนื่องจากลูกค้าขนาดเล็ก ย่อม มีการสั่งสินค้าปริมาณน้อย ดังนั้น จึงหาวิธีเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการเพิ่มไลน์สินค้าในกลุ่มผงชงเครื่องดื่มด้วย
2 ปีที่ผ่านมา แบรนด์ "ไทเชฟ" มียอดขายเติบโตถึง 100% ส่วนยอดขายในภาพรวมของโฟร์ฟูดส์ ปีที่ผ่านมา สามารถทำยอดขายได้ถึง 200 ล้านบาท ส่วนในปีนี้น่าจะอยู่ที่ 220 ล้านบาท
นี่คือการแตกไลน์ในตลาดที่เต็มไปด้วยโอกาส จากหลังบ้านที่ชื่อ "โฟร์ฟูดส์" มาสู่หน้าร้านในนาม "ไทเชฟ" ชื่อที่ลูกค้า จะใกล้ชิดกับเขามากขึ้น


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ