Toggle navigation
วันพุธ ที่ 8 เมษายน 2569
หน้าแรก
ข่าวสาร
วิเคราะห์-บทความ-ต่างประเทศ
ประกัน
ยานยนต์
การเงิน-ธนาคาร
หุ้น-กองทุนรวม
อสังหาริมทรัพย์
พลังงาน-คมนาคม-โลจิสติกส์
อุตสาหกรรม-เออีซี-เอสเอมอี
ไอที
การศึกษา-กทม
การตลาด-ซีเอสอาร์
เกษตรยุคใหม่-ภูมิภาค
บันเทิง
ขายตรง
ประชาสัมพันธ์
PR NEWS -ข่าวประชาสัมพันธ์
ไลฟ์สไตล์
ท่องเที่ยว
แฟชั่นโซไซตี้-ดูดวง
ช๊อป-ชิม-ชิล
สุขภาพ-ความงาม
วิดีโอ-คลิปข่าว
E-Book
นสพ. สยามธุรกิจ
ติดต่อเรา
สามารถส่งข้อมูล ข่าวสาร ทางอีเมลล์ : siamturakijonlinenews@gmail.com และ สำหรับฝ่ายโฆษณา ทางอีเมลล์ : siamturakijadvertising@gmail.com
หน้าแรก
การตลาด-อีคอมเมิร์ซ
เครื่องสำอางเกาหลีแรงไม่หยุดแบรนด์ใหม่ตบเท้าเข้าตลาด
เครื่องสำอางเกาหลีแรงไม่หยุดแบรนด์ใหม่ตบเท้าเข้าตลาด
วันพุธที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2556
Tweet
ด้วยกระแสสวยใสสไตล์สาวกิมจิยังคงแรงไม่หยุด ทำให้เทรนด์ของเครื่องสำอางเกาหลียังคงได้รับความนิยมเป็นอย่างดีจากกลุ่มผู้บริโภคคนไทย แม้ว่าจะมีหลายแบรนด์ถอดใจออกไปจากตลาดแล้วก็ตาม เนื่องจากไม่สามารถทนแรงกดดันจากการหิ้วสินค้าเข้ามาทำตลาดอย่างไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ต หรือตามตลาดนัด เพราะมีราคาที่ขายต่ำกว่าในเคาน์เตอร์เกือบ 100% ส่งผลให้ที่ผ่านมาแบรนด์หลักๆ ในตลาดต้องมีการปรับตัว เพื่อให้สามารถอยู่รอดในตลาดได้
แต่ด้วยความที่สาวไทยจำนวนมากยังนิยมใช้ผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าจากประเทศเกาหลี เนื่องจากเป็นเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ ราคาไม่สูงมาก เมื่อเทียบกับแบรนด์จากยุโรป หรืออเมริกา ที่สำคัญใกล้เคียงกับผิวคนไทยมากกว่า เลยทำให้ตลาดเครื่องสำอางในประเทศไทยมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีอยู่ และกระแสของเครื่องสำอางเกาหลียังไม่ตก ส่งผลให้มีแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาเจาะตลาดอย่างต่อเนื่อง
อย่างที่ผ่านมาก็จะมีแบรนด์บีซูบีซู โทนี่ โมลี่ และมิชชา ที่กลับมาทำตลาดในไทยใหม่อีกครั้งนึง ภายใต้การดำเนินงานของคาร์มาร์ท และอย่างล่าสุดก็คือ แบรนด์ "อิส-สกิน" ที่บริษัท ป๊อบ เมดิคแอนด์ เทรดดิ้ง จำกัด นำเข้ามาทำตลาดในประเทศ ไทยเมื่อปี 2555
นายรภัสสิทธิ์ รภัสปาณเศรษฐ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ป๊อบ เมดิคแอนด์ เทรดดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า ด้วยความที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญทางด้านเภสัชกร และมีความรู้ความเข้าใจในเครื่องสำอางดี จึงได้ตัดสินใจนำแบรนด์ "อิส-สกิน" ซึ่งเป็นเครื่องสำอางจากประเทศเกาหลี เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากเล็งเห็นศักยภาพ และเป็นแบรนด์ที่ค่อนข้างประสบความสำเร็จในประเทศเกาหลี
หลังจากที่ได้นำเข้ามาทำตลาด และเปิดช็อปแรกไปเมื่อเดือนมีนาคม 2555 ได้รับการตอบรับที่ดีมาก เพราะกลุ่มลูกค้าที่ได้ทดลองใช้สินค้า ตัดสินใจกลับมาซื้อซ้ำ และมีการบอกต่อ ส่งผลให้ขยายสาขาได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึงปีกว่า 17 สาขา โดยตอนแรกบริษัทแม่ที่เกาหลีตั้งเป้าให้เราขยายสาขาปีแรกเพียง 5 สาขา เท่านั้น ทำให้ปีหน้าจะเปิดสาขาอีก 50 สาขา เป็นเคาน์เตอร์ 15 สาขา และช็อป 35 สาขา โดยจะใช้งบลงทุนราว 3 ล้านบาทต่อสาขา
นอกจากการเปิดช็อป ก็จะมีการขยายช่องทางจำหน่ายไปยังการทำเว็บไซต์ช็อปปิ้งออนไลน์ www.itsskinthailand.com เพื่อให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ และผ่านคอล เซ็นเตอร์ รวมถึงการขายผ่านช่องทางช็อปปิ้ง แชนแนล ทีวี เว็บไซต์ความงาม และร้านค้าตัวแทนจำหน่าย แต่จะเน้นการขายผ่านช็อปของเราเป็นหลัก
เนื่องจากมองว่าลูกค้าสามารถใกล้ชิดกับแบรนด์ได้มากที่สุด ผ่านทางกิจกรรมและโปรโมชั่นต่างๆ ที่จะมีขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละเดือน โดยเฉพาะลูกค้าสมาชิกจะได้รับสิทธิพิเศษกว่า และปีหน้าได้เตรียมงบไว้กว่า 150 ล้านบาทในการทำตลาด ไม่ว่าจะเป็นด้านมีเดีย แอดเวอไทซิ่ง การจัดงานอีเวนต์ การจัดโปรโมชั่นคืนกำไรให้กับลูกค้า รวมถึง งานซีเอสอาร์ต่างๆ
สำหรับปีหน้าจะมีการลอนช์ ครั้งใหญ่ โดยเตรียมจัดงาน Fan Sign Meet {amp} Greet นิชคุณ ซึ่งเป็นพรีเซ็นเตอร์ของแบรนด์ "อิส-สกิน" ในเดือนกุมภาพันธ์ 2557 และอีกงานที่จะเป็นไฮไลต์ คือ การประกวดหนุ่มหน้าใส หัวใจไทย มาร่วมเป็นตัวแทนความหน้าใส ผิวสวย ประจำอิส-สกิน ไทยแลนด์ ซึ่งผู้ชนะการประกวดจะได้ถ่ายแบบลงนิตยสาร และถ่ายประกบกับพรีเซ็นเตอร์ของแบรนด์อีกด้วย
สำหรับกลุ่มเป้าหมายของอิส-สกิน จะมีอายุ 25 ปีขึ้นไป เป็นกลุ่มคนทำงานที่ต้องการดูแลผิวด้วยเครื่องสำอาง โดยแบรนด์ของเราจะชูจุดขายเรื่องไม่แพ้ เห็นผลชัดเจน โดยที่ประเทศเกาหลีจะมีสินค้าทั้งสิ้น 1,000 เอสเคยู ตอนนี้เรานำเข้ามาทำตลาดในไทยแล้ว 500 เอสเคยู เนื่องจากต้องการเลือกสินค้าให้เหมาะกับผิวคนไทย หลักๆ สินค้าที่จำหน่ายจะเป็นสกินแคร์ 70% และเมกอัพ 30%
เนื่องจากเราเป็นแบรนด์น้องใหม่ในตลาดเมืองไทย ทำให้ต้องมีจุดขายที่ชัดเจน ประกอบกับตลาดเครื่องสำอางเกาหลีค่อนข้างทรงตัว ไม่ค่อยเติบโตเหมือนกับช่วง 4-5 ปีก่อน ที่คนจะเห่อ และฝากซื้อกันเยอะเวลาไปเกาหลี ทำให้มองว่าแบรนด์ที่จะอยู่ได้ต้องมีจุดขายที่ชัดเจน และการที่ตลาดเครื่อง สำอางเติบโตไม่หวือหวามากนัก เป็นเพราะเศรษฐกิจบ้านเราด้วย และตัวห้างเองก็ไม่ได้มีโปรโมชั่นมากนัก
ขณะที่นางสาวถวายรินทร์ ลำเลียงพล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินทรา พาว เวอร์ จำกัด กล่าวกับ "สยามธุรกิจ" ว่า ด้วยความที่เห็นโอกาสในการเติบโต จึงได้ตัดสินใจนำเข้าแบรนด์ "แล็ปสตอรี่" ซึ่งเป็นเวชสำอางจากประเทศเกาหลีมาทำตลาดในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว
ทั้งนี้ ใช้เวลาในการค้นหาข้อมูลต่างๆ ก่อน 1 ปี ทั้งการเดินทางไปศึกษาสินค้า คู่แข่ง โรงงาน และพบเจอผู้เชี่ยวชาญในห้องแล็บ พร้อมทั้งได้เจอดารา เกาหลีที่ใช้สินค้า ทำให้เกิดความมั่นใจ จึงได้เซ็นสัญญาในการเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายแบรนด์ดังกล่าวในไทย
เบื้องต้นได้นำสินค้าเข้าวางจำหน่ายในร้านวัตสันแบบเอ็กซ์คลูซีฟ เพราะเท่าที่ศึกษามาลูกค้าเวชสำอางส่วนใหญ่จะเลือกซื้อที่ร้านวัตสัน ร้านขาย ยา และโรงพยาบาล มากกว่าตามห้างสรรพสินค้า แต่สำหรับแผนปีนี้ที่วางไว้ เป็นการลงทุนกับสินค้า แตกไลน์เป็นกลุ่มต่างๆ และจะเน้นให้ความรู้กับผู้บริโภคในเรื่องคุณสมบัติที่มีผลการวิจัยรองรับ ไม่ได้ใช้โฆษณาเพื่อให้คนเชื่อ เพราะชื่อสามารถสื่อความหมายของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี
สิ้นปีนี้เตรียมจะเพิ่มจำนวน สินค้าเป็น 22 เอส เคยู และอีก 2 ปีจะเพิ่มขึ้นเป็น 40 เอสเคยู และเพิ่มจำนวน บีเอเพื่อบริการลูกค้าตามจุดต่างๆ เพื่ออธิบายถึงสารออกฤทธิ์ที่มีผลการวิจัยให้ลูกค้าเข้าใจ พร้อมจัดโปรโมชั่นร่วมกับวัตสัน ซึ่งจะทำการเพิ่มโรดโชว์หน้าร้านวัตสันไปตามต่างจังหวัด และแจกสินค้าทดลองไปพร้อมๆ กัน
ด้านนางพรรณนิภา ซอง ประธานกรรมการ บริษัท เคอาร์ โกลเบิล เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวกับ "สยามธุรกิจ" ว่า เนื่องจากมองเห็นโอกาสในการทำธุรกิจ จึงได้ตัดสินใจเปิดบริษัทเพื่อเป็นตัวแทนนำเข้าแบรนด์เครื่องสำอางเกาหลีเข้ามาจำหน่ายในไทย และสร้างแบรนด์เครื่องสำอางนำเข้าจากเกาหลีของตัวเองขึ้นมา ด้วยการร่วมมือกับบริษัทผลิตเครื่องสำอางชั้นนำในเกาหลีอย่างบริษัท โซเรโอ ที่ได้ทำการผลิตคิดต้นสูตร แพ็กแกจจิ้ง ให้เหมาะสมกับผิวพรรณ ผู้บริโภคชาวไทยภายใต้ชื่อ "Keep" ที่มีผลิตภัณฑ์ 2 ตัวได้นำเข้ามาจำหน่าย ในไทยแล้ว คือ Keep CC Cream ครีมบำรุงผิวหน้าผสมรองพื้น และ Keep Pure Snow ครีมพอก หน้าเกาหลี
แม้ว่าการแข่งขันตลาดเครื่องสำอางเกาหลีในเมืองไทยจะค่อนข้างรุนแรง เพราะมีหลากหลายแบรนด์ โดยการทำตลาดในช่วงแรกจะเน้นเจาะกลุ่มไปยังช่องทางออนไลน์ผ่านแฟนเพจ เฟซบุ๊ก ไอจี และเว็บไซต์ อีกทั้งเปิดรับตัวแทนจำหน่าย ซึ่งตอนนี้ตัวแทนหลักๆ 90% อยู่ในโซเชียลเน็ตเวิร์ก ที่เปิดเพจขายเครื่องสำอางอยู่แล้ว โดยจะมุ่งจับกลุ่มเป้าหมาย อย่างสาวออฟฟิศ นักศึกษา และแม่บ้าน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
The Associated Press
MALEE โชว์กลยุทธ์ปี 69 ลุย 'Malee Applie...
...
ไฮเออร์ ประเทศไทย อัดงบปี 69 กว่า 1.2 พั...
...
บิ๊กซี ผนึก พันธมิตรธุรกิจ จัด แคมเปญ “ร...
...
“ส.ขอนแก่น” ทุ่มงบ 50 ล้านบาทเปิดแคมเปญใ...
...
ถอดกลยุทธ์ "ป่าล้อมเมือง" "Yes Yang" แบร...
...
บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ
×
เว็บไซต์ “สยามธุรกิจ” ใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และ นโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)
กดยอมรับ