Toggle navigation
วันพุธ ที่ 8 เมษายน 2569
หน้าแรก
ข่าวสาร
วิเคราะห์-บทความ-ต่างประเทศ
ประกัน
ยานยนต์
การเงิน-ธนาคาร
หุ้น-กองทุนรวม
อสังหาริมทรัพย์
พลังงาน-คมนาคม-โลจิสติกส์
อุตสาหกรรม-เออีซี-เอสเอมอี
ไอที
การศึกษา-กทม
การตลาด-ซีเอสอาร์
เกษตรยุคใหม่-ภูมิภาค
บันเทิง
ขายตรง
ประชาสัมพันธ์
PR NEWS -ข่าวประชาสัมพันธ์
ไลฟ์สไตล์
ท่องเที่ยว
แฟชั่นโซไซตี้-ดูดวง
ช๊อป-ชิม-ชิล
สุขภาพ-ความงาม
วิดีโอ-คลิปข่าว
E-Book
นสพ. สยามธุรกิจ
ติดต่อเรา
สามารถส่งข้อมูล ข่าวสาร ทางอีเมลล์ : siamturakijonlinenews@gmail.com และ สำหรับฝ่ายโฆษณา ทางอีเมลล์ : siamturakijadvertising@gmail.com
หน้าแรก
การตลาด-อีคอมเมิร์ซ
{apos}Amazon Style{apos} บทเรียนจากราชาค้าออนไลน์
{apos}Amazon style{apos} บทเรียนจากราชาค้าออนไลน์
วันพุธที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2556
Tweet
สำหรับเหล่านักช็อปออนไลน์แล้ว คงมีน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักเว็บไซต์ขายสินค้าที่ได้ชื่อว่ามีขายทุกอย่างทั้งที่จินตนาการ ได้และไม่ได้อย่าง แอมะซอน (Amazon.com) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเว็บไซต์จำหน่ายสินค้าออนไลน์รายใหญ่ที่สุดของโลกในปัจจุบัน
แอมะซอนเป็นบริษัทจำหน่ายสินค้าออนไลน์ สัญชาติอเมริกัน โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา และมีศูนย์บริการลูกค้าในภูมิภาคต่างๆ อาทิ อังกฤษ, เยอรมนี, อิตาลี, อินเดีย, แอฟริกาใต้, จีน, ฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่น เป็นต้น โดยในปี 2555 แอมะซอนมีรายได้มากกว่า 61 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีพนักงาน 109,800 คนทั่วโลก
บริษัทก่อตั้งโดยนายเจฟ บีโซส ในปี พ.ศ.2537 หลังจากเขาได้ลาออกจากตำแหน่งรองประธานกรรมการของบริษัท D.E.Shaw{amp}Co. ซึ่งเป็นบริษัทด้านการเงินในวอลล์สตรีทและย้ายมายังซีแอตเทิล ซึ่งเจฟได้เริ่มร่างแผนธุรกิจสำหรับกิจการที่จะกลายเป็นแอมะซอนดอทคอมในอนาคต
ในขณะที่ร่างแผนการตลาดนั้นเจฟได้เลือกกลุ่มสินค้าที่ตนคิดว่าเหมาะสมกับการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ขึ้นมา 20 ชนิด และคัดเลือกจนเหลือ 5 ชนิดนั่นคือ ซีดี, อุปกรณ์คอมพิวเตอร์, โปรแกรมคอมพิวเตอร์, วิดีโอและหนังสือ สุดท้ายเขาได้เลือกให้หนังสือเป็นสินค้าประเภทแรกที่แอมะซอนจะจำหน่ายผ่านออนไลน์ ด้วยเหตุผลว่า ความต้องการหนังสือนั้นมีอยู่ทั่วโลก มีราคาขายต่ำและมีหัวหนังสือให้เลือกมากมาย
ด้วยเหตุนี้แอมะซอนจึงเริ่มต้นธุรกิจด้วยการเป็นร้านหนังสือออนไลน์ ซึ่งหลังจากผ่านไปเพียง 2 เดือน แอมะซอนได้จำหน่ายหนังสือแก่ลูกค้าในทั้ง 50 รัฐของสหรัฐอเมริกาและจากอีก 45 ประเทศ ด้วยยอดขาย 20,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อสัปดาห์
หลังจากนั้นไม่นาน เจฟเริ่มได้รับอีเมลจากลูกค้าที่เสนอให้แอมะซอนนำสินค้าประเภทอื่นมาจำหน่าย เช่น ซีดีเพลง วิดีโอ เป็นต้น ซึ่งนี่เป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นผู้ค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่ที่สุดในโลก
"ในช่วงนั้นเราเริ่มได้รับอีเมลจำนวนมากจากลูกค้าที่ถามเข้ามาว่า ช่วยนำเพลง ดีวีดีหรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์มาขายได้ไหม เพราะพวกเขาชื่นชอบการซื้อสินค้าผ่านช่องทางนี้" เจฟ บีโซส กล่าว
แน่นอนว่าเมื่อโอกาสมาถึงเขาย่อมคว้าเอาไว้ แอมะซอนได้ขยายไลน์สินค้าของตนจากหนังสือ สู่สินค้าประเภทอื่นในปี 2542 โดยมี 2 รูปแบบ คือ ตลาดประมูลสินค้า amazon.com Auctions และตลาดขายปลีก zShops ที่ 1 ปีให้หลังได้รวมกันเป็น Amazon Marketplace ต่อมาในปี 2550 แอมะซอนได้เปิดตัว AmazonFresh เพื่อจำหน่ายอาหารสดและแห้ง
นอกจากการจำหน่ายสินค้าแล้ว แอมะซอนยังมีบริการด้านอิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์อื่นๆ เช่น Amazon Web Services, Amazon Simple Storage Service, Amazon Glacier เป็นต้น
แต่หนึ่งในความสำเร็จที่น่าจดจำของแอมะซอนคือ การเริ่มจำหน่ายหนังสืออิเล็กทรอนิกส์หรือ e-book พร้อมกับเครื่อง Amazon Kindle ซึ่งเป็นแท็บเล็ตสำหรับอ่าน e-book โดยเฉพาะ
+ การบริการคือ หัวใจ
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของแอมะซอนไม่ได้มาจากการที่มีสินค้ามากมายหลายประเภทให้นักช็อปเลือกซื้อหาได้ตลอดเวลา แต่มาจากการเอาใจใส่ในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ รวมถึงสิ่งที่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ นั่นคือ การบริการลูกค้า
โดยแอมะซอนได้ระบุวิสัยทัศน์ของตนไว้ว่า "ให้ความสำคัญแก่ประสบการณ์ของผู้บริโภค ด้วยการนำเสนอสินค้าหลากหลายในราคาถูกและความสะดวกสบาย" ร่วมกับ "บริษัทที่มีสินค้ามากที่สุดและมุ่งสู่บริษัทที่ใส่ใจลูกค้ามากที่สุดในโลก"
เพื่อการนี้แอมะซอนได้สร้างนวัตกรรมการบริการหลายรูปแบบเพื่อตอบสนองลูกค้า โดยเฉพาะในด้านการขนส่งซึ่งเป็นปัจจัยที่ลูกค้าออนไลน์ให้ความสำคัญ เช่น ระบบขนส่งสินค้าที่ลูกค้าสามารถทราบข้อมูลต่างๆ ตั้งแต่จำนวนสินค้าคงเหลือในคลัง ระยะเวลาขนส่ง สถานะปัจจุบันรวมถึงเลือกการส่งแบบด่วนและระบบแจ้งเตือนเมื่อสินค้ามาถึง เป็นต้น
ทั้งนี้ การไม่คิดค่าขนส่งเองเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการเอาใจลูกค้า โดยประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของแอมะซอนเปิดเผยในปี 2552 ว่าหากบริษัทเก็บค่าขนส่งจะได้เงินเพิ่มอีกปี 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ไม่เพียงเท่านั้น ในกรณีที่สินค้าเสียหาย แอมะซอนจะให้ลูกค้ากรอกเบอร์โทรศัพท์และช่วงเวลาที่สะดวกลงในแบบฟอร์มเคลมสินค้า จากนั้นพนักงานของบริษัทจะเป็นฝ่ายติดต่อไปยังลูกค้ารายนั้นๆ เอง
ในเว็บไซต์ของแอมะซอนได้สร้างระบบ "ค้นหาภายในหนังสือ" หรือ "Look Inside the Book" และ "Search Inside the Book" ขึ้น ซึ่งอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถค้นข้อมูลของหนังสือได้มากกว่าแค่ชื่อหนังสือหรือผู้แต่ง แต่สามารถดูเนื้อหาบางส่วนภายในเล่มได้
นอกจากนี้ ยังมีระบบซื้อทันที (1-click) ที่ช่วยลดขั้นตอนยุ่งยากของการซื้อสินค้าออนไลน์ลงเหลือเพียงการคลิกเมาส์ครั้งเดียว
นายเจฟ บีโซส ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของบริษัท กล่าวว่า "การบอกต่อเป็นช่องทางโฆษณาที่ทรงพลังที่สุด ดังนั้นต้องทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดี เพื่อที่พวกเขาจะนำไปบอกต่อ" ซึ่งนี่คือการตลาดแบบปากต่อปาก หรือ word of mouth ที่นิยมในปัจจุบันนั่นเอง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
The Associated Press
MALEE โชว์กลยุทธ์ปี 69 ลุย 'Malee Applie...
...
ไฮเออร์ ประเทศไทย อัดงบปี 69 กว่า 1.2 พั...
...
บิ๊กซี ผนึก พันธมิตรธุรกิจ จัด แคมเปญ “ร...
...
“ส.ขอนแก่น” ทุ่มงบ 50 ล้านบาทเปิดแคมเปญใ...
...
ถอดกลยุทธ์ "ป่าล้อมเมือง" "Yes Yang" แบร...
...
บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ
×
เว็บไซต์ “สยามธุรกิจ” ใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และ นโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)
กดยอมรับ