- หน้าแรก
- การตลาด-อีคอมเมิร์ซ
- 2 ยักษ์เคเบิลขยับเดินแผนรับทีวีดิจิตอล
2 ยักษ์เคเบิลขยับเดินแผนรับทีวีดิจิตอล
วันพุธที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2556
ตลอดช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาความร้อนแรงของกระแสทีวีดิจิตอลได้ทำให้ความสนใจของผู้บริโภคเทไปยังการประมูลดิจิตอลทีวี แทนการแข่งขันของเคเบิลและทีวีดาวเทียม
ในทางตรงกันข้ามผู้ประกอบการเคเบิลและทีวีดาวเทียม ต่างพยายามเร่งเครื่องแพลตฟอร์มของตนเองเพื่อรับกับการมาถึงของทีวีดิจิตอล
นายฟ้าใหม่ ดำรงชัยธรรม ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มงานแพลตฟอร์ม บริษัท จีเอ็มเอ็ม แซท เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในช่วง 3 ไตรมาสของปีนี้ บริษัทมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในส่วนของกล่องทีวีดาวเทียม จีเอ็มเอ็ม แซท และ Z Pay TV
โดยสิ้นปีนี้บริษัทคาดว่าจะปิดรายได้ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ 1,000-1,500 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนจากการขายกล่อง 70% และเพย์ทีวี 30% สำหรับในปีหน้าสัดส่วนรายได้จะเปลี่ยนเป็น 50% และในอนาคตเพย์ทีวีจะก้าวขึ้นมาเป็นรายได้หลัก
การเติบโตดังกล่าวเป็นผลมาจากการเปิดตัวกล่อง จีเอ็มเอ็ม แซท เอชดี (GMM Z HD) และ 2 แพ็กเกจใหม่ คือ โกลด์ แพ็กเกจ ในราคา 199 บาทต่อเดือน และแพลทินัม แพ็กเกจ ในราคา 499 บาทต่อเดือน
นอกจากนี้ บริษัทยังได้ร่วมกับพันธมิตร "ฟ็อกซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล" ในการนำคอนเทนต์คุณภาพระดับพรีเมี่ยมมาให้ลูกค้า Z Pay TV ได้รับชมตลอดทั้งปี รวมไปถึงการซื้อลิขสิทธิ์การแข่งขันกีฬาต่างๆ เช่น ฟุตบอล, เทนนิส, กอล์ฟ, มอเตอร์สปอร์ต รวมทั้งคอนเทนต์จากผู้ผลิตในเครือบริษัทแกรมมี่ฯ อีกกว่า 10 ช่อง
พร้อมทั้งได้เสริมความโดดเด่น และน่าสนใจในการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ด้วยศิลปินในเครือแกรมมี่ พร้อมเพิ่มช่องทางในการสื่อสารประชาสัมพันธ์ด้วยสื่อในเครือทั้งวิทยุ ทีวี นิตยสาร พร้อมๆ ไปกับการทำ CRM กับสมาชิกเพย์ทีวี และลูกค้ากล่องจีเอ็มเอ็ม แซท
ในส่วนของช่องทางการจัดจำหน่าย นั้น กล่าวได้ว่ามีความครอบคลุมมากที่สุด ทั้งห้างค้าปลีก บิ๊กซี, เทสโก้ โลตัส, แม็คโคร, โฮมโปร ห้างไอที เช่น เดอะพาวเวอร์, เพาเวอร์บาย, เพาเวอร์ มอลล์, อมร, ไอที ซิตี้, ร้านอิมเมจิน, โฟโต้ ฮัท, และ ช่อง โอ ช็อปปิ้ง จนถึงร้านค้าตัวแทนจำหน่ายจานดาวเทียมอีกทั่วประเทศ
ด้านบริษัทอาร์เอสนั้นจะมีสถานการณ์ที่แตกต่างกันเล็กน้อย นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น ส่งผลต่อภาพรวมรายได้ของบริษัท ซึ่งอาจจะต่ำกว่าเป้าที่วางไว้ 4,000 ล้านบาท โดยคาดว่าสิ้นปีนี้จะทำรายได้ราว 3,600 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ด้านกำไรมีการเติบโต สูงกว่าที่คาดการณ์ เนื่องจากรายได้จากธุรกิจมีเดีย ที่ประกอบไปด้วยทีวีดาวเทียม 6 ช่อง ซึ่งมีอัตราการเติบโตเท่าตัวในปีนี้
ส่วนในปี 2557 บริษัทวางแผนปรับขึ้นราคาโฆษณาเฉลี่ย 35-40% และประเมิณว่าอัตราการใช้เวลาโฆษณาของช่องเพิ่มจาก 52% เป็น 60% จากเรตติ้งช่องทีวีดาวเทียมที่เพิ่มขึ้นทั้งช่อง 8, สตาร์ แม็กซ์ และสบายดี แชนแนล
+ เดินหน้าสู่บอลโลก
สำหรับการบริหารลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2014 ประเทศบราซิลซึ่งเป็นคอนเทนต์ชูโรงของอาร์เอสในปีหน้านั้น นางพรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้า ที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทมีผู้สนับ สนุนหลักแล้ว 2 ราย คือ น้ำดื่มช้างและกลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา รวมเป็นมูลค่า 150 ล้านบาท และกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาอีก 2 ราย โดยคาดว่าจะมีมูลค่ารวมกว่า 150 ล้านบาทเช่นกัน บริษัทมั่นใจว่าภายในเดือนมีนาคม 2557 จะสามารถปิดรับสปอนเซอร์ตามที่ต้องการได้ทั้งหมด
โดยรายได้จากการบริหารลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2014 จะแบ่งเป็นผู้สนับสนุน 70% และอีก 30% มาจากการบริหารซับไลเซ่นส์ ร่วมกับแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น กล่องพีเอสไอ รุ่นโอทู ดิจิตอล ซึ่งคาดว่าจะสามารถทำยอดขายได้ 1 ล้านกล่อง และบริษัทกำลังเจรจากับแพลตฟอร์มอื่นอีก 2-3 ราย บริษัทคาดว่าจะมีรายได้ 700 ล้านบาท จากการบริหารลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2014
สำหรับการแข่งขันนั้นจะเริ่มการแข่งขันในวันที่ 12 มิ.ย.-13 ก.ค. 2557 รวมเป็นการถ่ายทอดสดทั้งหมด 64 แมตช์ ในจำนวนดังกล่าวบริษัทกำหนดให้มีการถ่าย ทอดสดทางฟรีทีวีจำนวน 22 แมตช์ ทางช่อง 7 และช่อง 8 ซึ่งเป็นทีวีดาวเทียมระบบฟรีทูแอร์ โดยบริษัทจะเริ่มถ่ายทอดสดพิธีจับสลากแบ่งสายวันที่ 6 ธ.ค. เวลา 23.00-00.30 น. ทางช่อง 8 และช่อง SUN CHANNEL LA LIGA
พร้อมกันนั้น บริษัทได้เตรียมเปิดตัวช่อง "เวิลด์ คัพ ชาแนล" และครั้งนี้จะเริ่มการถ่ายทอดก่อนและหลังแข่งขัน ประมาณ 50 นาที เพื่อให้ผู้ชมรับรู้ถึงการ เตรียมพร้อมของเหล่านักเตะแต่ละทีมอย่างเต็มที่
ทั้งนี้ หากบริษัทชนะประมูลทีวีดิจิตอลจะนำช่อง 8 ออกอากาศในระบบทีวีดิจิตอล ซึ่งจะทำให้สามารถรับชมในระบบฟรีทีวีได้เพิ่มเติม โดยคาดการใช้สื่อและโฆษณาประชาสัมพันธ์ทำการตลาดจากสินค้าและบริการต่างๆ จะทำให้มีเม็ดเงินสะพัดราว 4,000 ล้านบาทในช่วงการแข่งขันบอลโลก
+ "กล่องแห่งความสุข"
ทางด้านจีเอ็มเอ็มแซท นายฟ้าใหม่ อธิบายว่า สำหรับปี 2557 ที่จะถึงนี้บริษัท ได้วางกลยุทธ์การตลาด ภายใต้คอนเซปต์ "จีเอ็มเอ็ม แซท กล่องแห่งความสุข" โดยมุ่งซื้อคอนเทนต์รายการจากต่างประเทศและพัฒนารายการต่างๆ ที่ผลิตขึ้นเองมาเติมเต็มให้ช่องมีความสมบูรณ์มากที่สุด
บริษัทได้วางแผนพัฒนาศักยภาพของแพล็ตฟอร์มจีเอ็มเอ็ม แซทให้แข็ง แกร่งยิ่งขึ้นใน 3 ด้าน ประกอบด้วยแพลตฟอร์ม, คอนเทนต์และช่องสัญญาณ ดาวเทียม (ทรานสปอนเดอร์)
ในส่วนของ แพลตฟอร์ม บริษัทได้เตรียมแผนการขยายช่องทางการรับชมรายการผ่านช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการรับชมทีวีผ่านแอพพลิเคชั่นใน AIS และรองรับทีวี ดิจิตอล พร้อมชมได้ทันทีโดยไม่ต้องเปลี่ยนกล่อง
ด้านคอนเทนต์ นอกจากการซื้อคอนเทนต์คุณภาพจากต่างประเทศแล้ว บริษัทจะยังต่อยอดความสำเร็จของคอนเทนต์ในประเทศ อาทิ ละครซีรี่ส์ "ฮอร์ โมน...วัยว้าวุ่น" ด้วย "ฮอร์โมน...วัยว้าวุ่น ซีซั่น 2 ที่มาพร้อมโครงการค้นหานักแสดงหน้าใหม่ "Hormones The Next Gen การค้นหาวัยว้าวุ่น รุ่นใหม่" เพื่อมาเป็นนักแสดงซีรี่ส์ฮอร์โมน ซีซั่น 2
รวมถึงละครซีรี่ส์ จาก จีทีเอช "ATM2 คู่เว่อ..เออเร่อ.. เออรัก" ซึ่งออน แอร์ตอนแรกไปในวันที่ 30 พฤศจิกายน และ "เนื้อคู่อยากรู้ว่าใคร เดอะ ไฟนอล แอนเซอร์ (The Final answer)"
ทั้งหมดนี้จะใช้เม็ดเงินลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 50% สำหรับการซื้อลิขสิทธิ์คอนเทนต์ และอีก 50% ในการบริหารจัดการต่างๆ
ส่วนภาพรวมของธุรกิจบรอดคาสติ้งในปีหน้านั้น นายฟ้าใหม่ ให้ความเห็นว่า ทีวีดาวเทียมมีแนวโน้มเติบโตสูง โดยเฉพาะทีวีดาวเทียมบนแพลตฟอร์มเพย์ทีวี เนื่องจากราคารับชมที่ไม่สูงมากและมีช่องรายการคุณภาพให้รับชมหลากหลาย
คาดว่าภายใน 10 ปี ธุรกิจเพย์ทีวีในทุกแพลตฟอร์มจะเพิ่มเป็น 50% ของธุรกิจบรอดคาสติ้งได้ และมีโอกาสเติบโต เพิ่มขึ้นได้อีกหลังจากนั้น