Toggle navigation
วันพุธ ที่ 8 เมษายน 2569
หน้าแรก
ข่าวสาร
วิเคราะห์-บทความ-ต่างประเทศ
ประกัน
ยานยนต์
การเงิน-ธนาคาร
หุ้น-กองทุนรวม
อสังหาริมทรัพย์
พลังงาน-คมนาคม-โลจิสติกส์
อุตสาหกรรม-เออีซี-เอสเอมอี
ไอที
การศึกษา-กทม
การตลาด-ซีเอสอาร์
เกษตรยุคใหม่-ภูมิภาค
บันเทิง
ขายตรง
ประชาสัมพันธ์
PR NEWS -ข่าวประชาสัมพันธ์
ไลฟ์สไตล์
ท่องเที่ยว
แฟชั่นโซไซตี้-ดูดวง
ช๊อป-ชิม-ชิล
สุขภาพ-ความงาม
วิดีโอ-คลิปข่าว
E-Book
นสพ. สยามธุรกิจ
ติดต่อเรา
สามารถส่งข้อมูล ข่าวสาร ทางอีเมลล์ : siamturakijonlinenews@gmail.com และ สำหรับฝ่ายโฆษณา ทางอีเมลล์ : siamturakijadvertising@gmail.com
หน้าแรก
การตลาด-อีคอมเมิร์ซ
บันทึกและประเมินผลกลยุทธ์หลักพัฒนาธุรกิจ
บันทึกและประเมินผลกลยุทธ์หลักพัฒนาธุรกิจ
วันพุธที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2556
Tweet
หากต้องการบริหารเงินส่วนตัวหรือของครอบครัวอย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นจะ ต้องพึ่งการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย หรือก็คือการติดตาม และบันทึกการใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั่นเอง ซึ่งวิธีนี้จะทำ ให้สามารถรับรู้ได้ถึงพฤติกรรมการใช้จ่าย เพื่อที่จะนำมาใช้ปรับปรุงต่อไป
การทำธุรกิจและการตลาดเองก็เช่นกันที่จะต้องมีการติดตามและบันทึก ผลในด้านต่างๆ ซึ่งรวมถึงสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากการใช้จ่ายงบประมาณ
ในเรื่องนี้บ๊อบ พาร์สัน ซีอีโอ ของ บริษัท GoDaddy.com ซึ่งเป็นเจ้าของ เว็บโดเมนกว่า 55 ล้านชื่อและมีรายได้ กว่า 1.44 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ กล่าว ว่า "จงบันทึกและประเมินผลทุกอย่างที่สำคัญ เพราะทุกสิ่งที่ผ่านการบันทึกและประเมินผลจะพัฒนาขึ้น"
+ จะตรวจวัดอะไร?
อย่างไรก็ตาม กระบวนการดังกล่าวนี้ พูดง่ายกว่าทำ เนื่องจากการดำเนินการของธุรกิจมีสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นพร้อมกันมาก มาย การเลือกสิ่งที่จะบันทึกและติดตามผล จึงเป็นเรื่องยาก
เดฟ แมคคูล นักธุรกิจและนักลงทุน ขั้นต้น (Angel Investors) รวมถึงเป็นผู้ก่อตั้ง 500 Startups ซึ่งเป็นโครงการสนับสนุนการก่อตั้งธุรกิจ ได้ให้คำแนะนำว่า พื้นฐานของธุรกิจประกอบด้วย 5 ปัจจัย คือ การซื้อ, การใช้งาน, ความต่อเนื่อง, การบอกต่อและผลกำไร
ดังนั้นการจะหาว่าปัจจัยใดใน 5 ปัจจัยดังกล่าวเป็นสิ่งที่ธุรกิจหนึ่งๆ จะต้องบันทึกและประเมินผล ก็ต้องถามตน เองว่า 1.มีกี่ช่องทางที่ลูกค้าสามารถใช้บริการของธุรกิจได้ และในแต่ละช่องทาง มีลูกค้าจำนวนเท่าใด 2.มีลูกค้าจำนวนเท่าใดที่ใช้สินค้าหรือบริการเป็นครั้งแรก 3.ลูกค้าจำนวนเท่าใดที่มาใช้บริการซ้ำ 4.ลูกค้าจำนวนเท่าใดที่แนะนำคนอื่นให้มาเป็นลูกค้า 5.ลูกค้าทำกำไรให้แก่ธุรกิจอย่างไรและเท่าใด
+ ต้องรักษาวินัย
เช่นเดียวกับการทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายที่ผู้ทำจะต้องมีวินัยบันทึกทุกอย่าง ตามที่เป็นจริง การบันทึกและติดตามผลการดำเนินงานก็เช่นเดียวกัน
ด้วยเหตุนี้เมื่อเริ่มทำการบันทึกและติดตามผลแล้ว จะต้องทำอย่างสม่ำเสมอเช่นเดียวกัน ซึ่งวิธีที่จะรักษาความสม่ำเสมอได้ดีที่สุดคือ การจัดประชุมเพื่อประเมินผลเป็นประจำตามช่วงเวลาที่เหมาะสม เช่น รายสัปดาห์ เดือนหรือไตรมาส เป็นต้น และด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้นปัจจุบันมีหลายธุรกิจที่มีการประเมินผลเป็นรายวันหรือแม้แต่แบบเรียลไทม์
ทั้งนี้ธุรกิจใหม่หรือแผนการตลาดที่ใช้เป็นครั้งแรก ควรจะมีการประเมินผลที่ บ่อยกว่า เนื่องจากด้วยความใหม่จึงมักจะ ต้องการการปรับปรุงให้เหมาะสมเมื่อใช้งานจริง
อย่างไรก็ตาม การประเมินผลเองก็เป็นอีกจุดที่สำคัญ โดยจะต้องมองให้ออก ว่าข้อมูลที่ได้มาแสดงถึงสิ่งใด เช่น จากการทำแคมเปญ ทำให้มีผู้มาใช้บริการ 1,000 คน และทุกคนได้ลองใช้สินค้าหรือ บริการ แต่ไม่มีใครกลับมาใช้บริการอีก ข้อมูลนี้แสดงว่า แคมเปญประสบความสำเร็จ ในการกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายสนใจ จนเกิดการซื้อและใช้งาน แต่มีปัญหาในการสร้างความต่อเนื่อง เป็นต้น
ดังนั้น สิ่งที่จะต้องให้ความสนใจคือ ทำอย่างไรให้ลูกค้ากลับมาซื้อสินค้าหรือใช้บริการซ้ำ ในขณะที่ส่วนอื่นของแคมเปญ สามารถคงไว้เช่นเดิมได้
+ ควบคุมตนเอง
แม้การบันทึกและประเมินผลจะช่วยให้ผู้ประกอบการและนักการตลาดทราบได้ว่าจะบริหารเงินทุนและทรัพยากร อย่างไร หรือควรเน้นไปที่จุดใด แต่ยังคงมีข้อควรระวังในการใช้กลยุทธ์นี้อยู่
ใช้แต่พอดี การบันทึกและประเมินผลเป็นสิ่งต้องทำ แต่ก็ไม่ควรทำมากเกินไป เนื่องจากกระบวนการนี้ต้องอาศัยทั้งกำลังคน ทุนและเวลา ซึ่งหากต้องทำการบันทึกและประเมินผลในทุกๆ เรื่องจะเกิดความล้าหรือ analysis paralysis ที่ส่งผลให้คุณภาพการบันทึกและประเมินผลโดยรวมลดลง นำไปสู่การสูญเสียทรัพยากรโดยเปล่าประโยชน์
ด้วยเหตุนี้ควรใช้การประเมินตามที่ เดฟ แมคคูล แนะนำและวิเคราะห์ว่าปัจจัยใดที่สำคัญต่อธุรกิจหรือแคมเปญจริงๆ
แบ่งงานกันทำ ต้องกำหนดหน้า ที่ติดตามผลให้แก่พนักงานหรือหน่วยงานที่เหมาะสม เช่น ฝ่ายการตลาดควรจะเป็นผู้ติดตามบันทึกข้อมูลเกี่ยว กับการซื้อ เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่คิดวิธีชักจูงผู้บริโภคให้มาซื้อสินค้าหรือบริการ ซึ่งการแบ่งงานนี้จะ ช่วยกระตุ้นให้เกิดการสื่อสารภายในองค์กร และเสริมความชัดเจนของแต่ ละหน่วยงาน
หวังให้สูง จากการวิเคราะห์ผลงานที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่องจนถึงระดับ หนึ่ง ย่อมทำให้สามารถคาดการณ์แนว ทางในอนาคตได้ด้วย แต่ความไม่แน่นอนเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ ดังนั้นใช่ว่าการคาดการณ์อนาคตจากข้อมูลในอดีตจะถูกต้องเสมอไป
ดังนั้นควรจะต้องวางเป้าหมาย ในอนาคตให้สูงกว่าที่ได้จากการประเมินเพื่อรักษาหรือกระตุ้นความ รวดเร็วของอัตราการเติบโต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
The Associated Press
MALEE โชว์กลยุทธ์ปี 69 ลุย 'Malee Applie...
...
ไฮเออร์ ประเทศไทย อัดงบปี 69 กว่า 1.2 พั...
...
บิ๊กซี ผนึก พันธมิตรธุรกิจ จัด แคมเปญ “ร...
...
“ส.ขอนแก่น” ทุ่มงบ 50 ล้านบาทเปิดแคมเปญใ...
...
ถอดกลยุทธ์ "ป่าล้อมเมือง" "Yes Yang" แบร...
...
บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ
×
เว็บไซต์ “สยามธุรกิจ” ใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และ นโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)
กดยอมรับ