Toggle navigation
วันพุธ ที่ 8 เมษายน 2569
หน้าแรก
ข่าวสาร
วิเคราะห์-บทความ-ต่างประเทศ
ประกัน
ยานยนต์
การเงิน-ธนาคาร
หุ้น-กองทุนรวม
อสังหาริมทรัพย์
พลังงาน-คมนาคม-โลจิสติกส์
อุตสาหกรรม-เออีซี-เอสเอมอี
ไอที
การศึกษา-กทม
การตลาด-ซีเอสอาร์
เกษตรยุคใหม่-ภูมิภาค
บันเทิง
ขายตรง
ประชาสัมพันธ์
PR NEWS -ข่าวประชาสัมพันธ์
ไลฟ์สไตล์
ท่องเที่ยว
แฟชั่นโซไซตี้-ดูดวง
ช๊อป-ชิม-ชิล
สุขภาพ-ความงาม
วิดีโอ-คลิปข่าว
E-Book
นสพ. สยามธุรกิจ
ติดต่อเรา
สามารถส่งข้อมูล ข่าวสาร ทางอีเมลล์ : siamturakijonlinenews@gmail.com และ สำหรับฝ่ายโฆษณา ทางอีเมลล์ : siamturakijadvertising@gmail.com
หน้าแรก
การตลาด-อีคอมเมิร์ซ
{apos}ทองหล่อ{apos}ย่านฮอตคอมมูนิตี้มอลล์
{apos}ทองหล่อ{apos}ย่านฮอตคอมมูนิตี้มอลล์
วันพุธที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2556
Tweet
เขตวัฒนา กรุงเทพฯ มีประชากรอยู่ประมาณ 50,000 ครอบครัว มีอนโดมิเนียม มากกว่า 70 แห่ง และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์อีกกว่า 60 โครงการ อีกทั้งยังเป็นย่านธุรกิจ และที่อยู่อาศัยของกลุ่มผู้มีกำลังซื้อ นี่คือสิ่งที่ทำให้เกิดโครงการ "MAZE Thonglor" ขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันของธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์ ที่มีอยู่ถึง 5 แห่ง ในย่านใกล้เคียง
นายปิพณ พึ่งบุญพระ และนางกุญช์ณิชา (พรประภา) พึ่งบุญพระ กรรมการผู้จัดการร่วม บริษัท แฮปปี้บิลเลี่ยน จำกัด กล่าวว่า เนื่องจากเล็งเห็นถึงศักยภาพทางธุรกิจค้าปลีกในย่านทองหล่อ ไม่ว่าจะเป็นกำลังซื้อของผู้บริโภคและการจับจ่ายทั้งกลางวันและกลางคืน
ด้วยเหตุนี้จึงได้ตัดสินใจตั้ง บริษัท แฮปปี้บิลเลี่ยน จำกัด ขึ้นเพื่อพัฒนาคอมมูนิตี้มอลล์ในชื่อ "MAZE Thonglor" -เมสทองหล่อ บริเวณปากซอยทอง หล่อ 4 บนพื้นที่ประมาณ 1 ไร่
นายปิพณ กล่าวว่า บริษัท แฮปปี้บิลเลี่ยน จำกัด ก่อตั้งเมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีทุนจดทะเบียน 30 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยในโครงการนี้บริษัทได้ใช้งบประมาณ 800 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในการพัฒนา 300 ล้านบาท และค่าที่ดิน 500 ล้านบาท
คอมมูนิตี้มอลล์ เมสทองหล่อ นี้เป็นอาคารขนาด 4 ชั้นครึ่ง คิดเป็นพื้นที่ก่อสร้างรวม 6,600 ตารางเมตร และพื้นที่สำหรับร้านค้า 3,000 ตารางเมตร โดยวางแผนให้มีจำนวนร้าน ค้าและบริการต่างๆ 25 ร้าน
บริษัทได้วางจุดเด่นของคอมมูนิตี้มอลล์แห่งนี้ไว้ 3 จุดด้วยกัน คือ การออกแบบ, รูปแบบร้านค้าและพื้นที่จอดรถ ในด้านการออกแบบ บริษัทได้กำหนดให้ตัวอาคารมีความโปร่ง ด้วยเพดานที่มีความสูงถึง 4 เมตร ในแต่ละชั้น รวมถึงผนังโดยรอบที่เป็นกระจก
สำหรับรูปแบบร้านค้า ในแต่ละชั้นของเมสทองหล่อจะมีธีมของร้านค้าที่แตกต่างกัน โดยชั้นที่ 1 จะเป็นไลฟ์สไตล์คาเฟ่ คอฟฟี่ช็อปและเบเกอรี่ ชั้น 2 เป็นร้านอาหารนานาชาติ ส่วนชั้น 3 เป็นร้านเสริมความงามและสปา ชั้น 4 สถานออกกำลังกาย สุดท้ายคือ ชั้น 4 ครึ่งหรือดาดฟ้าจัดให้เป็น wine {amp} cocktail bar
นอกจากความแตกต่างในแต่ละชั้นแล้ว บริษัทจะคัดเลือกร้านค้าที่จะเข้ามาเปิดบริการ โดยจะเลือกร้านค้าที่มีจุดเด่นเฉพาะตัวและไม่ใช่เชนสโตร์ แต่เป็นไพรเวตแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์ เพื่อไม่ให้ซ้ำกับห้างสรรพสินค้าหรือคอมมูนิตี้มอลล์อื่นๆ นอกจากนี้จะต้องไม่ใช่ร้านที่จำหน่าย สินค้าหรือบริการซ้ำซ้อนกันอีกด้วย
"จุดประสงค์ของการจัดรูปแบบร้านค้าเช่นนี้ เพื่อให้เกิดการใช้บริการของผู้บริโภคตลอดทั้งวัน นับแต่เบเกอรี่ในช่วงเช้า ร้านอาหารในช่วงกลางวันและเย็น จนกระทั่ง wine {amp} cocktail bar ในช่วงค่ำ ทั้งนี้ยังมีฟิตเนส สถานเสริมความงามและสปา สำหรับลูกค้าที่ไม่ได้ทานอาหารอีกด้วย" นายปิพณ กล่าว
ในส่วนของพื้นที่จอดรถ บริษัทได้สร้างที่จอดรถใต้ดินจำนวน 2 ชั้น ซึ่งสามารถรองรับรถได้ 60 คัน ซึ่งมากกว่าคอมมูนิตี้มอลล์ ขนาดเดียวกันที่มักใช้ลานจอดกลางแจ้งหรือใต้ดินเพียง 1 ชั้น
กลุ่มเป้าหมายหลักของคอมมูนิตี้มอลล์ แห่งนี้จะเป็นคนทำงานรุ่นใหม่อายุ 25-50 ปี มีรายได้ตั้งแต่ 25,000 บาทต่อเดือนและมีไลฟ์สไตล์ทันสมัย รวมถึงผู้ที่พักอาศัยอยู่ในรัศมี 5 กิโลเมตรโดยรอบ ซึ่งจากการสำรวจพบว่า ปัจจุบันมีผู้อาศัยอยู่ในเขตวัฒนาประมาณ 50,000 ครอบครัว คอนโดฯ มากกว่า 70 แห่ง และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์อีกกว่า 60 โครงการ
ด้านการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกในย่านทองหล่อ นั้น นายปิพณ อธิบายว่า แม้ในบริเวณ ใกล้เคียงจะมีคอมมูนิตี้มอลล์อื่นอีก 5 แห่ง แต่เมสทองหล่อจะได้เปรียบด้วยทำเลที่ตั้ง ซึ่งติดถนนใหญ่ จำนวนที่จอดรถและไลน์อัพร้านค้าที่แตกต่างจากมอลล์อื่นๆ
นอกจากนี้ เมสทองหล่อจะเน้นกลุ่มผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งแตกต่างจากคอมมูนิตี้มอลล์ อื่นในพื้นที่ที่เน้นลูกค้าต่างชาติเป็นหลัก ในขณะเดียวกันร้านค้าของเมสท่องหล่อจะอยู่ในระดับบีบวก จึงแตกต่างจากห้างที่เน้นผู้บริโภคชาวไทยด้วยเช่นกัน
สำหรับกลยุทธ์การตลาดในช่วงแรกจะเน้นการสร้างแบรนด์ เมสทองหล่อ (MAZE Thonglor) ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มเป้าหมายผ่านกิจกรรมทางการตลาด โดยเน้นการสื่อสาร ผ่านสื่อหลัก เพื่อให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ทั้ง หนังสือพิมพ์ นิตยสาร โทรทัศน์และสื่อออนไลน์ Social network อาทิ Facebook, Instagram เป็นต้น
"หัวใจสำคัญของคอมมูนิตี้มอลล์ที่ประสบความสำเร็จ คือ ร้านค้าและพื้นที่จอดรถ โดยร้านค้าที่มีจุดเด่นจะเป็นแม่เหล็กดึงดูดให้ผู้บริโภคมาใช้บริการ ซึ่งต้องรองรับด้วยพื้นที่จอดรถที่เพียงพอ จึงได้ให้ความสำคัญกับทั้ง 2 จุดในการพัฒนาเมสทองหล่อ" นายปิพณ กล่าว
โครงการนี้วางแผนที่จะเริ่มก่อสร้างในเดือนกุมภาพันธ์ 2557 และคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในช่วงปลายปี 2557 เช่นกัน โดยบริษัทตั้งเป้าลูกค้าเข้ามาใช้บริการภายในโครงการเฉลี่ยวันละ 3,000 คน ด้วยอัตราการใช้จ่าย 500-700 บาท ต่อคนต่อครั้ง ซึ่งคาดว่าจะถึงจุดคุ้มทุนได้ภายใน 7 ปี
ทั้งนี้ บริษัทจะเริ่มเปิดให้จองพื้นที่ขายภายในสัปดาห์หน้า ในอัตราราคา 1.7-2.5 พันบาทต่อตารางเมตร ระยะเวลาสัญญาเช่า 3 ปี คาดว่าจะสามารถปิดการขายได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2557
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
The Associated Press
MALEE โชว์กลยุทธ์ปี 69 ลุย 'Malee Applie...
...
ไฮเออร์ ประเทศไทย อัดงบปี 69 กว่า 1.2 พั...
...
บิ๊กซี ผนึก พันธมิตรธุรกิจ จัด แคมเปญ “ร...
...
“ส.ขอนแก่น” ทุ่มงบ 50 ล้านบาทเปิดแคมเปญใ...
...
ถอดกลยุทธ์ "ป่าล้อมเมือง" "Yes Yang" แบร...
...
บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ
×
เว็บไซต์ “สยามธุรกิจ” ใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และ นโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)
กดยอมรับ