{apos}ทองหล่อ{apos}ย่านฮอตคอมมูนิตี้มอลล์

วันพุธที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2556

{apos}ทองหล่อ{apos}ย่านฮอตคอมมูนิตี้มอลล์


เขตวัฒนา กรุงเทพฯ มีประชากรอยู่ประมาณ 50,000 ครอบครัว มีอนโดมิเนียม มากกว่า 70 แห่ง และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์อีกกว่า 60 โครงการ อีกทั้งยังเป็นย่านธุรกิจ และที่อยู่อาศัยของกลุ่มผู้มีกำลังซื้อ นี่คือสิ่งที่ทำให้เกิดโครงการ "MAZE Thonglor" ขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันของธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์ ที่มีอยู่ถึง 5 แห่ง ในย่านใกล้เคียง
นายปิพณ พึ่งบุญพระ และนางกุญช์ณิชา (พรประภา) พึ่งบุญพระ กรรมการผู้จัดการร่วม บริษัท แฮปปี้บิลเลี่ยน จำกัด กล่าวว่า เนื่องจากเล็งเห็นถึงศักยภาพทางธุรกิจค้าปลีกในย่านทองหล่อ ไม่ว่าจะเป็นกำลังซื้อของผู้บริโภคและการจับจ่ายทั้งกลางวันและกลางคืน
ด้วยเหตุนี้จึงได้ตัดสินใจตั้ง บริษัท แฮปปี้บิลเลี่ยน จำกัด ขึ้นเพื่อพัฒนาคอมมูนิตี้มอลล์ในชื่อ "MAZE Thonglor" -เมสทองหล่อ บริเวณปากซอยทอง หล่อ 4 บนพื้นที่ประมาณ 1 ไร่
นายปิพณ กล่าวว่า บริษัท แฮปปี้บิลเลี่ยน จำกัด ก่อตั้งเมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีทุนจดทะเบียน 30 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยในโครงการนี้บริษัทได้ใช้งบประมาณ 800 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในการพัฒนา 300 ล้านบาท และค่าที่ดิน 500 ล้านบาท
คอมมูนิตี้มอลล์ เมสทองหล่อ นี้เป็นอาคารขนาด 4 ชั้นครึ่ง คิดเป็นพื้นที่ก่อสร้างรวม 6,600 ตารางเมตร และพื้นที่สำหรับร้านค้า 3,000 ตารางเมตร โดยวางแผนให้มีจำนวนร้าน ค้าและบริการต่างๆ 25 ร้าน
บริษัทได้วางจุดเด่นของคอมมูนิตี้มอลล์แห่งนี้ไว้ 3 จุดด้วยกัน คือ การออกแบบ, รูปแบบร้านค้าและพื้นที่จอดรถ ในด้านการออกแบบ บริษัทได้กำหนดให้ตัวอาคารมีความโปร่ง ด้วยเพดานที่มีความสูงถึง 4 เมตร ในแต่ละชั้น รวมถึงผนังโดยรอบที่เป็นกระจก
สำหรับรูปแบบร้านค้า ในแต่ละชั้นของเมสทองหล่อจะมีธีมของร้านค้าที่แตกต่างกัน โดยชั้นที่ 1 จะเป็นไลฟ์สไตล์คาเฟ่ คอฟฟี่ช็อปและเบเกอรี่ ชั้น 2 เป็นร้านอาหารนานาชาติ ส่วนชั้น 3 เป็นร้านเสริมความงามและสปา ชั้น 4 สถานออกกำลังกาย สุดท้ายคือ ชั้น 4 ครึ่งหรือดาดฟ้าจัดให้เป็น wine {amp} cocktail bar
นอกจากความแตกต่างในแต่ละชั้นแล้ว บริษัทจะคัดเลือกร้านค้าที่จะเข้ามาเปิดบริการ โดยจะเลือกร้านค้าที่มีจุดเด่นเฉพาะตัวและไม่ใช่เชนสโตร์ แต่เป็นไพรเวตแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์ เพื่อไม่ให้ซ้ำกับห้างสรรพสินค้าหรือคอมมูนิตี้มอลล์อื่นๆ นอกจากนี้จะต้องไม่ใช่ร้านที่จำหน่าย สินค้าหรือบริการซ้ำซ้อนกันอีกด้วย
"จุดประสงค์ของการจัดรูปแบบร้านค้าเช่นนี้ เพื่อให้เกิดการใช้บริการของผู้บริโภคตลอดทั้งวัน นับแต่เบเกอรี่ในช่วงเช้า ร้านอาหารในช่วงกลางวันและเย็น จนกระทั่ง wine {amp} cocktail bar ในช่วงค่ำ ทั้งนี้ยังมีฟิตเนส สถานเสริมความงามและสปา สำหรับลูกค้าที่ไม่ได้ทานอาหารอีกด้วย" นายปิพณ กล่าว
ในส่วนของพื้นที่จอดรถ บริษัทได้สร้างที่จอดรถใต้ดินจำนวน 2 ชั้น ซึ่งสามารถรองรับรถได้ 60 คัน ซึ่งมากกว่าคอมมูนิตี้มอลล์ ขนาดเดียวกันที่มักใช้ลานจอดกลางแจ้งหรือใต้ดินเพียง 1 ชั้น
กลุ่มเป้าหมายหลักของคอมมูนิตี้มอลล์ แห่งนี้จะเป็นคนทำงานรุ่นใหม่อายุ 25-50 ปี มีรายได้ตั้งแต่ 25,000 บาทต่อเดือนและมีไลฟ์สไตล์ทันสมัย รวมถึงผู้ที่พักอาศัยอยู่ในรัศมี 5 กิโลเมตรโดยรอบ ซึ่งจากการสำรวจพบว่า ปัจจุบันมีผู้อาศัยอยู่ในเขตวัฒนาประมาณ 50,000 ครอบครัว คอนโดฯ มากกว่า 70 แห่ง และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์อีกกว่า 60 โครงการ
ด้านการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกในย่านทองหล่อ นั้น นายปิพณ อธิบายว่า แม้ในบริเวณ ใกล้เคียงจะมีคอมมูนิตี้มอลล์อื่นอีก 5 แห่ง แต่เมสทองหล่อจะได้เปรียบด้วยทำเลที่ตั้ง ซึ่งติดถนนใหญ่ จำนวนที่จอดรถและไลน์อัพร้านค้าที่แตกต่างจากมอลล์อื่นๆ
นอกจากนี้ เมสทองหล่อจะเน้นกลุ่มผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งแตกต่างจากคอมมูนิตี้มอลล์ อื่นในพื้นที่ที่เน้นลูกค้าต่างชาติเป็นหลัก ในขณะเดียวกันร้านค้าของเมสท่องหล่อจะอยู่ในระดับบีบวก จึงแตกต่างจากห้างที่เน้นผู้บริโภคชาวไทยด้วยเช่นกัน
สำหรับกลยุทธ์การตลาดในช่วงแรกจะเน้นการสร้างแบรนด์ เมสทองหล่อ (MAZE Thonglor) ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มเป้าหมายผ่านกิจกรรมทางการตลาด โดยเน้นการสื่อสาร ผ่านสื่อหลัก เพื่อให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ทั้ง หนังสือพิมพ์ นิตยสาร โทรทัศน์และสื่อออนไลน์ Social network อาทิ Facebook, Instagram เป็นต้น
"หัวใจสำคัญของคอมมูนิตี้มอลล์ที่ประสบความสำเร็จ คือ ร้านค้าและพื้นที่จอดรถ โดยร้านค้าที่มีจุดเด่นจะเป็นแม่เหล็กดึงดูดให้ผู้บริโภคมาใช้บริการ ซึ่งต้องรองรับด้วยพื้นที่จอดรถที่เพียงพอ จึงได้ให้ความสำคัญกับทั้ง 2 จุดในการพัฒนาเมสทองหล่อ" นายปิพณ กล่าว
โครงการนี้วางแผนที่จะเริ่มก่อสร้างในเดือนกุมภาพันธ์ 2557 และคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในช่วงปลายปี 2557 เช่นกัน โดยบริษัทตั้งเป้าลูกค้าเข้ามาใช้บริการภายในโครงการเฉลี่ยวันละ 3,000 คน ด้วยอัตราการใช้จ่าย 500-700 บาท ต่อคนต่อครั้ง ซึ่งคาดว่าจะถึงจุดคุ้มทุนได้ภายใน 7 ปี
ทั้งนี้ บริษัทจะเริ่มเปิดให้จองพื้นที่ขายภายในสัปดาห์หน้า ในอัตราราคา 1.7-2.5 พันบาทต่อตารางเมตร ระยะเวลาสัญญาเช่า 3 ปี คาดว่าจะสามารถปิดการขายได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2557


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ