เมื่อใครๆ ก็.. {apos}ฟับ{apos}

วันพุธที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2556

เมื่อใครๆ ก็.. {apos}ฟับ{apos}


จากรายงานของบริษัท เวเบอร์ แชนด์วิค ประเทศไทย เกี่ยวกับ "ฟับบิ้ง" (Phubbing) หรืออากัปกิริยาของการให้ความสนใจกับโทรศัพท์มือถือ มากกว่าคนรอบข้างหรือสถาน การณ์แวดล้อม ระบุว่า 71% ของผู้ถูกสำรวจเคยฟับ โดย 90% ของผู้ถูกสำรวจ ฟับ เพราะความเบื่อหน่ายหรือเพราะมีเรื่องสำคัญทำให้ต้อง "ฟับ"
สถานการณ์ที่การ ฟับ ถือเป็นพฤติกรรมที่ยอมรับได้มากที่สุดคือระหว่างการเดินทาง ไม่ว่าเป็นทางรถยนต์ หรือทางรถไฟฟ้าทั้งบีทีเอสและบีอาร์ที
จากการสำรวจนี้จะเห็นได้ว่ายิ่งเวลาผ่านไปเท่าใด โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์พกพาได้แทรกซึมเข้าเป็น ส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงระดับที่ผู้คนจำนวนไม่น้อยให้ความสำคัญกับการสื่อสารผ่านโทรศัพท์มือถือมากกว่าบุคคลตรงหน้า
แม้พฤติกรรมนี้จะสร้างความไม่พอใจให้แก่คู่สนทนาเนื่องจากเป็นการไม่ให้เกียรติกัน แต่สำหรับนักการตลาด แล้ว พฤติกรรมเช่นนี้เหมือนดังขุมทอง ที่รอคอยให้เข้าไปแสวงหาผลประโยชน์
ด้วยความที่ไม่ว่าแบรนด์ใดต่างต้องการส่งโฆษณา กิจกรรมการตลาด โปรโมชั่นและข้อมูลอื่นๆ ไปยังผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด ซึ่งเดิมโทรทัศน์จะเป็นช่องทางที่ผู้บริโภคใช้เวลาด้วยมากที่สุด แต่ก็ถูกแทนที่ด้วยโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์พกพาในปัจจุบัน
ดังนั้น ข้อเท็จจริงที่แสดงว่าผู้บริโภคใช้โทรศัพท์มือถือมากกว่าการพูดคุยกับมนุษย์ด้วยกัน จึงเป็นการยืนยันว่าช่องทางนี้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม การจะเข้าถึงผู้บริโภค ในช่องทางโทรศัพท์มือถือนั้น ต้องอาศัยวิธีการที่เหมาะสมด้วย เนื่องจากข้อจำกัด ในการใช้งานหลายประการที่แตกต่างจาก สื่ออื่น ส่งผลให้การนำสื่อหรือกระบวนการ ที่สร้างสำหรับช่องทางอื่นมาใช้นั้นจะไม่มีประสิทธิภาพ
ในด้านการปรับปรุงสื่อและกระบวน การใช้งานผ่านช่องทางโทรศัพท์มือถือนี้ ผู้ประกอบการในประเทศไทยต่างพยายาม ปรับตัวเพื่อรับกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิด ขึ้น ซึ่งในจำนวนดังกล่าวมี 2 แบรนด์ที่นับได้ว่าประสบความสำเร็จ นั่นคือ ไทยแอร์เอเชีย และ เชฟโรเลต
โดยกูเกิล ประเทศไทย ได้จับมือทั้ง 2 แบรนด์จัดงานบิซิเนสอินไซด์ เพื่อแสดง ตัวอย่างความสำเร็จจากการทำการตลาด ผ่านช่องทางโทรศัพท์มือถือ รวมถึงกระตุ้น ให้ผู้ประกอบการรายอื่นเริ่มการเปลี่ยนแปลง
+ ข้อมูลต้องแน่น
นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทย แอร์เอเชีย กล่าวว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมีนาคม 2556 มีการค้นหาเกี่ยวกับท่องเที่ยวในไทยถึง 31 ล้านครั้ง และจำนวนการค้นหาในมกราคมเติบโตถึง 200% เมื่อ เทียบกับเดือนเดียวกันในปี 2555
โดย 35% เป็นการค้นหาผ่านสมาร์ท โฟนซึ่งโตขึ้นถึง 10 เท่า และเป็นเครื่องมือแรกในขั้นตอนวางแผนเที่ยวถึง 47% จากนั้นผู้บริโภคจึงค้นหาข้อมูลต่อในโน้ตบุ๊กและแท็บเล็ต
นายอริยะ พนมยงค์ ผู้จัดการเว็บ ไซต์กูเกิ้ล ประจำประเทศไทย กล่าวเสริม ว่า จากการเก็บข้อมูลของกูเกิล พบว่าผู้บริโภคจะหาข้อมูล 7 ครั้ง ก่อนจะตัดสินใจสื่อสินค้าหรือบริการด้านท่องเที่ยว เท่า กับว่าแบรนด์มีโอกาสเพียง 7 ครั้งเท่านั้น ที่จะจูงใจให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าหรือบริการของตน
นายทัศพล อธิบายว่า เพื่อตอบสนองเงื่อนไขดังกล่าว บริษัทจึงนำเสนอข้อ มูลที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดรอบด้านเพื่อให้ลูกค้าสามารถนำไปใช้ในการได้ตัดสินใจ ได้ทันที โดยข้อมูลกว่า 90% ของบริษัทสามารถเข้าถึงได้ทางออนไลน์
อย่างไรก็ตาม การให้ข้อมูลเพียงขั้นตอนเริ่มแรกเท่านั้น กลยุทธ์ต่อมาอยู่ที่การ ทำให้ผู้บริโภคซื้อบริการของบริษัท หรือก็คือการ "จองตั๋วเครื่องบิน" นั่นเอง ซึ่งจุดนี้ผู้บริโภคจะกลับมาใช้คอมพิวเตอร์สำหรับการจองเป็นหลัก เพราะสะดวกต่อ การกรอกข้อมูลรวมถึงการพิมพ์หลักฐานการจอง โดยหัวใจคือ พยายามทำให้ขั้นตอนการจองเป็นขั้นตอนที่ "ง่ายที่สุด"
นอกจากทั้ง 2 ขั้นตอนแล้ว โทรศัพท์ มือถือยังเข้ามามีบทบาทในการกระตุ้นให้เกิด "ความต้องการท่องเที่ยว" อีกด้วย โดยปัจจุบันหนึ่งในกิจกรรมหลักของนักท่องเที่ยวคือ การแชร์ประสบการณ์ของตน ไปยังสังคมออนไลน์ ซึ่งประสบการณ์เหล่า นี้ช่วยกระตุ้นให้ผู้ที่พบเห็นต้องการไปท่อง เที่ยวบ้าง
+ เว็บไซต์ที่เป็นมิตรกับมือถือ
ด้านตลาดรถยนต์เป็นอีกหนึ่งตลาด ที่โทรศัพท์มือถือเข้ามามีบทบาทต่อพฤติกรรมของผู้บริโภค นายอริยะ อธิบายว่า แต่ละวันผู้บริโภคชาวไทย กว่า 98% ที่ต้องการซื้อรถยนต์คันใหม่จะศึกษาข้อมูล ผ่านทางออนไลน์ โดยเป็นการค้นหาผ่านสมาร์ทโฟน 24% และแท็บเล็ต 12%
โดยข้อมูลระบุว่า มีผู้เสิร์ชข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์แบรนด์เชฟโรเลตถึง 32 ครั้งต่อนาทีหรือ 1,936 ครั้งต่อชั่วโมง รวม แล้วเท่ากับ 46,464 ครั้งต่อวัน
นอกจากนี้ ผู้บริโภค 33% ยังใช้มือถือเพื่อตรวจสอบราคาขณะที่อยู่โชว์รูมเพื่อ เปรียบเทียบข้อเสนอและอีก 32% ใช้หาที่อยู่, เบอร์ติดต่อและเวลาทำการของดีลเลอร์
นายชาญวิทย์ เขียวนาวาวงศ์ษา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของช่องทางออนไลน์และโทรศัพท์มือถือเช่นกัน โดยบริษัทได้ใช้วิธีนำเสนอข้อมูลทางออนไลน์ ทั้งข้อมูลรถและสถานที่ตั้งโชว์รูม
นายชาญวิทย์ กล่าวว่า เพื่ออำนวย ความสะดวกให้แก่ผู้บริโภคที่ใช้งานผ่านมือถือ บริษัทได้ทำการสร้างเว็บไซต์สำหรับรองรับการใช้งานผ่านอุปกรณ์พกพา
โดยเว็บไซต์รูปแบบนี้จะมีองค์ประกอบที่แตกต่างจากเว็บไซต์ปกติ เช่น การจัดวางหน้าที่เรียบง่าย เน้นเฉพาะ ข้อมูลที่สำคัญการขยายขนาดปุ่มต่างๆ บนหน้าจอให้เหมาะกับการใช้นิ้วมือกด รวมถึงการลดขั้นตอนในการเข้าถึงข้อมูลให้น้อยลง เป็นต้น
จากการวิจัยยังพบว่าการทดลองขับ เป็นส่วนสำคัญในการตัดสินใจซื้อรถยนต์ บริษัทจึงได้ลดขั้นตอนการนัดทดลองขับรถยนต์ลงผ่านทางออนไลน์เหลือเพียง 3 ขั้นตอน
จะเห็นได้ว่าทั้ง 2 แบรนด์ต่างมีการ ปรับตัวเพื่อให้สอดรับการพฤติกรรม การใช้งานของผู้บริโภคในยุคที่โทรศัพท์ มือถือกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ