{apos}เที่ยวไทย{apos}ลุ้นตัวโก่ง หวังทางโล่งสู่อาเซียน

วันพุธที่ 04 ธันวาคม พ.ศ. 2556

{apos}เที่ยวไทย{apos}ลุ้นตัวโก่ง หวังทางโล่งสู่อาเซียน


ท่ามกลางสถานการณ์ความเคลื่อนไหวทางการเมือง แม้จะสร้างความกังวลให้กับภาคธุรกิจ แต่ขณะเดียวกัน เป้าหมายของการนำพาธุรกิจให้เติบโตยังคงอยู่ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นอีกฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
ในปี 2555 ที่ผ่านมา นับว่าเป็นปีทองของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวทั่วโลกกว่า 1 พันล้านคน ซึ่งประเทศไทยเองก็ได้รับอานิสงส์จากปรากฏการณ์นี้ ด้วยตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติ 22.3 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2554 ถึง 16% ตัวเลขนี้นับว่ามากที่สุด ตั้งแต่มีการพัฒนาการท่องเที่ยวเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2493
นอกจากประเทศไทยแล้ว ประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียนเองต่างมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย โดยตลอดปี 2555 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในอาเซียนถึง 89.1 ล้านคน เป้าหมายหลักของนักท่องเที่ยวเหล่านี้คือ มาเลเซีย ไทยและสิงคโปร์ ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยว 24.8, 22.3 และ 14.6 ล้านคน ตามลำดับ
นักท่องเที่ยวจำนวนมากนี้ ได้สร้างรายได้ให้แก่ประเทศต่างๆ ในอาเซียนกว่า 97.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,100 ล้านบาท
+ หัวใจสำคัญเที่ยวในภูมิภาค
ด้านกลุ่มนักท่องเที่ยวนั้น โดยทั่วไปอาจมองว่าประเทศเขตร้อนเช่นไทยน่าจะเป็นเป้าหมายหลักของชาวตะวันตกที่หลบ ความหนาวเย็นมาหาความอบอุ่นและแสง แดด แต่จากสถิติพบว่า นักท่องเที่ยวหลักในภูมิภาคอาเซียนนั้นกลับเป็นชาวเอเชียด้วยกันเอง
ข้อมูลของกรมการท่องเที่ยวแสดงให้เห็นว่า ตั้งแต่ปี 2526 เป็นต้นมา นักท่องเที่ยวชาวเอเชียเป็นกลุ่มที่มีจำนวนมาก ที่สุดด้วยสัดส่วน 65% ในปีที่ผ่านมา โดยเป็นกลุ่มที่มาจากเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหลัก นำโดยนักท่องเที่ยวชาวจีน 2.7 ล้านคน มาเลเซีย 2.5 ล้านคน และญี่ปุ่น 1.3 ล้านคน
นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ยังถือว่าเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจด้วยจำนวนวันที่พัก อาศัยในประเทศไทยระหว่าง 4.5-7 วัน ซึ่งสั้นกว่าเพียงแค่รัสเซียและสหราชอาณาจักรเท่านั้น ด้านรายได้เองนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ใช้จ่ายเงินในประเทศไทยคิดเป็นสัดส่วน 18.7% ของรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมด
+ เน้นกลยุทธ์สร้างประสบการณ์
ศ.ดร.วอลเทอร์ เจมิย์สัน ผู้อำนวย การ หลักสูตรนวัตกรรมการบริการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า กลยุทธ์สำคัญของตลาดท่องเที่ยวอาเซียน คือ การมุ่งสร้างประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวจะนำกลับไปบ้านและบอกเล่าต่อไป
เพื่อให้เกิดประสบการณ์ดังกล่าว จะต้องสร้างความยั่งยืนแบบรอบด้านทั้งมาตรฐานการบริการ สินค้า คน และการตลาด
นักท่องเที่ยวในปัจจุบันสามารถแบ่งออกได้เป็น 7 กลุ่ม คือ กลุ่มทั่วไปหรือแมส กลุ่มท่องเที่ยวเพื่อประสบการณ์ กลุ่มวัฒนธรรม กลุ่มผจญภัย กลุ่มสูงอายุ กลุ่มธุรกิจและกลุ่มอาเซียน
สำหรับเทรนด์ของนักท่องเที่ยวที่สำคัญของตลาดอาเซียนในปัจจุบัน จะเป็นรูปแบบของการท่องเที่ยวเพื่อประสบการณ์และกลุ่มวัฒนธรรม ซึ่งแม้จะเป็นกลุ่มเล็กแต่มีองค์ประกอบที่เป็นประโยชน์ในภาพรวม
โดยนักท่องเที่ยวทั้ง 2 กลุ่มนี้จะเดินทางไปยังสถานที่ที่มีสิ่งที่ตนสนใจเท่านั้น เช่น อาหาร, บริการ สปา, ทิวทัศน์หรือวัฒนธรรม จึงสามารถกระจายนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ออกจากแหล่งท่องเที่ยวหลักได้ อีกทั้งยังสามารถช่วงโปรโมตความเป็นชาติได้เป็นอย่างดี
"เป้าหมายสูงสุดคือ ให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามายังประเทศไทยมากกว่าประเทศอื่น ในขณะเดียวกันต้องกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเดินทางต่อไปยังประเทศอื่นในอาเซียนด้วยเช่นกัน ซึ่งสามารถใช้ปัจจัยที่แต่ละประเทศมีแตกต่างกัน เช่น อาหาร"
+ ผนึกกำลังบูมเที่ยวหลายประเทศ
นายสรรเสริญ เงารังสี อดีตประธาน คณะทำงาน ASEAN Marketing and Communication กล่าวว่า ทิศทางการตลาดเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวนั้นจะต้องมีแผนการที่แตกต่างกันสำหรับนักท่องเที่ยวจากแต่ละภูมิภาค โดยนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียและสิงคโปร์นั้นมีอัตราการเดินทางซ้ำสูงเนื่องจากความสะดวกในการเดินทางและรู้จักไทยเป็นอย่างดี จึงต้องเน้นการสร้างความถี่ในการเดินทางให้เหมือนเป็นการท่องเที่ยวในประเทศ
ส่วนกลยุทธ์สำหรับนักท่องเที่ยวนอกอาเซียนควรจะเน้นให้นักท่องเที่ยวเดินทางในกลุ่มประเทศอาเซียนมากกว่า 1 ประเทศ ด้วยการเน้นจุดเด่นที่แตกต่างกันของแต่ละประเทศหรือ ASEAN Diversity
โดยจุดนี้กำลังเป็นเทรนด์ของนักท่องเที่ยวจีนในปัจจุบัน ซึ่งมีความต้องการแพ็กเกจท่องเที่ยวแบบเดินทางไปยังหลายประเทศในครั้งเดียว ซึ่งที่ผ่านมาผู้ประกอบการหลายรายได้จัดแพ็กเกจเพื่อรองรับแล้ว เช่น สิงคโปร์-มาเลเซีย-ไทย หรือ สิงคโปร์-ไทย เป็นต้น
+ สูงวัยน่าสนตลาดต้องเข้าถึง
กลุ่มนักท่องเที่ยวแบบสูงอายุเองเป็น อีกกลุ่มหนึ่งที่น่าสนใจ ด้วยระยะเวลาพักอาศัยที่ยาวนานและการใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง เนื่องจากนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มักเป็นผู้เกษียณจากงานในประเทศของตนและต้องการความเป็นอยู่ที่ดีกว่าด้วยจำนวนเงินเก็บหรือบำนาญที่เท่ากัน จึงเลือกมายังประเทศที่ค่าครองชีพต่ำกว่าและใช่จ่ายอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ จะต้องมีการนำแผนการ ตลาดแบบ Marketing 3.0 เข้ามาใช้ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วย โดยแผนการตลาดนี้จะเน้นที่การกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเกิดความรักและหวงแหนแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงช่วยโปรโมตสถานที่นั้นๆ เมื่อกลับไปยังประเทศของตน
ทั้งนี้ อุปสรรคของการทำตลาดท่องเที่ยวของอาเซียน คือ งบประมาณที่ไม่เพียงพอ โดยได้รับงบประมาณเพียง 10 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การรวมตัวกันที่เหนียวแน่นและการติดตามผลการดำเนินงานอย่างเข้มงวดเป็นจุดแข็งที่สำคัญของกลุ่มอาเซียน
+ ลุ้นตัวโก่งท่องเที่ยวไทยยังสดใส
ขณะที่ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ระบุว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวยังถือว่าเป็นไปตามปกติ และคาดว่า นักท่องเที่ยวจะขยายตัวได้ตามเป้าหมาย 26.2 ล้านคนได้ตามเป้าหมาย คิดเป็นรายได้ 1.88 ล้านล้านบาท แต่ยังมีความกังวลว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจจะส่งผลในช่วงต้นปีหน้า ซึ่งหลังจากเกิดสถานการณ์ต่างๆ ในประเทศมาอย่างในช่วง 4-5 ปีมานี้ สทท. มีการปรับแผนการทำงานมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด และปรับแผนงานให้ทันต่อสถานการณ์นั้นๆ ส่วนทิศทางการท่องเที่ยวในปีหน้า ยังคงตั้งเป้าหมายนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็น 28 ล้านคน เติบโต 8% คิดเป็นรายได้ 2.02 ล้านบาท เติบโต 12%


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ