Toggle navigation
วันพุธ ที่ 8 เมษายน 2569
หน้าแรก
ข่าวสาร
วิเคราะห์-บทความ-ต่างประเทศ
ประกัน
ยานยนต์
การเงิน-ธนาคาร
หุ้น-กองทุนรวม
อสังหาริมทรัพย์
พลังงาน-คมนาคม-โลจิสติกส์
อุตสาหกรรม-เออีซี-เอสเอมอี
ไอที
การศึกษา-กทม
การตลาด-ซีเอสอาร์
เกษตรยุคใหม่-ภูมิภาค
บันเทิง
ขายตรง
ประชาสัมพันธ์
PR NEWS -ข่าวประชาสัมพันธ์
ไลฟ์สไตล์
ท่องเที่ยว
แฟชั่นโซไซตี้-ดูดวง
ช๊อป-ชิม-ชิล
สุขภาพ-ความงาม
วิดีโอ-คลิปข่าว
E-Book
นสพ. สยามธุรกิจ
ติดต่อเรา
สามารถส่งข้อมูล ข่าวสาร ทางอีเมลล์ : siamturakijonlinenews@gmail.com และ สำหรับฝ่ายโฆษณา ทางอีเมลล์ : siamturakijadvertising@gmail.com
หน้าแรก
การตลาด-อีคอมเมิร์ซ
ผลกระทบการจัดโครงสร้างพื้นฐานด้านลอจิสติกส์
ผลกระทบการจัดโครงสร้างพื้นฐานด้านลอจิสติกส์
วันพุธที่ 04 ธันวาคม พ.ศ. 2556
Tweet
by : รศ.ดร.รุธิร์ พนมยงค์
โครงการสังเคราะห์ผลกระทบต่อประเทศไทยจากการจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านลอจิสติกส์และการปรับรูปแบบโซ่อุปทานภายใต้บริบทประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษา ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย รวมถึงการเปลี่ยนแปลงขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จากพลวัตการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานลอจิสติกส์และการขนส่งภายใต้กรอบประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และการปรับตัวของโซ่อุปทานสำคัญในโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ
การศึกษาวิจัยนี้จะนำข้อมูลจาก 2 แผนงานวิจัย รวม 11 โครงการ ซึ่งได้รับทุนวิจัยภายใต้ภารกิจด้านลอจิสติกส์และโซ่อุปทาน มาสังเคราะห์ร่วมกับข้อมูล ที่นักวิจัยเก็บจากการลงพื้นที่สัมภาษณ์เชิงลึกกับหน่วยงานต่างๆ ในกลุ่มประเทศอาเซียน ทั้งภาครัฐที่เป็นผู้กำหนดนโยบาย หน่วยงานระหว่างประเทศ สมาพันธ์และสมาคมด้านลอจิสติกส์ รวมถึงมหาวิทยาลัยและหน่วยงานวิจัยด้านประชาคม อาเซียน รวมทั้งสิ้น 44 หน่วยงาน ใน 9 ประเทศ โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกประมวลเพื่อสร้างสถานการณ์จำลองเข้าสู่ตัวแบบ GSM ที่พัฒนาโดยสถาบันพัฒนาเศรษฐกิจ และองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น ซึ่งมีรากฐานมาจากแนวคิดเรื่อง ภูมิศาสตร์เศรษฐกิจแบบใหม่ของพอล ครุกแมน ศาสตราจารย์ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ในปี 2551 ตัวแบบจำลอง IDE-GSM สามารถแสดงให้เห็นถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการอำนวยความสะดวกทางการค้า และการพัฒนาของอุตสาหกรรมในแต่ละพื้นที่ แสดงผลออกมาเป็นตัวชี้วัดเศรษฐกิจระดับมหภาค โดยคณะผู้วิจัยมุ่งหวังพิจารณา ผลกระทบทางเศรษฐกิจของประเทศไทยจากการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน รวมถึงผลกระทบที่เกี่ยวเนื่องจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายใต้ พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาท ที่น่าจะเป็นตัวเร่งให้เกิดการขยายตัวของเศรษฐกิจได้รวดเร็วเพิ่มขึ้นจากกรอบประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเพียงอย่างเดียว
การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 นั้น คาดการณ์ว่าในปี 2563 ประเทศไทยจะมีอัตราการเจริญเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 0.05% หรือคิดเป็นจีดีพีประมาณ 977 พันล้านเหรียญสหรัฐในปีที่ 15 หลังเข้าสู่เออีซี ทุกจังหวัดในประเทศไทยได้รับผลบวกทั้งสิ้น จังหวัดที่ได้รับทางบวกมากที่สุด คือ สมุทรปราการ และระยอง คิดเป็นร้อยละ 21.5 และ 16.7 ของประเทศตามลำดับ ขณะที่ลำพูนและขอนแก่นเป็นจังหวัดที่มีการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด เทียบกับก่อนเออีซีมากที่สุด ส่วนกรุงเทพฯได้รับผลกระทบประมาณร้อยละ 15 ของผลกระทบทั้งหมด และแม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากเออีซีน้อยที่สุด
อย่างไรก็ตาม หากมองเปรียบเทียบกับประเทศในกลุ่มอาเซียน พบว่าไทยมีการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยมีเปอร์เซ็นต์การขยายตัวของจีดีพีหลังเข้าเออีซีอยู่ในลำดับที่ 7 จาก 10 ประเทศ ขณะที่พม่าจะมีการขยายตัวของจีดีพีมากที่สุดในอาเซียน คือ เพิ่มขึ้นถึง 2.3% ต่อปี ผลกระทบที่เกิดกับประเทศไทยในระดับน้อยช่วงหลังปี 2558 นั้น เป็นเพราะว่าในความเป็นจริงประเทศไทยได้รับผลกระทบจากเออีซี เริ่มมาตั้งแต่ไทยลงนามในข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียนในปี 2534 และผลทางบวกดังกล่าวก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องค่อยเป็นค่อยไปมาตลอด จึงไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงมากนักหลังเข้าสู่เออีซีในปี 2558
กล่าวโดยสรุป การเข้าสู่เออีซีนั้น ผลกระทบส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ที่มีอุตสาหกรรมตั้งอยู่แล้ว สำหรับจังหวัดอื่นๆ ก็จะมีความเจริญขยายตัวเข้าไปถึงมากขึ้น เนื่องจากการอำนวยความสะดวกทางการค้า และโครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนา ขึ้นตามกรอบเออีซี การเปลี่ยนแปลงนี้อาจนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยหากประเมินตามกรอบชี้วัด Global Competitiveness Index ของ World Economic Forum และ World Competitiveness Scoreboard ของ IMD แล้ว ไทยน่าจะอยู่ในลำดับที่ดีขึ้นจากเดิมประมาณ 1 อันดับ คือ อันดับที่ 37 และ 29 ของโลกตามลำดับ เนื่องจากไทยปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจให้สามารถอำนวยความสะดวกทางการค้ามากขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
The Associated Press
MALEE โชว์กลยุทธ์ปี 69 ลุย 'Malee Applie...
...
ไฮเออร์ ประเทศไทย อัดงบปี 69 กว่า 1.2 พั...
...
บิ๊กซี ผนึก พันธมิตรธุรกิจ จัด แคมเปญ “ร...
...
“ส.ขอนแก่น” ทุ่มงบ 50 ล้านบาทเปิดแคมเปญใ...
...
ถอดกลยุทธ์ "ป่าล้อมเมือง" "Yes Yang" แบร...
...
บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ
×
เว็บไซต์ “สยามธุรกิจ” ใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และ นโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)
กดยอมรับ