Toggle navigation
วันพุธ ที่ 8 เมษายน 2569
หน้าแรก
ข่าวสาร
วิเคราะห์-บทความ-ต่างประเทศ
ประกัน
ยานยนต์
การเงิน-ธนาคาร
หุ้น-กองทุนรวม
อสังหาริมทรัพย์
พลังงาน-คมนาคม-โลจิสติกส์
อุตสาหกรรม-เออีซี-เอสเอมอี
ไอที
การศึกษา-กทม
การตลาด-ซีเอสอาร์
เกษตรยุคใหม่-ภูมิภาค
บันเทิง
ขายตรง
ประชาสัมพันธ์
PR NEWS -ข่าวประชาสัมพันธ์
ไลฟ์สไตล์
ท่องเที่ยว
แฟชั่นโซไซตี้-ดูดวง
ช๊อป-ชิม-ชิล
สุขภาพ-ความงาม
วิดีโอ-คลิปข่าว
E-Book
นสพ. สยามธุรกิจ
ติดต่อเรา
สามารถส่งข้อมูล ข่าวสาร ทางอีเมลล์ : siamturakijonlinenews@gmail.com และ สำหรับฝ่ายโฆษณา ทางอีเมลล์ : siamturakijadvertising@gmail.com
หน้าแรก
การตลาด-อีคอมเมิร์ซ
กลยุทธ์รับมือ {apos}Millennials{apos} ผู้บริโภคยุคใหม่วัยละอ่อน
กลยุทธ์รับมือ {apos}Millennials{apos} ผู้บริโภคยุคใหม่วัยละอ่อน
วันพุธที่ 04 ธันวาคม พ.ศ. 2556
Tweet
แม้ที่ผ่านมาเฟซบุ๊กจะเป็นเครื่องข่ายสังคมออนไลน์หรือโซเชียลเน็ตเวิร์กที่ยิ่งใหญ่กว่าโซเชียลเน็ตเวิร์กใดๆ ที่เคยมีมาก่อนหน้า ด้วยจำนวนผู้ใช้ทั่วโลกกว่า 1.1 พันล้านคน หรือเท่ากับ 14.2% ของประชากรโลกทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม แม้จะยังมีจำนวนผู้ใช้โดยรวม เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ก็เริ่มเกิดความเปลี่ยนแปลง ในผู้ใช้บางกลุ่มที่เริ่มมีทิศทางคงที่และอาจลดลงได้ในอนาคต ซึ่งเรื่องนี้ผู้บริหารของ Facebook เองเริ่มแสดงความกังวลออกมาบ้างแล้ว
David Ebersman CFO ของ Facebook เผยในงานแถลงผลประกอบการว่า แม้การใช้งาน Facebook ของกลุ่มวัยรุ่นชาวอเมริกันระหว่างช่วงไตรมาส 2-3 ของปี 2013 ที่ผ่านมาจะมีจำนวนคงที่ แต่ในภาพรวมบริษัทเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงถึงจำนวนผู้ใช้กลุ่มวัยรุ่นอายุน้อยที่ลดลง ในเฉพาะยอดการใช้งานประจำวัน
แม้ David Ebersman จะไม่ได้ระบุชัดเจนว่ากลุ่มวัยรุ่นที่บริษัทอ้างถึงนั้นมีอายุหรือคุณสมบัติอย่างไร แต่คาดว่าอาจเป็นกลุ่มอายุระหว่าง 13-17 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ Facebook ให้ความสนใจมาตลอด โดยเฉพาะในกลุ่มที่ใช้โซเชียลมีเดียช่องทางอื่นในเวลาเดียวกัน อย่าง Snapchat, Twitter รวมถึง Instagram ที่ Facebook ได้ไปซื้อกิจการไว้ก่อนแล้ว
การออกมายอมรับนี้เกิดขึ้นหลังจากการเปลี่ยน แปลงกฎการใช้งานของกลุ่มวัยรุ่นอายุ 13-17 ปี ให้สามารถโพสต์ข้อความและรูปภาพสู่สาธารณะได้อย่างเสรีบน Facebook จากที่เคยจำกัดให้มองเห็นเพียงแค่ในกลุ่มเพื่อนหรือเพื่อนของเพื่อนเท่านั้น
แม้ Facebook จะเร่งปรับตัวรับมือกับแนวโน้ม ดังกล่าว แต่ยังมีผู้แสดงความคิดเห็นว่า โซเชียลเน็ต เวิร์กยอดนิยมนี้กำลังเริ่มก้าวสู่ช่วงเวลาขาลงเช่นเดียวกับโซเชียลเน็ตเวิร์กรุ่นพี่รายอื่นๆ ที่เคยโด่งดังมาก่อนหน้า เช่น Myspace หรือ Hi5
+ รับมือผู้บริโภคยุคใหม่
Christie Garton คอลัมนิสต์ ของเว็บไซต์ entrepreneur.com ได้อ้างถึงผลวิจัยของสำนักวิจัย Forrester ที่ชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ในกลุ่มเด็กและวัยรุ่นชาวเมริกันอายุ 12-17 ปี มีเพียง 6% เท่านั้นที่ต้องการเป็น "เพื่อน" กับแบรนด์ของสินค้าหรือบริการบน Facebook
นอกจากนี้ ยังมีผลสำรวจของสำนักวิจัย Piper Jaffray ซึ่งระบุว่าจำนวนของวัยรุ่นที่เห็นว่า Facebook เป็นโซเชียลเน็ตเวิร์กที่สำคัญที่สุดนั้น มีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่องนับตลอดปีที่ผ่านมา โดยลดลงจาก 42% ในปี 2012 เป็น 33% ในครึ่งปีแรก และ 23% ในปัจจุบัน
ได้มีการวิเคราะห์ถึงสาเหตุของการเปลี่ยน แปลงนี้ว่า อาจเป็นผลมาจากการที่ Facebook เปิดให้ผู้ใช้กลุ่มอายุ 13-17 ปี สามารถโพสต์ข้อความ หรือรูปภาพแบบสาธารณะได้ ถึงในทางกลับกันการเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้นักการตลาดจะสามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้กลุ่มนี้ได้ด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ Facebook ไม่ใช่ผู้เดียวที่จะต้องกังวลถึงแนวโน้มผู้ใช้หน้าใหม่ที่ลดลงนี้ บรรดาแบรนด์ที่ปัจจุบันได้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นช่องทางทำการตลาดหลักอาจจะต้องเริ่มปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลง เช่นเดียวกัน
+ เจาะใจวัย millennials
นักการตลาดเองต้องปรับกลยุทธ์การสื่อสารให้เหมาะสมกับกลุ่มวัยรุ่นอายุ 13-17 ปี ที่เรียกว่า millen nials หรือกลุ่มที่เกิดในช่วงปี 2000
"รับฟังให้มากขึ้น" แม้ Facebook จะมีเครื่องมืออำนวยความสะดวกมากมายที่ช่วยให้นักการตลาดสามารถจำแนกผู้ใช้งานออกเป็นกลุ่มย่อยๆ ตาม ปัจจัยด้านต่างๆ ตั้งแต่ เพศ อายุ ศาสนา การศึกษาไปจนถึง ความสนใจในสินค้าหรือรสนิยมทางเพศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยให้นักการตลาดสามารถส่งแคมเปญหรือโปรโมชั่นที่เหมาะสมให้แก่ผู้ใช้แต่ละกลุ่มได้โดยตรงก็ตาม
แต่กลุ่มวัยรุ่นอายุ 13-17 ปี ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นเพียงช่องทางเสริมในการสื่อสารกับเพื่อนที่พบในชีวิตจริง ไม่ต่างกับโทรศัพท์หรือจดหมาย ทำให้การเสนอโปรโมชั่นหรือโฆษณาเข้าไประหว่างที่ผู้ใช้กลุ่มนี้กำลังใช้งาน เปรียบเสมือนการรุกล้ำพื้นที่ความเป็นส่วนตัวระหว่างเพื่อนสนิท ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความรู้สึกด้านลบต่อแบรนด์
ดังนั้น แบรนด์จึงควรเป็นผู้ฟังและคอยเก็บข้อมูลว่าผู้ใช้กลุ่มนี้พูดคุยถึงสินค้าและบริการของตนว่าเป็นอย่างไรมากกว่า
"ปรับตัวให้เหมาะสม" หลังจากได้รับฟังความคิดเห็นที่ผู้บริโภคกลุ่มนี้มีต่อแบรนด์แล้ว ขั้นต่อมาจะเป็นการปรับปรุงการบริการให้เหมาะสม ซึ่งจุดนี้รวมถึงการตอบสนองที่รวดเร็วต่อความไม่พอใจที่ผู้บริโภคมีเพื่อควบคุมไม่ให้เรื่องราวลุกลามออกไป
ซึ่งการตอบสนองที่รวดเร็วนี้ให้ผลดีถึง 2 ประการ นั่นคือการควบคุมความเสียหาย และการสร้างความเชื่อถือในแบรนด์ เนื่องจากผู้ใช้อายุ 13-17 ปี นั้นยังมีอายุน้อยและมักถูกมองว่าเป็นเด็กจึงไม่ได้คาดหวังว่าแบรนด์จะให้ความสนใจกับปัญหาของตน
ด้วยเหตุนี้การที่แบรนด์ให้ความสนใจด้วยการตอบรับข้อความร้องเรียนหรือการแสดงความคิดเห็นของตน จึงสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ใช้กลุ่มนี้อย่างมาก ทั้งยังช่วยให้ผู้ใช้กลุ่มนี้รู้สึกว่าตนมีความสำคัญในสายตาของแบรนด์
"หาความร่วมมือ" ข้อมูลที่แบรนด์ได้รับจากการรับฟังความคิดเห็นนั้นนอกจากปัญหาและความไม่พอใจแล้ว ยังมีด้านตรงข้ามอีกด้วยนั่นคือ ความชอบที่มีต่อแบรนด์ ซึ่งด้วยการตรวจประวัติการใช้งานแบรนด์จะสามารถระบุตัว "แฟน" ของแบรนด์ได้ไม่ยาก
โดยกลุ่มแฟนนี้ เป็นบุคคลที่ชื่นชอบและพร้อมจะให้ความร่วมมือและสนับสนุนแบรนด์อย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นไปตามกฎ 80/20 หรือกลุ่มแฟน 20% เป็นที่มาของรายได้ 80%
แบรนด์สามารถให้ผู้ใช้กลุ่มนี้ช่วยในการประชาสัมพันธ์ รวมถึงเป็นแหล่งรับความคิดเห็นที่มีต่อสินค้าหรือแคมเปญการตลาด แม้แต่ให้มีส่วน ร่วมในการพัฒนาสินค้าหรือบริการ โดยมีผลการวิจัยชี้ว่าวัยรุ่นกลุ่ม millennials ชอบที่จะได้มีส่วน รวมและสร้างความแตกต่าง โดยเฉพาะกับแบรนด์ ที่ตนชอบ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
The Associated Press
MALEE โชว์กลยุทธ์ปี 69 ลุย 'Malee Applie...
...
ไฮเออร์ ประเทศไทย อัดงบปี 69 กว่า 1.2 พั...
...
บิ๊กซี ผนึก พันธมิตรธุรกิจ จัด แคมเปญ “ร...
...
“ส.ขอนแก่น” ทุ่มงบ 50 ล้านบาทเปิดแคมเปญใ...
...
ถอดกลยุทธ์ "ป่าล้อมเมือง" "Yes Yang" แบร...
...
บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ
×
เว็บไซต์ “สยามธุรกิจ” ใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และ นโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)
กดยอมรับ