กลยุทธ์รับมือ {apos}Millennials{apos} ผู้บริโภคยุคใหม่วัยละอ่อน

วันพุธที่ 04 ธันวาคม พ.ศ. 2556

กลยุทธ์รับมือ {apos}Millennials{apos} ผู้บริโภคยุคใหม่วัยละอ่อน


แม้ที่ผ่านมาเฟซบุ๊กจะเป็นเครื่องข่ายสังคมออนไลน์หรือโซเชียลเน็ตเวิร์กที่ยิ่งใหญ่กว่าโซเชียลเน็ตเวิร์กใดๆ ที่เคยมีมาก่อนหน้า ด้วยจำนวนผู้ใช้ทั่วโลกกว่า 1.1 พันล้านคน หรือเท่ากับ 14.2% ของประชากรโลกทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม แม้จะยังมีจำนวนผู้ใช้โดยรวม เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ก็เริ่มเกิดความเปลี่ยนแปลง ในผู้ใช้บางกลุ่มที่เริ่มมีทิศทางคงที่และอาจลดลงได้ในอนาคต ซึ่งเรื่องนี้ผู้บริหารของ Facebook เองเริ่มแสดงความกังวลออกมาบ้างแล้ว
David Ebersman CFO ของ Facebook เผยในงานแถลงผลประกอบการว่า แม้การใช้งาน Facebook ของกลุ่มวัยรุ่นชาวอเมริกันระหว่างช่วงไตรมาส 2-3 ของปี 2013 ที่ผ่านมาจะมีจำนวนคงที่ แต่ในภาพรวมบริษัทเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงถึงจำนวนผู้ใช้กลุ่มวัยรุ่นอายุน้อยที่ลดลง ในเฉพาะยอดการใช้งานประจำวัน
แม้ David Ebersman จะไม่ได้ระบุชัดเจนว่ากลุ่มวัยรุ่นที่บริษัทอ้างถึงนั้นมีอายุหรือคุณสมบัติอย่างไร แต่คาดว่าอาจเป็นกลุ่มอายุระหว่าง 13-17 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ Facebook ให้ความสนใจมาตลอด โดยเฉพาะในกลุ่มที่ใช้โซเชียลมีเดียช่องทางอื่นในเวลาเดียวกัน อย่าง Snapchat, Twitter รวมถึง Instagram ที่ Facebook ได้ไปซื้อกิจการไว้ก่อนแล้ว
การออกมายอมรับนี้เกิดขึ้นหลังจากการเปลี่ยน แปลงกฎการใช้งานของกลุ่มวัยรุ่นอายุ 13-17 ปี ให้สามารถโพสต์ข้อความและรูปภาพสู่สาธารณะได้อย่างเสรีบน Facebook จากที่เคยจำกัดให้มองเห็นเพียงแค่ในกลุ่มเพื่อนหรือเพื่อนของเพื่อนเท่านั้น
แม้ Facebook จะเร่งปรับตัวรับมือกับแนวโน้ม ดังกล่าว แต่ยังมีผู้แสดงความคิดเห็นว่า โซเชียลเน็ต เวิร์กยอดนิยมนี้กำลังเริ่มก้าวสู่ช่วงเวลาขาลงเช่นเดียวกับโซเชียลเน็ตเวิร์กรุ่นพี่รายอื่นๆ ที่เคยโด่งดังมาก่อนหน้า เช่น Myspace หรือ Hi5
+ รับมือผู้บริโภคยุคใหม่
Christie Garton คอลัมนิสต์ ของเว็บไซต์ entrepreneur.com ได้อ้างถึงผลวิจัยของสำนักวิจัย Forrester ที่ชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ในกลุ่มเด็กและวัยรุ่นชาวเมริกันอายุ 12-17 ปี มีเพียง 6% เท่านั้นที่ต้องการเป็น "เพื่อน" กับแบรนด์ของสินค้าหรือบริการบน Facebook
นอกจากนี้ ยังมีผลสำรวจของสำนักวิจัย Piper Jaffray ซึ่งระบุว่าจำนวนของวัยรุ่นที่เห็นว่า Facebook เป็นโซเชียลเน็ตเวิร์กที่สำคัญที่สุดนั้น มีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่องนับตลอดปีที่ผ่านมา โดยลดลงจาก 42% ในปี 2012 เป็น 33% ในครึ่งปีแรก และ 23% ในปัจจุบัน
ได้มีการวิเคราะห์ถึงสาเหตุของการเปลี่ยน แปลงนี้ว่า อาจเป็นผลมาจากการที่ Facebook เปิดให้ผู้ใช้กลุ่มอายุ 13-17 ปี สามารถโพสต์ข้อความ หรือรูปภาพแบบสาธารณะได้ ถึงในทางกลับกันการเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้นักการตลาดจะสามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้กลุ่มนี้ได้ด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ Facebook ไม่ใช่ผู้เดียวที่จะต้องกังวลถึงแนวโน้มผู้ใช้หน้าใหม่ที่ลดลงนี้ บรรดาแบรนด์ที่ปัจจุบันได้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นช่องทางทำการตลาดหลักอาจจะต้องเริ่มปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลง เช่นเดียวกัน
+ เจาะใจวัย millennials
นักการตลาดเองต้องปรับกลยุทธ์การสื่อสารให้เหมาะสมกับกลุ่มวัยรุ่นอายุ 13-17 ปี ที่เรียกว่า millen nials หรือกลุ่มที่เกิดในช่วงปี 2000
"รับฟังให้มากขึ้น" แม้ Facebook จะมีเครื่องมืออำนวยความสะดวกมากมายที่ช่วยให้นักการตลาดสามารถจำแนกผู้ใช้งานออกเป็นกลุ่มย่อยๆ ตาม ปัจจัยด้านต่างๆ ตั้งแต่ เพศ อายุ ศาสนา การศึกษาไปจนถึง ความสนใจในสินค้าหรือรสนิยมทางเพศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยให้นักการตลาดสามารถส่งแคมเปญหรือโปรโมชั่นที่เหมาะสมให้แก่ผู้ใช้แต่ละกลุ่มได้โดยตรงก็ตาม
แต่กลุ่มวัยรุ่นอายุ 13-17 ปี ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นเพียงช่องทางเสริมในการสื่อสารกับเพื่อนที่พบในชีวิตจริง ไม่ต่างกับโทรศัพท์หรือจดหมาย ทำให้การเสนอโปรโมชั่นหรือโฆษณาเข้าไประหว่างที่ผู้ใช้กลุ่มนี้กำลังใช้งาน เปรียบเสมือนการรุกล้ำพื้นที่ความเป็นส่วนตัวระหว่างเพื่อนสนิท ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความรู้สึกด้านลบต่อแบรนด์
ดังนั้น แบรนด์จึงควรเป็นผู้ฟังและคอยเก็บข้อมูลว่าผู้ใช้กลุ่มนี้พูดคุยถึงสินค้าและบริการของตนว่าเป็นอย่างไรมากกว่า
"ปรับตัวให้เหมาะสม" หลังจากได้รับฟังความคิดเห็นที่ผู้บริโภคกลุ่มนี้มีต่อแบรนด์แล้ว ขั้นต่อมาจะเป็นการปรับปรุงการบริการให้เหมาะสม ซึ่งจุดนี้รวมถึงการตอบสนองที่รวดเร็วต่อความไม่พอใจที่ผู้บริโภคมีเพื่อควบคุมไม่ให้เรื่องราวลุกลามออกไป
ซึ่งการตอบสนองที่รวดเร็วนี้ให้ผลดีถึง 2 ประการ นั่นคือการควบคุมความเสียหาย และการสร้างความเชื่อถือในแบรนด์ เนื่องจากผู้ใช้อายุ 13-17 ปี นั้นยังมีอายุน้อยและมักถูกมองว่าเป็นเด็กจึงไม่ได้คาดหวังว่าแบรนด์จะให้ความสนใจกับปัญหาของตน
ด้วยเหตุนี้การที่แบรนด์ให้ความสนใจด้วยการตอบรับข้อความร้องเรียนหรือการแสดงความคิดเห็นของตน จึงสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ใช้กลุ่มนี้อย่างมาก ทั้งยังช่วยให้ผู้ใช้กลุ่มนี้รู้สึกว่าตนมีความสำคัญในสายตาของแบรนด์
"หาความร่วมมือ" ข้อมูลที่แบรนด์ได้รับจากการรับฟังความคิดเห็นนั้นนอกจากปัญหาและความไม่พอใจแล้ว ยังมีด้านตรงข้ามอีกด้วยนั่นคือ ความชอบที่มีต่อแบรนด์ ซึ่งด้วยการตรวจประวัติการใช้งานแบรนด์จะสามารถระบุตัว "แฟน" ของแบรนด์ได้ไม่ยาก
โดยกลุ่มแฟนนี้ เป็นบุคคลที่ชื่นชอบและพร้อมจะให้ความร่วมมือและสนับสนุนแบรนด์อย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นไปตามกฎ 80/20 หรือกลุ่มแฟน 20% เป็นที่มาของรายได้ 80%
แบรนด์สามารถให้ผู้ใช้กลุ่มนี้ช่วยในการประชาสัมพันธ์ รวมถึงเป็นแหล่งรับความคิดเห็นที่มีต่อสินค้าหรือแคมเปญการตลาด แม้แต่ให้มีส่วน ร่วมในการพัฒนาสินค้าหรือบริการ โดยมีผลการวิจัยชี้ว่าวัยรุ่นกลุ่ม millennials ชอบที่จะได้มีส่วน รวมและสร้างความแตกต่าง โดยเฉพาะกับแบรนด์ ที่ตนชอบ


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ