มุ่งคิด..มุ่งสร้าง..ไม่ยอมแพ้ {apos}สร้างบุญ แสงมณี{apos}

วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

มุ่งคิด..มุ่งสร้าง..ไม่ยอมแพ้ {apos}สร้างบุญ แสงมณี{apos}


"สร้างบุญ แสงมณี" คือผู้บริหารหนุ่มที่ได้นำ "ชิจิดะ" สถาบันพัฒนาศักยภาพการใช้สมองเด็กจากประเทศญี่ปุ่น โดยศาสตราจารย์ ดร.มาโกโตะ ชิจิดะ เข้ามาให้คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกๆ หลานๆ ในเมืองไทยได้มาใช้บริการในการช่วยพัฒนาอัจฉริยภาพของสมองซีกขวาของลูกน้อยให้มีพลังในการเรียนรู้อย่างรวดเร็ว จดจำอย่างแม่นยำ จวบจนขณะนี้สถาบันชิจิดะประเทศไทย ฉลองครบรอบ 5 ปีแห่งความสำเร็จแล้ว ภายใต้การบริหารของนักบริหารหนุ่มคนนี้
"ผมเรียนจบปริญญาโท สาขาโทรคมนาคมที่อเมริกา ก็ทำงานเป็นพนักงานบริษัทเกี่ยวกับการให้บริการทีวีและอินเตอร์เน็ตดาวเทียมอยู่ประมาณปีกว่าก็กลับมาเมืองไทย และร่วมลงทุนกับเพื่อนทำบริษัทด้านไอที แล้วก็ไปเรียนต่อปริญญาโทอีกใบด้านบริหาร ธุรกิจ (MBA) ที่สถาบันศศินทร์ จุฬาฯ ด้านการตลาด พอจบก็มาช่วยเพื่อนที่บริษัทไอทีเรื่อยมา จนเพื่อนที่เป็นหุ้นส่วนในบริษัทไอทีคือคุณพลภัทร์ อุดมผล มาชวนให้ศึกษาเกี่ยวกับแนวการศึกษาและพัฒนาเด็กแบบชิจิดะ ก็เลยเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับลูกๆ ของเราและเด็กๆ คนอื่นในประเทศไทยด้วย ก็เลยช่วยกันติดต่อนำลิขสิทธิ์มาเปิดในประเทศไทยจนปัจจุบันสถาบันนี้ชิจิดะก็เปิดให้บริการมาครบ 5 ปีแล้ว และมีสาขาตอนนี้มีอยู่ 4 สาขาสาขา คือ สุขุมวิท 31, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, เจริญนคร และศูนย์การค้า เมกาบางนา ซึ่งตัวผมเองก็ดูในส่วนของการตลาดเป็นหลัก"
ผู้บริหารหนุ่ม บอกต่อว่า ธุรกิจนี้ดำเนิน มา 5 ปีแล้วก็ถือว่าประสบความสำเร็จเพราะได้รับการตอบรับดีจากผู้ปกครองที่ต้องการเสริมศัพยภาพให้กับลูกๆ ซึ่งขณะนี้เรามีนักเรียนประมาณ 1,200 คน และในปี 57 เราเตรียมจะทุ่มงบกว่า 20 ล้านบาท เปิดสาขา ใหม่อีก 3 สาขา คือ โครงการเดอะวอล์ค เกษตร-นวมินทร์, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระราม 3 และศูนย์การค้าเซ็นทรัลปิ่นเกล้า เพื่อหวังเพิ่มพื้นที่การรองรับให้เพียงพอแก่ความต้องการของผู้ปกครอง พร้อมจะเปิดคลาสเรียนใหม่เป็นภาษาญี่ปุ่น โดยใช้ครูผู้สอนชาวญี่ปุ่นที่ได้รับการอบรมจากสถาบันชิจิดะประเทศญี่ปุ่น เพื่อรองรับครอบครัวชาวญี่ปุ่นที่ทำงานอยู่ภายในประเทศไทยด้วย ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะมีเด็กๆ ชาวญี่ปุ่นมาเรียนเพิ่มอีกราวกว่า 500 ซึ่งเราเตรียมการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านโซเชียลมีเดีย เปิดสัมมนา เพื่อให้พ่อแม่มือใหม่ได้รู้จักสถาบันเรามากขึ้น โดยการเตรียมรุกทำตลาดนี้นั้นเราต้องการเพื่อปูทางสำหรับเป้าหมายในปี 2557 ถึงปี 2558 ที่จะเปิดสาขาเพิ่มในกรุงเทพฯ อีก 3 สาขา เพื่อให้ครบ 10 สาขาครอบคลุมทุกมุมของกรุงเทพฯ จากนั้นก็จะเริ่มทยอยเปิดสาขาตามหัวเมืองใหม่ๆ ในต่างจังหวัด เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต นครราชสีมา ฯลฯ เพื่อให้ครบทุกภาคและไม่ต่ำกว่า 10 สาขาในต่างจังหวัด
และจากการทำธุรกิจดังกล่าวมาจวบจนปัจจุบัน สร้างบุญได้บอกถึงหลักการบริหารงานของตนให้ฟังว่า ผมมองว่าการที่เราจะเริ่มหรือดำเนินธุรกิจอะไรก็ต้องหาข้อมูลและทำการบ้านเรื่องภาวะตลาดและจุดเด่นจุดด้อยของธุรกิจเราเหมือนทฤษฎีปกติที่หลายท่านทราบ แต่ที่สำคัญคือ อย่าให้ข้อมูลเหล่านั้นทำให้เรากลัวและไม่กล้าเดินต่อ ข้อมูลในกระดาษไม่ได้เป็นตัววัดความสำเร็จเสมอ ไป อีกส่วนหนึ่งต้องใช้ความรู้สึกเราเป็นตัวประกอบ อาจตั้งคำถามง่ายๆ ว่าถ้าเราเป็นลูกค้า เราจะซื้อสินค้าหรือบริการของธุรกิจนี้หรือไม่ เพราะอะไร อีกอย่างที่ผมรู้สึกเสมอ คือ คนเราไม่ต้องเก่งทุกอย่าง เราไม่จำเป็นต้องชำนาญในทุกงานที่เกี่ยวข้อง กับธุรกิจนั้น เราสามารถหาคนที่เก่งในแต่ละด้านมาช่วยเราได้ เพราะไม่มีใครเก่งทุกอย่าง ต้องปล่อยให้ที่เก่งในด้านนั้นๆ ทำงานของเขา ถ้าจะรอฝึกฝนตัวเองให้เก่งทุกอย่างก็คงไม่ได้เริ่มธุรกิจเสียทีสุดท้ายคือการไม่ยอมแพ้แต่ต้องตัดใจได้ เพราะเป็นไปได้สูงที่ธุรกิจในระดับ SME อย่างเราจะไปไม่รอด มีสถิติสากลอยู่แล้วว่าธุรกิจเกิดใหม่ 10 กิจการ เมื่อเวลาผ่านไป 5 ปี จะเหลือรอดเพียง 1 กิจการ ดังนั้นหากธุรกิจเราอยู่ใน 9 กิจการที่ไม่รอดก็ไม่แปลก เราก็ต้องตัดใจและเริ่มคิดทำใหม่ จนกว่าเราจะเป็น 1 กิจการที่รอดและดำรงอยู่ได้จนประสบความสำเร็จ
"ถ้าถามว่าการทำธุรกิจหรือทำอะไรก็ตามแน่นอนว่ามันจะต้องเจอปัญหาและอุปสรรค ดังนั้นในส่วนตัวผมรู้สึกว่า ทั้ง 2 อย่างนี้เป็นของคู่กับการทำธุรกิจ หรือจริงๆ แล้วเป็นของคู่กับชีวิตมนุษย์เลยก็ว่าได้ เมื่อเกิดปัญหาก็ต้องพยายามควบคุมความกังวลและความรู้สึกถดถอยต่างๆ แล้วก็ค่อยๆ วิเคราะห์ว่าสาเหตุคืออะไร แล้วทางแก้เราคิดเองได้หรือไม่ หรือเราจะปรึกษาใครได้ ทางที่ดีคือเราควรมีเพื่อนและสังคมที่หลากหลายเพราะจะได้เหมือนมีฐานข้อมูลความรู้ที่เราสามารถ เข้าถึงได้ตลอดเวลา เพราะต้องมีใครซักคนที่เคยพบปัญหานี้และมีทางแก้แล้ว แล้วสุดท้ายมันจะทำให้เราก้าวผ่านปัญหาและอุปสรรคไปได้อย่างแน่นอน"
นอกจากหลักในการทำงานแล้ว ผู้บริหาร ชิจิดะ ยังได้เล่าถึงหลักในการดำเนินชีวิตเพื่อให้ชีวิตตัวเองมีความสุขอีกว่า ผมจะพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดโดยไม่เครียดเกินไปกับชีวิต ในความเห็นผมคือการบริหารธุรกิจหรือองค์กรใดๆ นั่น สิ่งสำคัญที่สุดคือทรัพยากรบุคคล ดังนั้นผมพยายาม ดูตัวอย่างจากคุณพ่อเป็นแบบอย่างในการทำงานและดำเนินชีวิต แต่ก็ยังทำตามไม่ได้ทั้งหมดแต่ก็พยายามนำข้อดีของท่านมาใช้ให้ได้ตามแต่โอกาส เพราะคุณพ่อผมเป็นนักปกครอง นักบริหาร มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีทั้งพระเดชและพระคุณ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนคนและองค์กรให้ไปถึงเป้าหมายได้
"เวลาว่างของผมหลังจากการทำงานแล้วผมจะชอบอ่านนิตยสารเกี่ยวกับธุรกิจ โดยเฉพาะ ที่เกี่ยวกับธุรกิจที่เกิดใหม่และประสบความสำเร็จ และก็จะอยู่กับครอบครัวเล่นกับลูกๆ และพาครอบครัวไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ที่ชื่นชอบซึ่งส่วนใหญ่จะชอบไปเที่ยวทะเลกันเพราะเด็กๆ ชอบเล่นน้ำ อีกทั้งผมยังชอบสะสมของเล่นและ หุ่นจำลองที่มาจากหนังและการ์ตูนต่างๆ อีกด้วย เพื่อความเพลิดเพลินในชีวิตส่วนตัว ที่ทำแล้วทำให้ชีวิตมีความสุข" สร้างบุญ แสงมณี กล่าวทิ้งท้าย


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ