Toggle navigation
วันพุธ ที่ 8 เมษายน 2569
หน้าแรก
ข่าวสาร
วิเคราะห์-บทความ-ต่างประเทศ
ประกัน
ยานยนต์
การเงิน-ธนาคาร
หุ้น-กองทุนรวม
อสังหาริมทรัพย์
พลังงาน-คมนาคม-โลจิสติกส์
อุตสาหกรรม-เออีซี-เอสเอมอี
ไอที
การศึกษา-กทม
การตลาด-ซีเอสอาร์
เกษตรยุคใหม่-ภูมิภาค
บันเทิง
ขายตรง
ประชาสัมพันธ์
PR NEWS -ข่าวประชาสัมพันธ์
ไลฟ์สไตล์
ท่องเที่ยว
แฟชั่นโซไซตี้-ดูดวง
ช๊อป-ชิม-ชิล
สุขภาพ-ความงาม
วิดีโอ-คลิปข่าว
E-Book
นสพ. สยามธุรกิจ
ติดต่อเรา
สามารถส่งข้อมูล ข่าวสาร ทางอีเมลล์ : siamturakijonlinenews@gmail.com และ สำหรับฝ่ายโฆษณา ทางอีเมลล์ : siamturakijadvertising@gmail.com
หน้าแรก
การตลาด-อีคอมเมิร์ซ
การตลาดผ่านภาพยนตร์โฆษณาที่คนอยากดู
การตลาดผ่านภาพยนตร์โฆษณาที่คนอยากดู
วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
Tweet
การท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญของหลายประเทศ เนื่องจากสามารถนำเงินตราต่างชาติเข้าสู่ประเทศได้จำนวนมหาศาล โดยเฉพาะเมื่อสถิติบ่งบอกว่าในปี 2555 มีจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปมาทั่วโลกมากถึง 1,000 ล้านคน จากประชากรโลกทั้งหมด 7,000 ล้านคน
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีนักท่องเที่ยว จำนวนมาก แต่ประเทศที่คนกลุ่มนี้จะเดินทางเข้าไปก็มีให้เลือกมากมายเช่นกัน โดยเฉพาะประเทศที่มีความโดดเด่นในด้านต่างๆ เช่น ฝรั่งเศส จีนและ สหรัฐอเมริกา ซึ่งในปี 2555 ทั้ง 3 ประเทศมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปรวมกันกว่า 200 ล้านคน หรือ 1 ใน 5 ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด
ประเทศอื่นๆ ที่เหลือจึงต้องพยายามแข่งขันกันเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามายังประเทศของตนให้มากที่สุด โดยวิธีการพื้นฐานที่นิยมใช้ก็คือ การโฆษณาและประชาสัมพันธ์
อย่างไรก็ตาม การโฆษณาที่สื่อสารไปยังนักท่องเที่ยวทั่วไปในลักษณะแมส อาจไม่มีประสิทธิภาพมากนักเนื่องจากข้อความที่สื่อออกไปจากแต่ละ ประเทศล้วนมีความคล้ายคลึงกัน เช่น แสงสี, วัฒนธรรม, ธรรมชาติหรืออาหารการกิน
+ เทรนด์ ตามรอย
จนกระทั่งได้เกิดวิธีการโฆษณาโปรโมตการท่องเที่ยวแบบใหม่ขึ้นในช่วงปี 2544 เมื่อภาพยนตร์ The Lord of the Rings ซึ่งสร้างจากนวนิยายแฟนตาซีของ J. R. R. Tolkien ออกฉายไปทั่วโลก และสร้างกระแสความนิยมในนวนิยายเรื่องนี้ขึ้นอย่างกว้างขวางในหลายประเทศ
ในช่วงแรกยังไม่มีใครคาดคิดว่าภาพยนตร์นี้จะส่งผลต่อการท่องเที่ยวมากนัก เนื่องจากฮอลลีวูดได้ใช้สถานที่ ต่างๆ ทั่วโลกเป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์มานานแล้ว เช่น ภายนตร์เรื่องเดอะบีช ที่ใช้อ่าวมาหยาของไทยเป็นสถานที่ถ่ายทำ
แต่หลังจากภาพยนตร์ออกฉายไม่นานเหล่าแฟนของภาพยนตร์และนิยายได้เริ่มเดินทางออก "ตามรอย" ภาพยนตร์โปรดของตนด้วยการไปยังสถานที่ถ่ายทำซึ่งสถานที่นั้นคือ ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งมีสถานที่ที่ใช้ถ่ายทำภาพยนตร์กว่า 150 แห่ง
นอกจากแฟนภาพยนตร์แล้ว ด้วยทิวทัศน์อันสวยงามที่ปรากฏในภาพยนตร์ ทำให้ผู้คนทั่วไปเริ่มให้ความสนใจการท่องเที่ยวในประเทศนิวซีแลนด์ตามไปด้วย
การเดินทางตามรอยภาพยนตร์นี้ได้กลายเป็นเทรนด์ใหม่ในตลาดท่องเที่ยวของนิวซีแลนด์ในเวลาอันรวดเร็ว โดย เกรก แอนเดอร์สัน ผู้จัดการทั่วไปตลาดประเทศตะวันตก การท่องเที่ยวแห่งนิวซีแลนด์ เปิดเผยว่า หลังจากภาพยนตร์ The Lord of the Rings ออกฉายมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นถึง 50% โดย 1% ของนักท่องเที่ยวที่เข้ามายอมรับว่าภาพยนตร์เป็นเหตุผลหลักที่ตนเดินทางมานิวซีแลนด์
แม้จากการสำรวจจะระบุว่ามีนักท่องเที่ยวเพียง 1% ที่เป็นผลมาจากภาพยนตร์ แต่นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้สร้างมูลค่ามากถึง 32.8 ล้านนิวซีแลนด์ดอลลาร์ และยังมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยหลังจากภาพยนตร์ภาค 3 ออกฉายในปี 2546 รายได้รวมจากนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 200 ล้านนิวซีแลนด์ดอลลาร์
ในขณะเดียวกันหลังจากปี 2547 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้าเยี่ยมชมสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เฉลี่ย 47,000 คนต่อปี
โดยในภาพรวมภาพยนตร์ The Lord of the Rings ทั้ง 3 ภาค ได้ช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวให้แก่ประเทศนิวซีแลนด์จาก 1.7 ล้านคนในปี 2543 เป็น 2.4 ล้านคน ในปี 2549
+ น้ำขึ้นต้องรีบตัก
ความสำเร็จของการท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ในครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความนิยมในภาพยนตร์แต่เพียงฝ่ายเดียว แต่ประเทศนิวซีแลนด์เองได้ใช้โอกาสนี้ทำแคมเปญสนับสนุนการท่องเที่ยวไปพร้อมกันด้วย
โดยคณะกรรมการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ของนิวซีแลนด์ (Film NZ) ได้จัดแคมเปญโปรโมตการท่องเที่ยวผ่านทางหน้าเว็บไซต์ด้วยสโลแกน "Experience New Zealand, Home of Middle Earth." พร้อมจัดทำแผนที่สำหรับเที่ยวชมสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ทั่วประเทศ หรือ "Middle Earth map" แจกฟรีให้แก่นักท่องเที่ยว
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการเอกชนยังได้อาศัยจังหวะนี้ปรับสถานที่พักและโปรแกรมท่องเที่ยวของตนตามธีมของภาพยนตร์ เพื่อเอาใจนักท่องเที่ยวอีกด้วย
เมื่อปี 2555 ที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัวภาพยนตร์ The Hobbit ซึ่งเป็นภาคก่อนหน้าของ The Lord of the Rings ซึ่งในครั้งนี้การท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ได้จัดแคมเปญการตลาดอย่างเต็มตัว ด้วยการเปิดตัวแคมเปญ "100% Middle-earth, 100% Pure New Zealand"
เควิน โบวเวอร์ ผู้บริหารระดับสูงของการท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ กล่าวว่า เป้าหมายของแคมเปญนี้ คือ การแสดงให้นักท่องเที่ยวรู้ว่า สามารถไปสถานที่ที่เห็นในภาพยนตร์นั้นมีอยู่จริงที่นิวซีแลนด์ นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถเข้าไปในสถานที่เหล่านั้นได้ด้วย
นอกจากนี้ ภาคเอกชนหลายรายยังร่วมแคมเปญนี้ด้วย เช่น สายการบิน Air New Zealand ที่ทาสีเครื่องบินเป็นลายภาพยนตร์ รวมถึงทำวิดีโอสาธิต ความปลอดภัยบนเครื่องเลียนแบบภาพยนตร์ และสถานีโทรทัศน์ของออสเตรเลียได้จัดพยากรณ์อากาศเป็นภาษาเอลฟ์เพื่อฉลองเปิดตัวภาพยนตร์
ในช่วงเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม ปี 2556 ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศนิวซีแลนด์ในช่วงวันหยุดเพิ่มขึ้น 10% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากสหรัฐอเมริกาที่เป็นเป้าหมายหลักมีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 20% ซึ่ง 8.5% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมดกล่าวว่าเดินทางมาเพราะภาพยนตร์เรื่อง The Hobbit
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
The Associated Press
MALEE โชว์กลยุทธ์ปี 69 ลุย 'Malee Applie...
...
ไฮเออร์ ประเทศไทย อัดงบปี 69 กว่า 1.2 พั...
...
บิ๊กซี ผนึก พันธมิตรธุรกิจ จัด แคมเปญ “ร...
...
“ส.ขอนแก่น” ทุ่มงบ 50 ล้านบาทเปิดแคมเปญใ...
...
ถอดกลยุทธ์ "ป่าล้อมเมือง" "Yes Yang" แบร...
...
บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ
×
เว็บไซต์ “สยามธุรกิจ” ใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และ นโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)
กดยอมรับ