Toggle navigation
วันพุธ ที่ 8 เมษายน 2569
หน้าแรก
ข่าวสาร
วิเคราะห์-บทความ-ต่างประเทศ
ประกัน
ยานยนต์
การเงิน-ธนาคาร
หุ้น-กองทุนรวม
อสังหาริมทรัพย์
พลังงาน-คมนาคม-โลจิสติกส์
อุตสาหกรรม-เออีซี-เอสเอมอี
ไอที
การศึกษา-กทม
การตลาด-ซีเอสอาร์
เกษตรยุคใหม่-ภูมิภาค
บันเทิง
ขายตรง
ประชาสัมพันธ์
PR NEWS -ข่าวประชาสัมพันธ์
ไลฟ์สไตล์
ท่องเที่ยว
แฟชั่นโซไซตี้-ดูดวง
ช๊อป-ชิม-ชิล
สุขภาพ-ความงาม
วิดีโอ-คลิปข่าว
E-Book
นสพ. สยามธุรกิจ
ติดต่อเรา
สามารถส่งข้อมูล ข่าวสาร ทางอีเมลล์ : siamturakijonlinenews@gmail.com และ สำหรับฝ่ายโฆษณา ทางอีเมลล์ : siamturakijadvertising@gmail.com
หน้าแรก
การตลาด-อีคอมเมิร์ซ
FOMO เรื่องน่ากลัวที่ต้องเข้าใกล้
FOMO เรื่องน่ากลัวที่ต้องเข้าใกล้
วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
Tweet
การเกาะติดข่าวสารบ้านเมืองไปจนถึงเรื่องของชาวบ้าน กลายเป็นกระแสของคนยุคนี้ไปแล้ว เพราะไม่ว่าจะมีอะไรใหม่ อะไรเด็ด อะไรดัง คนในปัจจุบันก็หันมาให้ความสนใจ จนทำให้สิ่งนั้นเกิดได้ชั่วข้ามคืน แม้จะไม่สามารถการันตีความยั่งยืนของกระแสนั้นๆ ได้ แต่นักการตลาดก็บอกว่า นี่คือยุคของ FOMO ที่ผู้ทำตลาดต้องรับรู้ไว้
นายอนุวัตร เฉลิมชัย นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า พฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ยอมตกกระแสข่าวหรือกระแสสังคมต่างๆ หรือ FOMO (Fear of Missing Out) เป็นกระแสที่เกิดขึ้นมานานแล้ว แต่ชัดเจนมากในยุคนี้ เนื่องจากมีเครื่องมือสื่อสารที่ฉับไว ซึ่งกระแสนี้ส่งผลให้คนรุ่นใหม่ มีความตื่นตัวต่อกระแสสังคมในด้านต่างๆ ถือเป็นหนึ่งในพฤติกรรมของลูกค้าที่นักการตลาดควรให้ความสำคัญ
"ทุกวันนี้หลายคนมีอาการคล้ายกัน คือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูว่า มีข้อความหรือการอัพเดตอะไรบ้าง แม้จะไม่มีเสียงเตือนใดๆ ก็ตาม และในวันหนึ่งๆ พฤติกรรมนี้เกิดขึ้นหลายสิบครั้ง หรือในบางรายมีความถี่ทุก 30 วินาที สิ่งเหล่านี้เป็นประเด็นที่นักการตลาดทั่วโลกให้ความสนใจ หลายแบรนด์หยิบพฤติกรรมเหล่านี้มาสร้างแคมเปญมากมาย"
+ Gen Y ตัวปั่นแห่งยุคสมัย
นายอนุวัตร กล่าวว่า Gen Y (อายุน้อยกว่า 32 ปี) หรือเรียกว่า Gen Me เป็นกลุ่มสำคัญที่ทำให้ FOMO เข้ามามีบทบาท เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีการขับเคลื่อนของข้อมูลข่าวสารในโลกออนไลน์ตลอดเวลา ทั้งนี้แนะนำว่าการทำตลาดกับ Gen Y ในยุคของคนที่ไม่ยอมตก กระแส หรือ FOMO จึงมีข้อแนะนำที่เรียกว่า CRUSH ประกอบด้วย
C : Coolness สินค้า บริการ หรือแคม-เปญต้องเท่ โดนใจกลุ่มคนรุ่นใหม่
R : Realness ต้องตอบโจทย์ความต้อง การได้ตรงใจ ไม่เสแสร้ง
U : Uniquenese เข้าถึงความเป็นตัวเอง ของลูกค้า
S : Self-identification with Brand ทำให้แบรนด์อยู่ในใจลูกค้า เป็นเพื่อนกับลูกค้า ไม่ให้รู้สึกต่อต้าน
H : Happiness เป็นแบรนด์ที่มีภาพลักษณ์ เชิงบวก สร้างความสุขให้เกิดขึ้น
ตัวอย่างความสำเร็จของผู้ที่คำนึงถึง FOMO อาทิ ไอศกรีมแม็กนั่ม กับ "แม็กนั่ม คาเฟ่" ที่สร้าง กระแสบอกต่อ มีแคมเปญแนวใหม่แหวกแนว เกิดกระแสที่ต้องได้ลองซื้อและเข้าใช้บริการ ซีรี่ส์ฮอร์โมน ที่สามารถตอบโจทย์โดนใจ และทำให้ผู้ชมค้นหาและติดตาม แม้ไม่มีการออกอากาศในฟรีทีวี ก็มีผู้ที่เข้าไปหาชมใน YOUTUBE
"กระแส FOMO ไม่ได้มีผลเฉพาะวงการตลาด แต่มีผลกับทุกวงการ ดังจะเห็นตัวอย่างมากมายที่เกิดขึ้นว่า คนยุคนี้ไม่ยอมตกกระแสใดๆ ดังนั้น หากธุรกิจหรือวงการใดละเลยกระแสนี้ไป ผู้ที่ละเลยนั้นก็ จะกลายเป็นคนตกกระแสเช่นกัน" นายอนุวัตร กล่าว
+ Gen Me เมืองไทยไม่เหมือนใคร
นางดั่งใจถวิล อนันตชัย นายกสมาคมวิจัยการตลาดแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า คน Gen Y หรือ Gen Me เป็นผู้ที่มีชีวิตที่อยู่ในโลกสาธารณะ จึงต้องดูแลตัวเองอย่างมาก ทั้งบุคลิกภาพด้านหน้าตา การแต่งกาย คำพูด กิริยา ฯลฯ แต่ก็มีความมั่นใจในตัวเองสูง มีพฤติกรรมที่แตกต่างจากคนรุ่นก่อน ทั้ง Gen X (32-50 ปี) หรือ Baby Boom (50 ปีขึ้นไป) อาทิ ทัศนคติต่อการทำงาน คน Gen Y จะเดินหน้าลุย และทำทันที ขณะที่คนรุ่นก่อนจะบอกว่าให้คิดก่อนทำหรือค่อยๆ ทำ อีกทั้งไม่ยึดติดอยู่กับงานประจำที่พวกเขาคิดว่าเข้ามาล้อมกรอบชีวิตหรือมีค่าตอบแทนที่ไม่เหมาะสมกับพวกเขา ประเด็นนี้จึงทำให้ Gen Y เป็นคนเปลี่ยนงานบ่อย ขณะเดียวกันก็เป็นเจ้าของธุรกิจตั้งแต่อายุน้อย
อีกตัวอย่างความแตกต่างของคน Gen Y กับคนรุ่นก่อน คือ พวกเขาคิดว่า การทำงานไปเล่นไป (Work and Play) เป็นสิ่งที่ทำด้วยกันได้ ไม่เหมือนคนรุ่นก่อนที่แยกการเล่นและการทำงานออกจากกันอย่างเด็ดขาด
มีการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภค จำนวน 8,933 คน จาก 9 ประเทศในเอเชีย พบว่า กลุ่ม Gen Me ชาวไทย เป็นคนที่ความเคลื่อนไหวสูงในการใช้จ่ายผ่านช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะร้านสะดวกซื้อ ซึ่ง Gen Me ชาวไทย มีอัตราการ เข้าใช้บริการมากที่สุด (ในรอบสัปดาห์) เมื่อเปรียบ เทียบกับอีก 8 ประเทศ โดยพวกเขานิยมเข้าร้านสะดวกซื้อ 93% ขณะที่ค่าเฉลี่ยของ 9 ประเทศอยู่ที่ 74%
ผลสำรวจยังพบว่า Gen Me จาก 9 ประเทศ มีการใช้สมาร์ทโฟนมากกว่าคนรุ่นอื่น หรือมีสัดส่วนอยู่ที่ 83% ส่วน Gen Me เมืองไทยอยู่ที่ 81%
สำหรับโปรโมชั่นทางการตลาดที่คน Gen Me ชื่นชอบคือ กลยุทธ์ของแถมที่มากับผลิตภัณฑ์ (Banded Product) เช่น ซื้อครีมอาบน้ำแถมฟองน้ำ ส่วนโปรโมชั่นที่คนเหล่านี้ไม่ชอบ คือ แคมเปญ Instant Prize ประเภทเปิดฝาชิงโชค ซึ่งพวกเขาระบุว่าสนุกดีแต่ไม่แฟร์
มีสิ่งที่น่าสนใจอีกว่า กลุ่มคน Gen Me เมืองไทย รับชม Youtube มากกว่าประเทศอื่นๆ ไม่ยึดติดกับฟรีทีวี แถมยังเป็นนักเล่นเกมออนไลน์ตัวฉกาจ
เมื่อถามถึงเหตุผลในการเลือกใช้สื่อสังคมออนไลน์ กลุ่มคนเหล่านี้ระบุว่า เครือข่ายสังคมออน ไลน์ เป็นที่ที่สามารถเชื่อมต่อพวกเขากับคนรอบข้าง และอาจจะอยู่ไม่ได้หากขาดสื่อเหล่านี้ แต่ก็มีความเห็นตรงกันว่า แม้พวกเขาจะชื่นชอบโลกในสังคมออนไลน์ แต่ก็ไม่ได้เชื่อทุกอย่างที่พบเห็น และใช้วิจารณญาณอย่างมากในการพิจารณา ขณะที่ความคิดเห็นต่อฟรีทีวี พวกเขาระบุว่า เป็นสื่อที่มีความน่าเชื่อถือของข้อมูลระดับหนึ่ง แต่ไม่สร้างการมีส่วนร่วมให้กับพวกเขา ขณะที่สื่อสังคมออนไลน์ แม้ข้อมูลยังอาจจะเชื่อถือได้น้อยกว่า แต่ก็สร้างความสนุกให้กับพวกเขา
+ ชี้ Gen นี้ไม่ได้ภักดีต่อแบรนด์
มีข้อมูลที่แตกต่างระหว่าง Gen Me เมืองไทยกับอีก 9 ประเทศ เนื่องจากพบว่า การใช้ SMS กลายเป็นสิ่งที่ Gen Me เมืองไทยลืมไปแล้ว นั่นอาจหมายความว่า มีของฟรีของเครือข่ายสังคมออนไลน์เป็นทางเลือก ขณะที่ประเทศอื่นๆ ยังคงโทรศัพท์คุยกันและส่ง SMS หากันอยู่
นอกจากนั้น ยังพบว่า สินค้าที่ Gen Me ทั้ง 9 ประเทศนิยมซื้อในช่องทางออนไลน์ คือ เสื้อผ้า และหนังสือ แต่ Gen Me เมืองไทยกลับนิยมสั่งซื้อเสื้อผ้า และเครื่องสำอางมากกว่า และหนังสืออยู่ในลำดับท้ายๆ ที่พวกเขาสนใจ
เมื่อศึกษาถึงความภักดีต่อแบรนด์ของกลุ่มคนเหล่านี้ พบว่า พวกเขายอมรับแบรนด์ใหม่ๆ ได้ไม่ยาก ส่วนแบรนด์ที่พวกเขารู้สึกชื่นชมและเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขาคือ Google, Face book, Instagram ขณะที่แบรนด์ที่มีความเท่ของพวกเขา คือ Coca-Cola หรือน้ำดื่มน้ำทิพย์ ที่ใช้พลาสติกน้อยกว่าขวดปกติ
+ คาดเน็ตบนมือถือพุ่งอีกเท่าตัว
นายปรัธนา ลีลพนัง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานผลิตภัณฑ์ดิจิตอล จาก AIS เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ใช้อินเตอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ มีสัดส่วน 30% จากประชากร คาดว่าใน 3 ปีข้างหน้า สัดส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 60-70%
ทั้งนี้ ผู้ที่ใช้อินเตอร์เน็ตบนมือถือมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป หากเปรียบเทียบกับ 2 ปีที่ผ่านมา พบว่า วันนี้การใช้อินเตอร์เน็ตบนมือถือมีชั่วโมงการใช้ที่มากขึ้น มีความหลากหลายขึ้น รวมทั้งมีบริการต่อพ่วงเกิดขึ้น อาทิ การจับจ่ายใช้สอย โดยปัจจัยสำคัญมาจากพัฒนาการของเครือข่าย 3G ที่เข้ามาเพิ่มความสะดวกรวดเร็ว และส่งผลให้ผู้คนตัดสินใจซื้อโทรศัพท์ใหม่ที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้
สำหรับพฤติกรรมของผู้ที่ใช้อินเตอร์เน็ตบนมือถือในปัจจุบัน ลูกค้าของเอไอเอสยังนิยมเข้าเว็บไซต์และดู Youtube ตามมาด้วยการใช้ Facebook และ Line อย่างไรก็ ตาม มีแนวโน้มที่น่าสนใจว่า Traffic Video (ดูหนัง ฟังเพลง คลิป) ก็เป็นที่สนใจของคนไทย เชื่อว่าจะเป็นอีกกลุ่มการใช้บริการที่จะเติบโตขึ้นเช่นเดียวกับหลายประเทศ อาทิ อเมริกา ซึ่งมีสัดส่วนการดู VDO บนมือถือ 50-60% เป็นเทรนด์ที่นักการตลาดควรติดตาม และใช้โอกาสให้เป็นประโยชน์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
The Associated Press
MALEE โชว์กลยุทธ์ปี 69 ลุย 'Malee Applie...
...
ไฮเออร์ ประเทศไทย อัดงบปี 69 กว่า 1.2 พั...
...
บิ๊กซี ผนึก พันธมิตรธุรกิจ จัด แคมเปญ “ร...
...
“ส.ขอนแก่น” ทุ่มงบ 50 ล้านบาทเปิดแคมเปญใ...
...
ถอดกลยุทธ์ "ป่าล้อมเมือง" "Yes Yang" แบร...
...
บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ
×
เว็บไซต์ “สยามธุรกิจ” ใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และ นโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)
กดยอมรับ