{apos}แอลอีดี{apos} มีอนาคตรอมาตรฐานกลางส่องทางโต

วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

{apos}แอลอีดี{apos} มีอนาคตรอมาตรฐานกลางส่องทางโต


หลอดไฟแบบแอลอีดี เป็นสินค้าที่ได้รับการกล่าวถึงและเริ่มทำตลาดเมื่อราว 7 ปีก่อน แต่จวบจนปัจจุบันการเข้าถึงหลอดไฟประเภทนี้ ยังอยู่ที่กลุ่มผู้มีกำลังซื้อ งานออกแบบตกแต่ง หรือโครงการขนาดใหญ่ สำหรับผู้บริโภคทั่วไปยังมีปัจจัยอีกหลายประการที่ยังไม่สร้างแรงจูงใจที่มากพอให้เกิดการเลือกใช้
ปัจจุบันตลาดรวมหลอดไฟและโคมไฟในประเทศไทย มีมูลค่าประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ในช่วง 10 เดือนของปีนี้ (ม.ค.-ต.ค.) เติบโต 5% จากตลาดรวมแบ่งได้เป็นตลาดหลอดไฟ 8 พันล้านบาท โดยมีสัดส่วนของแอลอีดี 3% ส่วนตลาดโคมไฟ 1.2 หมื่นล้านบาท มีสัดส่วนของแอลอีดี 11%
แม้จะยังมีสัดส่วนการใช้งานน้อย แต่การเติบโตของหลอดแอลอีดีก็มีทิศทางที่ดีๆ โดยปีที่ผ่านมาเติบโตถึง 30% และคาดว่ายังมีอัตราการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง คาดว่ามีโอกาสที่จะเพิ่มสัดส่วนการใช้งานในตลาดเป็น 50% จากหลอดไฟทั้งหมด ภายในปี พ.ศ.2563
ดร.กฤษฎา ไชยสงวนมิตต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แลมป์ตัน ไลท์ติ้ง (2001) จำกัด เปิดเผยว่า หลอดแอลอีดี เป็นหลอดประหยัดพลังงานที่ได้รับการกล่าวถึงมานานหลายปี แต่ยังไม่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในเมืองไทย เนื่องจากราคาที่อาจจะยังสูงสำหรับกลุ่มลูกค้าโดยทั่วไป แต่ถือว่าปัจจุบันมีราคาที่จับต้องได้แล้ว โดยราคาเริ่มต้นในตลาดประมาณ 159 บาท ขณะที่เมื่อ 7 ปีก่อนมีราคาถึงหลักพันบาท อีกทั้งยังมีแบรนด์เข้ามาทำตลาดเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะ แบรนด์จากจีนที่นำเสนอสินค้าราคาถูกเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังทำให้หลอดแอลอีดียังไม่มีการใช้อย่างแพร่หลายนัก เนื่องจากการกำหนดค่ามาตรฐานกลางของ หลอดแอลอีดีในประเทศไทย ซึ่งยังไม่อาจกำหนดได้ในตอนนี้ เพราะเทคโนโลยีของสินค้ายังมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง
"แลมป์ตัน" ในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายหลอดไฟ ทั้งในรูปแบบการรับจ้างผลิตและมีแบรนด์ของตัวเอง จะบุกตลาดหลอดแอลอีดีอย่างจริงจัง โดยเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มทางด้านดีไซน์เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันทางด้านราคา ล่าสุดได้ส่งหลอดไฟแอลอีดีแลมป์ตัน รุ่น VINTAGE (วินเทจ) ซึ่งมีขั้นตอนการผลิต ยากกว่าหลอดแอลอีดีแบบปกติ มุ่งเน้นรูปลักษณ์ที่สวยงามสไตล์คลาสสิก ภายใต้ประสิทธิภาพการประหยัดไฟสูงสุด 80% ด้วยกำลังไฟฟ้า 4 วัตต์ อายุการใช้งาน 20,000 ชั่วโมง ราคา 339 บาท เน้นลูกค้าที่ชื่นชอบการตกแต่งที่อยู่อาศัย จำหน่ายในร้านค้ากว่า 1,500 แห่งทั่วประเทศ
การเปิดตัวหลอดไฟแอลอีดีรุ่นวินเทจของแลมป์ตัน ถือเป็นแคมเปญการตลาดครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด ภายใต้งบประมาณ กว่า 20 ล้านบาท เพื่อประกาศศักยภาพในการบุกตลาดแอลอีดีครั้งใหญ่ พร้อมด้วยทัพสินค้าอีกเป็นจำนวนมาก
"แลมป์ตัน" เป็นแบรนด์หลอดไฟที่อยู่ในตลาดมา 10 ปี แต่ก่อนหน้านั้นมีโรงงานรับจ้างผลิตเพื่อส่งออกไปต่างประเทศ ปัจจุบันได้ส่งออกไปยัง 56 ประเทศ ทั่วโลก โดยหลอดแอลอีดีของแลมป์ตัน เปิดตลาดเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา มียอดขายเติบโต 200% ทุกปี ขณะที่ตลาดรวมของหลอดไฟในประเทศไทยเติบโต 5% สำหรับรายได้ในปีนี้ มีอัตราการเติบโตที่ 10% จากปกติมีการเติบโต 15-20% ซึ่งอัตราการเติบโตที่เป็นไปตามสภาพเศรษฐกิจ
ดร.กฤษฎา กล่าวว่า หลอดไฟเป็นสินค้าจำเป็นสำหรับทั้งบ้านเรือนและภาคธุรกิจ ปัจจุบันหลอดแอลอีดี เป็นสินค้าที่ได้รับการยอมรับจากภาคธุรกิจหรืองานโครงการต่างๆ แล้ว เนื่องจากสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้อย่างมาก แต่ส่วนของลูกค้าทั่วไป อาจจะต้องใช้ระยะเวลาอีกระยะหนึ่ง โดยเรื่องของการกำหนดมาตรฐานกลาง จะเป็นตัวผลักดันการเติบโตให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ไฟคาดว่าอีก 8 ปีข้างหน้า ราคาของหลอดโดยเฉลี่ยจะลดลงถึงระดับที่เหมาะสม หรือประมาณ 120 บาท ซึ่งขณะนั้นการกำหนดค่ามาตรฐานในด้านต่างๆ ของหลอดแอลอีดีจะสมบูรณ์พร้อม และมีผู้เล่นในตลาดมากขึ้น ส่วนแลมป์ ตันจะทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเวลานี้ยังเป็นช่วงที่ยังไม่มีผู้ทำตลาดหลอดแอลอีดีมากนัก อีกทั้งยังไม่มีผู้นำตลาดที่ชัดเจน ทำให้บริษัทเล็งเห็นโอกาสดังกล่าวนี้


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ