ช็อปออนไลน์ยอดพุ่งต่างชาติจ่อคิวบุก

วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ช็อปออนไลน์ยอดพุ่งต่างชาติจ่อคิวบุก


นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการราคูเท็น ตลาดดอทคอม กล่าวว่า เว็บไซต์ Rakuten TARAD.com มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีการสั่งซื้อเพิ่ม 116.97% ในขณะที่จำนวนร้านค้าเพิ่มขึ้น 46.48% และคาดว่าจะมีผู้เข้าใช้งานถึง 30 ล้านคนในสิ้นปีนี้
จากการเก็บข้อมูลของบริษัทพบว่าฐานกลุ่มผู้ที่ช็อปปิ้งออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ได้เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะในพื้นที่หัวเมืองและต่างจังหวัดซึ่งมีสัดส่วนผู้ใช้ 78% จากเดิม 50% ขณะเดียวกันผู้ใช้จาก กทม. มีสัดส่วนลดลงจาก 44% เป็น 22% นอกจากนักช็อปแล้ว ผู้ประกอบการที่มาจากต่างจังหวัดเริ่มมากขึ้นเช่นกัน
สำหรับเว็บไซต์ Rakuten TARAD. com ปัจจุบันมีผู้เข้าชมเว็บจำนวนกว่า 30 ล้านคน เป็นสมาชิก 2.5 ล้านคน และมีผู้ประกอบการร้านค้าบนเว็บจำนวน 3 แสนร้านค้า โดยเป็นร้านค้าระดับพรีเมี่ยม 2,000 ร้านค้า
ทั้งนี้ ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไปบริษัทจึงมีแผนระยะยาวที่จะขยายช่องทางการซื้อขายผ่านเว็บไซต์ Rakuten TARAD. com ออกไปในระดับอาเซียนร่วมกับเครือ ข่ายของเว็บไซต์ Rakuten ที่ทำตลาดในอีก 3 ประเทศ คือ มาเลเซีย อินโดนีเซียและสเปน
โดยจะเป็นการนำกลุ่มร้านค้าระดับ พรีเมี่ยมจำนวน 2,000 ร้านค้า มาเปิดให้สามารถซื้อขายผ่านเครือข่าย Rakuten ได้อย่างอิสระ พร้อมกันนี้จะมีการรีแบรนด์โดยใช้ชื่อว่า "ราคูเท็น ดอทซีโอดอททีเอช ตลาดออนไลน์" (Rakuten.co.th TARAD online)
การรีแบรนด์นี้บริษัทได้ใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งในปี 2557 คาดว่าจะต้องใช้งบประมาณสูงขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม ในปีหน้าจะยังคงเป็นช่วงการเตรียมความพร้อม โดยยังไม่มีการจำหน่ายสินค้าไปยังต่างประเทศ
สำหรับการคาดการณ์ตลาดช็อปปิ้งออนไลน์ของไทยในปี 2557 นายภาวุธแสดงความเห็นว่า ในปี 2557 จะมีผู้ประกอบการจากต่างประเทศโดยเฉพาะจากประเทศจีนรุกเข้ามาในตลาดไทยมากยิ่งขึ้น เช่น เว็บไซต์อาลีบาบา ซึ่งนอกจากกลุ่มผู้ให้บริการเว็บไซต์ขายสินค้าและให้บริการพื้นที่ขายแล้ว จะยังมีกลุ่มผู้ประกอบการลอจิสติกส์ที่เน้นรอง รับอีคอมเมิร์ซโดยเฉพาะอีกด้วย
สิ่งที่ต้องจับตามองคือ การที่ผู้เล่นจากต่างประเทศเข้ามาเปิดเว็บไซต์จำหน่ายสินค้าในประเทศไทยอาจทำให้ผู้ประกอบการชาวไทยทั้งในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ได้รับผลกระทบในการแข่งขันกับผู้เล่นรายใหญ่ที่มีชื่อเสียง ประสบการณ์และเงินทุนมากกว่า
ดังนั้น เพื่อการเตรียมพร้อมผู้ประกอบการชาวไทยควรจะเข้าสู่ออนไลน์ให้มากยิ่งขึ้น ส่วนกลุ่มที่มีหน้าร้านออนไลน์อยู่แล้วต้องปรับปรุงรูปแบบและทำการตลาดอย่างต่อเนื่องเพิ่มฐานลูกค้า เช่น การปรับปรุงเว็บไซต์ให้เหมาะสมกับการใช้งานจากอุปกรณ์พกพา การทำตลาดแบบเซ็กเมนต์เตชั่นผ่านโซเชียลมีเดียและการเสนอโปรโมชั่นแก่ลูกค้าเฉพาะรายผ่านทางอีเมล เป็นต้น
"การช็อปปิ้งผ่านอุปกรณ์พกพามีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้มีการเติบโตถึง 158% ทำให้มีสัดส่วนเพิ่มจาก 11% เป็น 25% ดังนั้น อุปกรณ์พกพา จึงมีบทบาทสำคัญในวงการอีคอมเมิร์ซ"
นอกจากนี้ จะต้องมีการพัฒนาระบบขนส่งสินค้าให้รองรับการขนส่งอาหาร เนื่องจากปัจจุบันตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยยังขาดผู้เล่นในกลุ่มสินค้าอาหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยมในตลาดอีคอมเมิร์ซของต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา
ด้านบริษัทเองได้จัดคอร์สฝึกอบรมผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำตลาดอีคอมเมิร์ซ โดยมีจุดประสงค์ที่จะยกระดับผู้ประกอบการสู่ระดับพรีเมี่ยมและสนับสนุนให้เข้าสู่ตลาดนานาชาติผ่านเครือข่ายของเว็บไซต์ Rakuten ต่อไป


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ