{apos}ณรงค์ชัย จิราพาณิชกุล{apos}ชีวิตที่เลือกเอง

วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

{apos}ณรงค์ชัย จิราพาณิชกุล{apos}ชีวิตที่เลือกเอง


"ณรงค์ชัย จิราพาณิชกุล" เติบโตมาในครอบครัวที่ดำเนินธุรกิจเฟอร์นิเจอร์มาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี ภายใต้ชื่อบริษัท สยามดีไซน์ เฟอร์นิชชิ่ง จำกัด และจากที่ชีวิตตั้งแต่เด็กจนโตของหนุ่มคนนี้ ได้ซึมซับกลิ่นอาย คลุกคลีอยู่กับธุรกิจดังกล่าวมาโดยตลอด ทำให้เขา มีเลือดของทายาทธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ฝังอยู่เต็มตัว จนเขาได้ก่อร่างสร้างธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ด้วยฝีมือเขาเองไม่ว่าจะเป็นแบรนด์แรกคือ Mobillia (โมบิเลีย) จนปัจจุบันได้เป็นผู้ก่อตั้ง Villa Vinotto บริษัทนำเข้าเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ชั้นนำจากยุโรป ที่มีโชว์รูมสวยหรูอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 26
"หลังจากเรียนจบปริญญาตรีทางด้านการจัดการด้านการตลาด มาจากประเทศออสเตรเลีย กลับมาเมืองไทยเริ่มมาทำงานแรกกับบริษัทลอจิสติกส์แค่ 7 เดือน ทางครอบครัวก็อยากให้กลับมาทำธุรกิจของที่บ้านเกี่ยวกับธุรกิจ ผลิตเฟอร์นิเจอร์ส่งออกไปต่างประเทศและขายในประเทศด้วย โดยมีโชว์รูมอยู่ 2 แห่งในสมัยนั้นที่เซ็นทรัลลาดพร้าว และชิดลม ซึ่งตอนนั้นผมก็ไฟแรงมากพอได้เข้ามาดูแลจึงมองว่าควรสร้างแบรนด์เฟอร์นิเจอร์เองภายใต้ชื่อแบรนด์ที่ดูทันสมัย จากนั้นจึงได้สร้างแบรนด์ Mobillia (โมบิเลีย) เฟอร์นิเจอร์แนว modern ที่มีดีไซน์และผลิตโดยฝีมือคนไทยจนได้รับความนิยมจากลูกค้าแล้ว ผมก็กลับไปเรียนต่อปริญญาโทด้านการตลาดเหมือนเดิมที่อเมริกา และก็กลับมา รับตำแหน่ง Marketing Director ดูแลภาพรวมในเรื่อง การตลาดทั้งหมดของ Mobillia ต่ออีกเป็นระยะเวลาถึง 5 ปี"
และจากการสั่งสมประสบการณ์ บวกกับความชื่นชอบและหลงใหลในเสน่ห์ของเฟอร์นิเจอร์ "ณรงค์ชัย" จึงได้ก่อตั้ง Villa Vinotto บริษัทนำเข้าเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ชั้นนำจากยุโรป และได้ทุ่มงบกว่าร้อยล้านบาทกับการสร้างโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ แบรนด์ดังกล่าวที่สุขุมวิท 26 ในการรวบรวมเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ โดดเด่น แตกต่าง เพื่อสนองความต้องการลูกค้าได้ทุกสไตล์
"การทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์มันเป็นสิ่งที่ผมถนัดที่สุดเพราะผมเติบโตคลุกคลีมากับธุรกิจนี้ และตัวเองก็ชื่นชอบมัน อีกทั้งการทำธุรกิจที่ต่อยอดกับธุรกิจเดิมของครอบครัวก็เป็นสิ่งที่เกื้อหนุนในการทำธุรกิจด้วยในการที่เรามีสินค้าให้เลือกหลากหลาย ทุกกลุ่ม ทุกฐานะ ที่เรามีฐานลูกค้าอยู่แล้ว ประกอบกับตัวผมเองเป็นคนชอบเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ ไปดูงานในเรื่องของเทรนด์ ดีไซน์ของต่างประเทศมาโดยตลอดทำให้มองเห็นว่าการทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ นำเข้ามันมีโอกาส เพราะมันยังมีคนไทยที่ชื่นชอบเฟอร์นิเจอร์นำเข้าอยู่มาก ซึ่งผมทำมาจวบจนทุกวันนี้ก็เป็นเวลา 7 ปีแล้ว จะเข้าสู่ปีที่ 8 ในปีหน้า เราก็มีลูกค้าในกลุ่มโรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหาร และโครงการบ้าน เป็นต้น โดยสินค้าที่เรานำเข้าส่วนใหญ่จะมาจากประเทศอิตาลี ฝรั่งเศส ฮอลแลนด์ เบลเยียม เมลี และสเปน และสำหรับงานที่เป็นโปรเจกต์มีงบจำกัดจะเป็นสินค้านำเข้าจากอินโดฯ และเวียดนามเป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันบริษัทก็ยังรับทำการออกแบบตกแต่งบ้านให้ลูกค้าอีกด้วย โดยจุดเด่นของสินค้าเราจะเป็นแบบยูนีค ไม่เหมือนใคร เน้นดีไซน์ คุณภาพเป็นสำคัญ"
การทำธุรกิจ หรือทำงาน มันต้องเจอปัญหาและอุปสรรคเป็นเรื่องธรรดา ซึ่งถามถึงเรื่องนี้ "ผู้บริหารหนุ่ม" เล่าให้ฟังต่อว่า ผมก่อตั้งธุรกิจนี้มา 7 ปี ถ้าบอกว่าระยะเวลาที่สร้างมันขึ้นมาไม่เคยเจอปัญหาอุปสรรคในการทำธุรกิจเลยคงเป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาภายในและภายนอก อย่างภาวะการเมือง ภัยธรรมชาติ ค่าเงินบาท เป็นต้น ซึ่งแต่ละอย่างมันก็ทำให้ผมได้มีการเรียนรู้ในสิ่งที่เกิดขึ้นในการทำธุรกิจไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ถูก หรือความผิดพลาดต่างๆ ที่ได้เจอเป็นประสบการณ์ เพราะสุดท้ายแล้วผมรู้สึกว่าการทำงานก็เท่ากับปัญหา เพราะฉะนั้นเราต้องทำใจให้อยู่กับปัญหาให้ได้ และหาทางแก้ไขมันให้ผ่านพ้นไปได้
"สมัยก่อนเวลาผมเจอปัญหา หรืออุปสรรคในการทำงาน ส่วนตัวแล้วผมเป็นคนเครียดง่าย เวลาเกิดปัญหาจะไม่คุยกับใคร ปิดตัวเงียบ และจะพยายามคิดหาทางออก และถ้าหาทางออกได้ปัญหาก็จะเบาลง แต้ถ้าหาทางออกไม่ได้ผมก็จะถามตัวเองว่าทำดีที่สุดแล้วหรือยัง และเมื่อเราทำดีที่สุดแล้ว แก้ปัญหาดีที่สุดแล้ว เราก็ต้องปล่อยวาง เพราะถ้าเราไม่ปล่อยมันก็จะทำให้เราจมปลักกับเรื่องเดิมๆ เครียดไปเปล่าๆ อีกอย่างก็คือการไปปรึกษา สอบถามผู้รู้ที่มีประสบการณ์มากกว่าเรา ในการช่วยแก้ไขปัญหาไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อ แม่ พี่สาว ว่าเรารู้สึกพลาดตรงไหนก็ไปแก้ไขตรงนั้นจะช่วยเราได้มาก และที่ผมยังสามารถยืนหยัดมาอยู่ทุกวันนี้ได้แม้จะรู้สึกท้อ หรือเครียด ก็เพราะได้รับการสนับสนุนมาจากครอบครัวที่จะให้กำลังใจตลอดในทุกเรื่องให้เราสู้ต่อไปได้และผ่านทุกปัญหาอุปสรรคไปได้"
นอกจากนี้ ณรงค์ชัย ยังได้บอกถึงหลักการบริหารงานของตนเองให้ฟังอีกว่า ผมยึดหลักการทำงานข้อเดียวเลย Hard work always play off และก็ต้อง work smart ด้วย ห้ามขี้เกียจ ดังนั้นผมเชื่อถ้าเรามีความตั้งใจแล้ว ก็สามารถทำได้ทั้งนั้น อย่างสุภาษิตไทยที่ว่า "ความพยายามอยู่ที่ใหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น" และอีกหนึ่งข้อคือเรื่องของความขยัน อดทน ที่ผมได้ตัวอย่างนี้มาจากคุณแม่ ที่ทำให้เห็นและสอนมาเสมอว่า "ความอดทน ความพยายามเท่านั้น ที่จะทำให้เราสามารถเอาชนะและผ่านเรื่องทุกเรื่องไปได้หมด" ดังนั้นเป็นเส้นบางๆ ระหว่างคำว่าล้มเหลวกับความสำเร็จ ถ้าเราข้ามเส้นบางนี้ไปไม่ได้ด้วยความพยายามเราก็จะประสบความสำเร็จ แต่ถ้าไม่อดทนพยายามพอก็จะล้มเหลว
"สำหรับการดำเนินชีวิตของผมจะเชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษเสมอว่า ถ้าเราคิดดี ทำดี พูดดี สิ่งดีๆ ก็คงกลับมาหาเรา ดังนั้นเราจะทำอะไรก็แล้วแต่ให้อยู่บนบรรทัดฐานของคำว่าถูกต้องก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ถ้าเรารู้ว่าทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง หรือสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นเราก็ไม่ควรทำ และเราควรเกิดมาต้องเป็นผู้ให้และผู้รับไปพร้อมกันจะทำให้ชีวิตเรามีคุณค่า อย่างชีวิตผมก็จะแบ่งเวลาให้ทั้งครอบครัวและตัวเองเสมอ วันหยุดก็อยู่กับครอบครัว เวลาส่วนตัวก็ไปปาร์ตี้กับเพื่อนฝูง ไปเที่ยวต่างประเทศ ขับรถเล่น ไปทานอาหาร อร่อยๆ อีกทั้งผมชอบสะสมเครื่องประดับอย่างนาฬิกาด้วย แค่นี้ก็ทำให้ชีวิตของผมในทุกๆ วันนี้มีความสุขแล้ว"


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ