7-ELEVEn โชว์เหนือ เดินตามรอยเท้าช้าง

วันพุธที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

7-ELEVEn โชว์เหนือ เดินตามรอยเท้าช้าง


นับตั้งแต่การเข้ามาจับมือกับทางสหพัฒน์ของ "ลอว์สัน" และการเข้าถือหุ้นใหญ่ใน "แฟมิลี่มาร์ท" จากกลุ่มเซ็นทรัล ภาพการแข่งขันของ สมรภูมิร้านสะดวกซื้อของบ้านเรา ก็กลายเป็นหนังใหม่ที่น่าจับตามอง
แม้ว่าที่ผ่านมา เจ้าตลาดอย่าง "เซเว่น อีเลฟเว่น" ได้ปูพรมจนเกือบเต็มทำเลทอง พร้อมด้วยการลดไซส์เข้าชุมชน ของห้างค้าปลีกขนาดใหญ่อย่าง "เทสโก้ โลตัส" หรือ "บิ๊กซี" โดยปี 2555 จำนวนรวมของร้านสะดวกซื้อในเมืองไทยมีอยู่ราว 12,000 ร้านค้า และเพิ่มอีกกว่า 1,000 แห่งในปีนี้
+ สะดวกอิ่มปั้นยอดโตเท่าตัว
ภาพการแข่งขันจะเห็นแบรนด์ หลักๆ อยู่ในตลาดประมาณ 8 แบรนด์ แต่ส่วนแบ่งใหญ่ยังคงตกอยู่ที่ "เซเว่น อีเลฟเว่น" ซึ่งข้อมูลล่าสุด ณ เดือนตุลาคม 2556 มีสาขาอยู่ประมาณ 7,300 สาขา และจะเพิ่มเป็น 7,500 สาขาในปีนี้ พร้อมแผนการขยายอย่างน้อย 500 สาขาต่อปีอย่างต่อเนื่อง
สาขาที่ครอบคลุมอยู่มากกว่า 50% ของตลาด ถือเป็นจุดแรกที่สร้างความได้เปรียบ รวมไปถึงงานด้านการบริหารจัดการและการตลาดที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เซเว่น อีเลฟเว่นเมืองไทย เป็นร้านสะดวกซื้อที่ครองใจลูกค้า และกลยุทธ์ที่ทำให้เซเว่น อีเลฟเว่นประสบความสำเร็จ อย่างล้นหลาม คือการปรับเพิ่มรายการอาหารเข้ามาในร้านสะดวกซื้อ จนทำให้ยอดขายต่อวันซึ่งเคยเฉลี่ยอยู่ที่ 30,000 บาทต่อสาขา เพิ่มขึ้นเป็น 60,000 บาทต่อสาขา
นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการ อาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เซเว่น อีเลฟเว่น ได้ปรับคอนเซปต์จากร้าน "ร้านสะดวกซื้อ" เป็น "สะดวกอิ่ม" เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา จนประสบความสำเร็จจากยอดขายต่อสาขา ที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว โดยปัจจุบันสัดส่วนของสินค้าประเภทอาหารในเซเว่น อีเลฟ เว่นอยู่ที่ 73% และยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
สิ่งเหล่านี้มาจากการที่เซเว่น อีเลฟ เว่น ได้ทำการศึกษาถึงพฤติกรรมลูกค้าในเมืองไทย พบว่า กลุ่มลูกค้าหลักซึ่งเป็นคนทำงาน มีแนวโน้มที่จะอยู่ในครอบครัวขนาดเล็ก ส่วนใหญ่ไม่ได้ทำกับข้าวกินเอง นอกจากนั้น ได้ทำการศึกษาเส้นทางความสำเร็จของเซเว่น อีเลฟเว่นในญี่ปุ่นมาอย่างต่อเนื่อง และได้นำการพัฒนาอาหารเข้าสู่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่นในเมืองไทยมาปรับใช้ จนประสบความสำเร็จในวันนี้
"เดิมเซเว่น อีเลฟเว่น เป็นร้านสะดวกซื้อที่เน้นขายของใช้ แชมพู สบู่ ยาสระผม แต่ของเหล่านี้ซื้อกันเดือนละครั้ง ส่วนอาหารซื้อกันวันละ 2-3 ครั้ง และนั่นคือโอกาส" นายสุวิทย์ กล่าว
นับ 10 ปีแล้วที่เซเว่น อีเลฟเว่นปรับตัวมาเป็นตู้กับข้าวของชุมชน แต่เส้นทางหลังจากนี้ก็ยังอาศัยการศึกษาพฤติกรรมของลูกค้าที่ยังคงเปลี่ยนแปลงไป โดยใช้เส้นทางของญี่ปุ่น ซึ่งมีการพัฒนาที่ล้ำหน้ากว่าเมืองไทย 10-20 ปีมาเป็นแบบอย่าง
นอกจากการบริหารสินค้าแล้ว สิ่งที่เซเว่น อีเลฟเว่นเมืองไทยสนใจ คือ รูปแบบของร้านประหยัดพลังงาน ซึ่งจะเป็นอนาคตของเซเว่น อีเลฟเว่นในเมืองไทย ภายใต้โครง การ "7 Go Green" ใน 4 ระยะ เริ่มต้นมา ตั้งแต่ปี 2550 ประกอบด้วย 1.ลดการใช้ถุงพลาสติก 2.ร้านประหยัดพลังงาน 3.Green logistic และ 4.Green Pro-duct (สินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม)
+ ตามรอยความสำเร็จเซเว่นญี่ปุ่น
ไม่นานมานี้ ซีพี ออลล์ได้นำสื่อมวล ชนจากประเทศไทย ไปสำรวจตลาดค้าปลีกในญี่ปุ่น พร้อมการเข้าเยี่ยมชมร้านเซเว่น อีเลฟเว่นในญี่ปุ่น เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหารร้านสะดวกซื้อหรือ สะดวกอิ่มที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันเซเว่น อีเลฟเว่นก็เป็นเบอร์ 1 ในญี่ปุ่น
นายคัตสึฮิโกะ อิเคดะ ผู้เชี่ยว-ชาญด้านการค้าปลีกในญี่ปุ่น ระบุว่า ปัจจุบันร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่นมี 8 เชนหลักบริหารร้านค้าอยู่ประมาณ 50,000 สาขา คิดเป็นมูล ค่า 9 ล้านล้านเยน หรือ 2.87 ล้านล้านบาท โดยเซเว่น อีเลฟเว่น มีส่วนแบ่งอันดับ 1 โดยมีส่วนแบ่งยอดขาย 38%
เซเว่น อีเลฟ เว่นในญี่ปุ่นอยู่ภายใต้การบริหารงานของ "เซเว่น แอนด์ ไอ โฮลดิ้ง" มีอยู่ราว 16,000 สาขา นับว่าเป็นเชนร้านสะดวกซื้อที่ใหญที่สุดในญี่ปุ่นรองลงมา คือแบรนด์ที่เข้ามาทำตลาดในประ- เทศไทยแล้วเช่นกันอย่าง "ลอว์สัน" (LAWSON) ซึ่งมีสาขาในญี่ปุ่นราว 11,000 สาขา และ "แฟมิลี่มาร์ท" (Family Mart) 10,000 สาขา นอกจากนั้นก็ยังแบรนด์ "SANKAS" ซึ่งมีอยู่ราว 7,000 สาขา
+ ร้านสะดวกซื้อกับสังคมผู้สูงอายุ
ความสำเร็จของเซเว่น อีเลฟเว่นใน ญี่ปุ่น เกิดจากการศึกษาถึงพฤติกรรมของ ผู้บริโภคและปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งนายอิเคดะ กล่าวว่า สิ่งที่เป็นปรากฏการณ์ สำคัญในญี่ปุ่น คือ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วน 22% หรือคิดเป็น 1 ใน 4 จากประชากร ทั้งประเทศ โดย 30% เป็นผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่เพียงลำพัง ขณะที่อัตรา เฉลี่ยของครอบ ครัวในญี่ปุ่นอยู่ที่ 2-3 คนต่อครอบ ครัว ประเด็นดังกล่าวจึงเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึง โดยเฉพาะเรื่องของการบริโภคอาหาร
จนกล่าวได้ว่า ธุรกิจร้านสะดวกซื้อเป็นธุรกิจที่ปรับตัวรับกับสังคมผู้สูงอายุได้เร็วที่สุดในวงการค้าปลีกในญี่ปุ่นและเซเว่น อีเลฟ เว่นก็คือผู้ที่ประสบความสำเร็จจนเป็นตัวอย่างให้กับผู้อื่น เช่นเดียวกับการที่ซีพี ออลล์ได้เข้ามาศึกษาเพื่อปรับใช้ในเมืองไทย เช่นเดียวกับความสำเร็จที่ผ่านมา
ตัวอย่างของร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ที่ตอบรับกับสังคมผู้สูงอายุ คือ บริการด้านอาหารที่เหมาะกับกลุ่มคนเหล่านี้ โดยมีกลุ่มอาหารที่มีคุณภาพพร้อมรับประทานได้ทันที ประเภท "รีทอร์ทเพาซ์" (retort pouch) ซึ่งอาหารประเภทนี้เริ่มเป็นที่รู้จักในเมืองไทยในปีนี้
ขณะเดียวกันปริมาณอาหารสำหรับ ผู้สูงอายุ ยังต้องจำกัดปริมาณที่เหมาะกับการรับประทานเพียง 1 มื้อ และมีกลุ่ม อาหารที่หลากหลาย ทั้งอาหารหลัก สลัด ของหวาน หรืออาหารว่าง เป็นต้น
+ ภาพแข่งขันเมืองไทยร้อนแรงกว่าเก่า
กลับมาที่เมืองไทย มีการกล่าวถึงสังคมผู้สูงอายุมานานพอสมควร โดยปัจจุบันประเทศไทยมีสัดส่วนผู้สูงอายุ (อายุ 65 ปีขึ้นไป) เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 10.7 (7 ล้านคน) ในปี 2550 เป็นร้อยละ 11.7 (7.5 ล้านคน) ในปี 2553 และคาด ว่าจะเพิ่มเป็นร้อยละ 20.0 (14.5 ล้านคน) ในปี 2568 นี่คือเส้นทางที่เซเว่น อีเลฟเว่น ยังคงมีแต้มต่อเพื่อรองรับอนาคต
แต่สิ่งที่เซเว่น อีเลฟเว่น รับมือกับการแข่งขันที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ก็คือการนำนวัตกรรมอาหารที่ทันสมัยจากญี่ปุ่นมาปรับเป็นเมนูใหม่ๆ ในบ้านเรา
อย่างไรก็ตาม การแข่งขันก็ยังคงไว้วางใจไม่ได้ เริ่มจากแบรนด์รอง "แฟมิลี่มาร์ท" ที่มี บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น เข้ามาดูแลในปีนี้ ในนามของ บริษัท สยามแฟมิลี่มาร์ท ดำเนินธุรกิจร้านแฟมิลี่มาร์ท โดยได้วางแผนการดำเนินธุรกิจในอีก 4 ปีนับจากนี้ โดยจะใช้งบลงทุนมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท ในการเปิดร้านใหม่เฉลี่ยปีละประมาณ 500 สาขา โดยหวังว่าจะมีสาขาครบ 3,000 สาขาในปี 2560 จาก 1,000 แห่งในปี 2556
ขณะที่ปีนี้ก็มีอีกปรากฏการณ์สำคัญ จากความร่วมมือของ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) กับ ลอว์สัน อิงค์ เจแปน และไทย ยูนิต ออฟ มิตซูบิชิ คอร์ป เปิดให้บริการร้านสะดวกซื้อ "ลอว์สัน 108" โดยมีแผนจะปรับเปลี่ยนร้าน "108 ช็อป" เป็น "ลอว์สัน 108" ทั้งการปรับร้านเดิมของ "108 ช็อป" และร้านใหม่ จำนวน 50 สาขาในปีนี้ และเพิ่มเป็น 1,000 สาขาภายใน 3 ปี
ทั้ง "แฟมิลี่มาร์ท" และ "ลอว์สัน" ต่างเป็นร้านที่ประสบความสำเร็จอยู่ในตลาดญี่ปุ่นมาก่อน จึงมีแนวทางในการปรับรูปแบบความสำเร็จสไตล์ญี่ปุ่นมาใช้ในเมืองไทยเช่นเดียวกับเซเว่น อีเลฟเว่น ซึ่งรอบนี้ดีกรีความเข้มข้นจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เพราะทั้ง 3 ค่าย ต่างก็มียักษ์ใหญ่ของเมืองไทยเป็นผู้บริหาร


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ