มาสด้าคาราวานมุ่งหน้าลงใต้สุดเยือนมาสด้ากระบี่-หาดใหญ่ ปิดทริปสุดท้ายด้วยรอยยิ้มกับกิจกรรม “Mazda Caravan ปันสุข”

วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2563

มาสด้าคาราวานมุ่งหน้าลงใต้สุดเยือนมาสด้ากระบี่-หาดใหญ่ ปิดทริปสุดท้ายด้วยรอยยิ้มกับกิจกรรม “Mazda Caravan ปันสุข”


ขบวนรถยนต์มาสด้า สีแดง โซล เรด คริสตัล มุ่งลงใต้นำสื่อมวลชนร่วมกิจกรรมจิตอาสาเสริมสร้างโอกาสให้กับน้องๆ เยาวชนในเขตภาคใต้ พร้อมเจาะลึกถึงกลยุทธ์เด็ดจากสองผู้บริหารหนุ่มรุ่นใหม่ ผู้ขับเคลื่อนความสำเร็จของดุสิตออโต้เซลส์ จังหวัดกระบี่ และเจาะฐานสำนักงานใหญ่ของมาสด้า       ชูเกียรติยนต์ หาดใหญ่ ตลาดใหญ่เบอร์หนึ่งของมาสด้าในภาคใต้ พร้อมทดสอบสมรรถนะของรถยนต์มาสด้าภายใต้เครื่องยนต์สกายแอคทีฟเจเนอเรชั่นใหม่ทุกรุ่น บนเส้นทางกระบี่ – หาดใหญ่ ปิดท้ายกิจกรรม “Mazda Caravan ปันสุข” อย่างสมบูรณ์แบบเต็มอิ่มเบิกบานใจไปด้วยรอยยิ้มและความสุขตลอดการเดินทาง

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้ นับเป็นทริปที่สี่ของการเดินทาง “Mazda Caravan ปันสุข” โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยบรรเทาความเดือนร้อนและให้กำลังใจประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ซึ่งได้ร่วมมือกับผู้จำหน่ายมาสด้าและสื่อมวลชนในการส่งมอบสื่อการเรียนการสอน ทุนการศึกษา อุปกรณ์กีฬา รวมถึงอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาทักษะทางอาชีพให้แก่น้องๆ เยาวชนในจังหวัดต่างๆ ทั้ง 4 ภูมิภาคทั่วประเทศไทย ได้แก่ จันทบุรี ขอนแก่น เชียงใหม่ และปิดท้ายที่จังหวัดกระบี่และหาดใหญ่ ตามลำดับ

สำหรับทริปนี้ คาราวานได้เริ่มต้นที่โชว์รูมมาสด้า ดุสิตออโต้เซลส์ จังหวัดกระบี่ โดยในช่วงเช้าได้รับเกียรติจากผู้บริหารหนุ่มรุ่นใหม่ของกลุ่มดุสิตออโต้เซลส์ ที่มาแบ่งปันแนวคิดและกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในช่วงวิกฤตโควิด-19 ทั้งที่กระบี่และตรัง ก่อนจะออกเดินทางไปยังอำเภอหาดใหญ่ ซึ่งเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ทดสอบสมรรถนะและความสะดวกสบายของรถยนต์มาสด้าภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟ มาพร้อมแพลตฟอร์มใหม่ SKYACTIV-VEHICLE ARCHITECTURE ที่พัฒนาจากท่วงท่าของมนุษย์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและมีสมดุล มอบความปลอดภัยให้ทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร รวมถึงผู้ใช้ถนน อีกทั้งยังมีระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง หรือ G-Vectoring Control Plus (GVC Plus) ช่วยปรับแรงบิดของเครื่องยนต์ตามการหักเลี้ยวพวงมาลัยของผู้ขับขี่ ควบคู่ไปกับการเบรกที่เหมาะสม เพื่อให้รถขับเคลื่อนไปอย่างนุ่มนวล มีเสถียรภาพ เพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนของล้อทั้ง 4 ให้ดียิ่งขึ้น ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้อย่างง่ายดายและเป็นธรรมชาติ ลดการแก้พวงมาลัยน้อยลง ซึ่งจะช่วยลดความอ่อนล้าจากการขับขี่ พร้อมระบบความปลอดภัยสุดล้ำ i-Activsense ที่ช่วยป้องกันและลดอุบัติเหตุได้รอบคัน ตลอดจนถึงเทคโนโลยีเชื่อมต่อไร้ขีดจำกัด Mazda Connect ที่ช่วยให้ผู้ขับรู้สึกเพลิดเพลินไปกับการขับขี่บนท้องถนนไปตลอดระยะทางรวมกว่า 400 กิโลเมตร

เช้าวันที่สอง ขบวนคาราวานออกเดินทางจากโรงแรมที่พักไปยังโชว์รูมมาสด้าชูเกียรติยนต์หาดใหญ่ เพื่อร่วมพูดคุยกับผู้บริหารหนุ่มรุ่นใหม่ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของกลุ่มชูเกียรติยนต์ ที่มามอบแนวคิดในการบริหารงาน ก่อนจะออกเดินทางไปยังโรงเรียนบ้านบึงพิชัย ซึ่งเป็นโรงเรียนสำหรับเด็กในระดับชั้นอนุบาลและประถมศึกษา ที่มุ่งเน้นการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะสู่การประกอบอาชีพ มีนักเรียน 139 คน และครู 7 คน โดยคณะได้ส่งมอบสื่อการเรียนการสอน อุปกรณ์สำหรับฝึกอาชีพ เช่น จักรเย็บผ้า อุปกรณ์คหกรรม รวมถึงมอบทุนการศึกษาให้แก่เยาวชนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อให้สามารถนำไปใช้พัฒนาทักษะและนำไปต่อยอดเพื่อประกอบอาชีพต่อไปในอนาคต ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ นอกจากสื่อมวลชนจะได้ทดสอบสมรรถนะของรถยนต์มาสด้ารุ่นต่างๆ แล้ว ยังถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้สร้างสัมพันธภาพที่ดี ให้กำลังใจผู้จำหน่ายมาสด้า และได้ร่วมทำกิจกรรมดีๆ เพื่อสังคมไทยอีกด้วย

ภาคใต้นับเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีสัดส่วนลูกค้ามาสด้าอยู่เป็นจำนวนมาก สำหรับภาพรวมยอดขายรถยนต์มาสด้าภาคใต้ในปี 2019 มีจำนวนทั้งหมด 5,101 คัน และในปี 2020 ภาพรวมยอดขายระหว่างเดือนมกราคม – สิงหาคม อยู่ที่ประมาณ 2,000 คัน ตามลำดับ ซึ่งแม้ว่าสถานการณ์ของโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจโดยรวม แต่พวกเราชาวมาสด้าก็ไม่ย่อท้อ และยังมุมานะฟันฝ่าอุปสรรคด้วยการหาแนวทางเพื่อรับมือกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา พร้อมให้ความช่วยเหลือผ่านกลยุทธ์และหลักการบริหารงานต่างๆ  ด้วยความมุ่งหมายที่จะส่งมอบบริการที่ดีที่สุดและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าตลอดไป

นายคุณากร ธุระหาญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดุสิตออโต้เซลส์ จำกัด กล่าวว่า เนื่องจากเศรษฐกิจของจังหวัดกระบี่ขับเคลื่อนด้วยการท่องเที่ยวเป็นหลัก การระบาดของโควิด-19 จึงทำให้กำลังซื้อถดถอยและส่งผลให้ยอดขายลดลงกว่า 30% ซึ่งบริษัทก็ไม่ได้ย่อท้อ ทั้งยังปรับตัวให้สอดรับต่อการเปลี่ยนแปลงด้วยการขายผ่านช่องทางออนไลน์ และหันมาดูแลลูกค้าเก่าให้ดียิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ พร้อมให้บริการเสริมด้วยการบริการลูกค้าถึงที่บ้าน และเมื่อสถานการณ์เริ่มดีขึ้น ลูกค้าจึงได้กลับมาใช้บริการที่ศูนย์บริการจนมีจำนวนใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดวิกฤต นับเป็นการวางรากฐานของความเชื่อมั่นในกลุ่มลูกค้าว่า แม้จะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ดุสิตออโต้เซลส์ก็จะพร้อมให้บริการลูกค้าอย่างเต็มความสามารถเสมอ

“การปรับปรุงตนเองและพัฒนาองค์กรให้ทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว คือสิ่งที่ท้าทายที่สุด ดังนั้นเราจึงให้ความสำคัญในเรื่องคุณภาพการให้บริการ ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะของพนักงานเป็นหลัก เพื่อให้สามารถส่งมอบบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าได้ เช่น เราเล็งเห็นว่าจำนวนลูกค้าที่มาเข้ารับบริการเพิ่มขึ้น จึงได้เพิ่มการให้บริการเลนด่วนพิเศษ FAST TRACK เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าในการนำรถเข้ามาเช็คระยะภายในระยะเวลา 60 นาที ซึ่งจะพร้อมให้บริการในเร็วๆ นี้ พร้อมกันนี้ ดุสิตออโต้เซลส์ มุ่งหวังที่จะเติบโตอย่างมีคุณภาพและครบวงจร เพื่อให้ลูกค้าเกิดความจงรักภักดีและพร้อมที่จะบอกต่อด้วยความมั่นใจ” นายคุณากร กล่าวเพิ่มเติม

กลุ่มดุสิตออโต้เซลส์เข้ามาดำเนินธุรกิจรถยนต์มาสด้ามาเป็นเวลากว่า 10 ปี เริ่มจากจังหวัดกระบี่ โดยเป็นโชว์รูมและศูนย์บริการที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 10 ไร่ พร้อมช่องซ่อมรวม 8 ช่องซ่อม รองรับการบริการสูงสุดถึง 620 คันต่อเดือน รวมถึงศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีที่กำลังจะแล้วเสร็จภายในปี 2563 ซึ่งจะทำให้ดุสิตออโต้เซลส์เป็นศูนย์บริการมาตรฐานแบบครบวงจรในจังหวัดกระบี่ และยังได้ขยายสาขาเพื่อรองรับลูกค้าในจังหวัดตรังอีก 1 สาขาด้วย

นายสิทธิพร ปิติเจริญกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสด้าชูเกียรติยนต์ หาดใหญ่ จำกัด กล่าวว่า เนื่องด้วยบริษัทชูเกียรติยนต์ได้เล็งเห็นว่ามาสด้าเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล มีนวัตกรรมยานยนต์ที่ทรงประสิทธิภาพและมีดีเอ็นเอที่สอดคล้องกับหลักการทำงานของบริษัทฯ จึงได้เข้าร่วมเป็นผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2544 โดยมีสาขาแรก คือ ชูเกียรติยนต์หาดใหญ่ ซึ่งเป็นโชว์รูมขนาดใหญ่พรั่งพร้อมด้วยบุคลากรและเครื่องมือทันสมัย ที่พร้อมให้การบริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าในจังหวัดสงขลา และได้เดินหน้าขยายสาขาเพิ่มเติมเพื่อรองรับการบริการลูกค้าแบบครบวงจร ได้แก่ สาขา 30 เมตร สาขาสงขลา และสาขาระโนด รวมทั้งหมด 4 สาขา ด้วยงบลงทุนรวมกว่า 1,000 ล้านบาท ทำให้กลุ่มชูเกียรติยนต์สามารถให้การบริการลูกค้าได้สูงสุดถึง 2,500 คันต่อเดือน พร้อมแผนเปิดให้บริการเลนด่วนพิเศษ FAST TRACK เพื่อตอบรับต่อความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น

กลุ่มชูเกียรติยนต์ทุ่มเทให้กับการทำงานอย่างเต็มที่ และได้ทุ่มงบประมาณสร้างโชว์รูมและศูนย์บริการบนพื้นที่ของตนเอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าว่าจะคอยให้บริการลูกค้าในระยะยาว พร้อมตั้งเป้าที่จะเป็นผู้จำหน่ายที่ลูกค้าชาวสงขลานึกถึงเป็นลำดับต้นๆ ตลอดจนภูมิใจที่ใช้รถยนต์มาสด้าและได้รับบริการที่ดีที่สุดไปตลอดอายุการใช้งาน ซึ่งจากความมุ่งมั่นดังกล่าว ทำให้บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการครองใจลูกค้าผ่านรางวัลการันตีด้านต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น รางวัล Mazda Dealer Operation Standard (M-DOS) ระดับ 5 ดาว รางวัลผู้จำหน่ายและบริการยอดเยี่ยมแห่งปี (Master Dealer) รางวัลทีมงานฝ่ายบริการหลังการขายดีเด่น (Mazda Guild) และผ่านการรับรองมาตรฐานจากมาสด้า เซลส์ ประเทศไทยในด้านต่างๆ ซึ่งแสดงถึงมาตรฐานการบริการที่ตั้งใจมอบให้แก่ลูกค้าในทุกส่วนงาน

“ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี เราทำงานด้วยความทุ่มเทและซื่อสัตย์ต่อทั้งลูกค้าและพนักงาน ซึ่งจากการลงมือทำงานเอง ทำให้เรารู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร เมื่อมีปัญหาเราจึงสามารถแก้ไขได้ทันที เรายังมองว่าพนักงานเป็นเสมือนคนในครอบครัว และเราต้องบริหารงานด้วยความยุติธรรม นอกจากนี้ การสร้างโอกาสและตอบแทนสังคมยังเป็นสิ่งที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญเสมอมา โดยได้ให้การสนับสนุนทุนการศึกษาและทุนสนับสนุนภาครัฐและเอกชนเป็นประจำทุกปี ผ่าน “มูลนิธิชูเกียรติปิติเจริญกิจ” ซึ่งเป็นมูลนิธิของครอบครัว รวมถึงการบริจาคผ่านโครงการอื่นๆ อีกด้วย ซึ่งนับเป็นการช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดสงขลา และเป็นการคืนกำไรสู่สังคมอีกช่องทางหนึ่ง” นายสิทธิพร กล่าวเสริม 

แม้ว่าการจัดกิจกรรม “Mazda Caravan ปันสุข” ทั้ง 4 ทริปจะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี แต่มาสด้าจะไม่หยุดมุ่งมั่นที่จะส่งมอบความสุข และความปรารถนาดีให้กับพี่น้องคนไทยทุกคน พร้อมจะสานต่อการแบ่งปันผ่านกิจกรรมต่างๆ เพื่อพัฒนาให้สังคมไทยเป็นสังคมที่น่าอยู่ ให้โลกของเรายังคงสวยงาม ให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และเพื่อสร้างสังคมที่ยั่งยืนตลอดไป ตามแผนพัฒนาสู่ความยั่งยืน “Sustainable Zoom-Zoom 2030” ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ระยะยาวที่มาสด้าให้ความสำคัญโดยตลอดมาและตลอดไป

โปรดติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมของมาสด้าผ่านทางโซเชียลมีเดีย

เว็บไซต์ www.mazda.co.th และ MazdaThailandOfficial: Facebook/YouTube/Instagram/LINE




บริษัท สยามธุรกิจ แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด เลขที่​ 423 ถนนบอนด์สตรีท​ ต.บางพูด​ อ.ปากเกร็ด​ จ. นนทบุรี​ 11120
โทรศัพท์ 02-0377423 , 02-0477243 ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ