มุมมองเปลี่ยน.. ชีวิตเปลี่ยน {apos}สุนทรียภาพ บุณโยทยาน{apos}

วันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

มุมมองเปลี่ยน.. ชีวิตเปลี่ยน {apos}สุนทรียภาพ บุณโยทยาน{apos}


"สุนทรียภาพ บุณโยทยาน" ถือเป็นหนึ่งผู้บริหารสาว ที่มีทั้งความสวยและความเก่ง อีกคนของวงการเครื่องสำอางเคาน์เตอร์ แบรนด์ในเมืองไทย เพราะเธอได้ทำงาน สั่งสม ประสบการณ์อยู่ในแวดวงเครื่องสำอางระดับโลกมามากมายหลายแบรนด์ อาทิ คลาแร็งส์ (CLARINS), ออลาน (ORLANE), กุชชี่ (GUCCI) และคลีนิกข์ (CLINIQUE) เป็นต้น จวบจนปัจจุบันได้มาดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการทั่วไปของแบรนด์ "ออริจินส์" ภายใต้บริษัท เอลก้า (ประเทศไทย) จำกัด
"ส่วนตัวเป็นคนชอบเรื่องเกี่ยวกับเครื่องสำอางมาตั้งแต่สมัยเรียน จึงตัดสินใจเลือกไปเรียนต่อทางด้านการตลาดในต่าง ประเทศแถบยุโรป คือที่อังกฤษ เพราะในสมัยนั้นเมื่อ 20 ปีก่อน เครื่องสำอางแถบยุโรปจะดังมากเลยทำให้มองว่าถ้าเราไปเรียนตรงนี้คงจะมีโอกาสได้เดินทางหาประสบการณ์ได้ไปดูไปเห็นแบรนด์เครื่องสำอางดังๆ อย่างที่เราชื่นชอบ และพอได้ไปสัมผัสจริงๆ ก็ยิ่งทำให้เกิดแรงบันดาลใจ มากขึ้นไปอีกว่าถ้าเรียนจบกลับมาเมืองไทย จะต้องมาทำงานเกี่ยวกับแบรนด์เครื่องสำอางให้ได้ จนเรียนจบกลับมาเมืองไทยก็ยัง คงไม่ละความตั้งใจแม้ว่าจะมีคนเสนองานอื่นมามากมายแต่ก็ไม่อยากทำ จนวันหนึ่งไปเดิน ช็อปปิ้งตลาดละลายทรัพย์ แถวสีลม และไป เห็นเคาน์เตอร์ของแบรนด์เครื่องสำอางคลา แร็งส์ จึงได้ลองไปสอบถามว่าจะสมัครงานได้ที่ไหน จึงได้คำตอบว่าออฟฟิศก็อยู่แถวสีลมพอดี และเราก็มีโปรไฟล์ติดไว้ในรถพอดี จึงตัดสินใจลองเข้าไปทิ้งใบสมัครไว้ แต่สรุปวันนั้นผู้บริหารอยู่ มีตำแหน่งว่าง จึงได้สัมภาษณ์และได้งานแรกแบบไม่ทันตั้งตัวเลย ในวันนั้น ในการทำแบรนด์คลาแร็งส์ จากนั้นก็ได้ขยับมาทำแบรนด์ เมเนอเจอร์ภายใต้แบรนด์อื่นๆ ได้แก่ ออลาน (ORLANE), กุชชี่ (GUCCI) ที่เป็นแบรนด์ดังในสมัยนั้น"
ผู้บริหารคนสวย (หัวเราะ) พร้อมเล่าต่อว่า จากจุดเริ่มต้นได้งานแรกแบบสายฟ้าแลบตรงนั้นทำให้ตนเองได้ทำงานใน สิ่งที่ตนเองชื่นชอบที่ได้มุ่งหวังไว้ จนหลังจากนั้นประมาณ 3 ปีก็ได้ย้ายมาทำงานอยู่ ในเครือ บริษัท เอลก้า ประเทศไทย ในการ เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลและสร้างแบรนด์ เครื่องสำอางคลีนิกข์ประมาณ 7 ปี จึงได้รับความไว้วางใจให้ขยับมาทำแบรนด์ออริจินส์ เครื่องสำอางจากธรรมชาติ จนปัจจุบันนี้ก็ได้ดูแลแบรนด์นี้เข้าสู่ปีที่ 8 แล้ว ซึ่งพูดได้เลยว่าตนเองได้โลดแล่นทำงานอยู่ในวงการเครื่องสำอางกว่า 17 ปีแล้ว
"จากประสบการณ์ทำงานมาอย่างยาวนาน ตนเองจะยึดหลักเสมอว่าเราทำงาน คนเดียวไม่ได้ เพราะฉะนั้นการสร้างคนกับ สร้างแบรนด์มันจะต้องไปควบคู่กัน เพราะ ฉะนั้นหลักการทำงานของตนเองจะเชื่อมั่นในการให้ทีมงานทุกคนต้องเห็นคุณค่าในตัวเอง ดังนั้นทีมงานของเราไม่ว่าจะอยู่ ในตำแหน่งใหน ระดับไหนก็ตามทุกคนจะมีโปรเจกต์ที่เป็นเจ้าของดูแล รับผิดชอบด้วย ตนเองทั้งหมด มันจะทำให้พวกเขารู้สึกว่าเขามีคุณค่า เป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญในการทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จได้ เพราะการได้ทำในสิ่งที่เขาได้รับมอบหมาย อย่างเต็มที่ อีกทั้งตนจะใช้หลักการจัดการ วางระบบงาน เครือข่าย ทีมงาน ไว้เป็นอย่างดี เพื่อให้งานทุกอย่างมันดำเนินการไปได้ แม้ว่าตนเองจะไม่อยู่ ทุกคนก็จะสามารถทำงานไปได้อย่างราบรื่น ซึ่งตรงนี้ถือเป็นความชาญฉลาดของเราในการสร้างการทำงานในยุคใหม่ ให้แตกต่าง และยังมีคุณ ค่าในตัวเองในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกับการดูแลทีมงานให้เปรียบ เสมือนเป็นคนในครอบครัวของเราด้วย"
สำหรับการทำงานแน่นอนว่าทุกคนต้องเจอปัญหา อุปสรรค ซึ่งพอถามผู้บริหารสาวว่าเธอมีวิธีจัดการมันอย่าง ไร เธอเล่าว่า ปัญหาอุปสรรคเจอมาเยอะมาก ตลอดเวลา เพราะเราทำงานกับบริษัท ต่างประเทศ ดังนั้นจะมีทีมงานจากหลากหลายประเทศที่จะต้องโคงานกัน ทำให้จำเป็นมากว่าจะต้องทำอย่างไรให้เข้าใจจุด ประสงค์ของแต่ละฝ่ายตรงกัน ซึ่งแต่ก่อนพอเจอปัญหาจะมองแค่ตัวเองก่อนยิ่งจะทำให้เราแก้ไข้ปัญหาได้ยาก ดังนั้น ตอน นี้จึงได้ทำการปรับเปลี่ยนทัศนคติในเรื่องแก้ไขปัญหาอุปสรรคในทางบวกขึ้น คือต้อง มองคนอื่นมากขึ้นว่าจุดมุ่งหมายแต่ละคนเป็นอย่างไร ซึ่งสรุปแล้วเราก็คือทีมเดียว กันมันก็จะทำให้ปัญหา อุปสรรค การทำงาน น้อยลง แก้ได้ง่ายขึ้น เครียดน้อยลงด้วย
"สมัยก่อนเวลาทำงานหนักเจอเรื่อง เครียด จะไปเที่ยวสังสรรค์ ปาร์ตี้กับเพื่อน ฝูง หรือไปเที่ยวต่างประเทศ ออกไปดูโลก กว้าง แก้เครียด เพราะสมัยอายุน้อยๆ จะใช้ชีวิตแบบสุดเหวี่ยงมาก แต่พอทำแบบนั้นหนักเข้าเรื่อยๆ พอมาวันนึงจึงได้ มานั่งคิดว่าทำไมเราชอบไปหาดูโน่นดูนี่ แต่ ทำไมไม่ลองหันมาดูตัวเองบ้าง เพราะการใช้ชีวิตแบบปรู๊ดปร๊าดทำงานหนัก เที่ยวหนัก เครียดหนัก มันไม่ดีต่อสุขภาพตัวเอง และทีมงาน คนรอบข้างเราด้วย จึงทำให้เรามาคิดว่าควรจะลองหันมาศึกษา เรื่องธรรมะในการปฏิบัติเพื่อให้จิตใจนิ่ง และมีสติ จะได้ให้การทำงานและการใช้ชีวิตของเราผ่อนคลายขึ้น ซึ่งตรงนี้ทำให้ตนเองเชื่อเลยว่ามันสามารถช่วยจิตใจและ ร่างกายเราดีขึ้นจริงๆ การทำงานก็ออกมา ดีเพราะมีความรอบคอบมากขึ้น และส่วนตัวก็รู้สึกว่าตัวเองแก่ช้าลง เครียด เหนื่อย น้อยลง ปล่อยวางได้ง่ายขึ้นไม่ว่าจะเป็นความโกรธ เครียด เศร้า ทุกข์ หรือสุข ดังนั้น หลังจากได้ค้นพบสิ่งนี้ทำให้ตนเองเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่า ทุกอย่างมันอยู่ที่มุมมอง จะสุขหรือทุกข์อยู่ที่ใจเราเอง"
นอกเหนือจากการทำงานแล้ว ผู้บริหารสาวยังได้เล่าถึงชีวิตไลฟ์สไตล์ของเธอให้ฟังว่า ตนเองใช้ชีวิตหลากหลายมุมมากแต่ก็จะแบ่งเวลาให้กับทั้งเพื่อน ครอบครัว คนรัก และตัวเองได้อย่างบาลานซ์ ซึ่งเวลาว่างก็จะไปเที่ยวกับเพื่อน ไปปาร์ตี้ ไปเที่ยวต่างประเทศ และที่สำคัญ ชอบออกกำลังกายมากทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นโยคะ ฟิตเนส ว่ายน้ำ ดำน้ำ ตีกอล์ฟ เพราะไม่ชอบความจำเจ อีกทั้งยังชอบสะสม แอนทีค จิวเวลรี่ อย่างมาก โดยเฉพาะเข็มกลัดรูปผีเสื้อ ดอกไม้ มีกว่า 100 ชิ้นแล้ว เพราะรู้สึกว่าเป็นของที่มีเสน่ห์มีเอกลักษณ์ของมัน
"ตอนนี้มองว่าชีวิตตนเองมีความสุขแล้ว เพราะได้ทำงานในสิ่งที่รัก ซึ่งอนาคต ต่อไปตัวเองก็ยังคงอยากจะทำงานในฐานะผู้บริหารในการสร้างแบรนด์ เพราะภูมิใจมีความสุข และสนุกกับสิ่งที่ตนเองทำมาโดยตลอด จึงมองว่าตนเองจะมุ่งมั่นทำงานและ เติบโตไปกับบริษัท ในการตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง" สุนทรียภาพ กล่าวทิ้งท้าย


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ