Toggle navigation
วันพุธ ที่ 8 เมษายน 2569
หน้าแรก
ข่าวสาร
วิเคราะห์-บทความ-ต่างประเทศ
ประกัน
ยานยนต์
การเงิน-ธนาคาร
หุ้น-กองทุนรวม
อสังหาริมทรัพย์
พลังงาน-คมนาคม-โลจิสติกส์
อุตสาหกรรม-เออีซี-เอสเอมอี
ไอที
การศึกษา-กทม
การตลาด-ซีเอสอาร์
เกษตรยุคใหม่-ภูมิภาค
บันเทิง
ขายตรง
ประชาสัมพันธ์
PR NEWS -ข่าวประชาสัมพันธ์
ไลฟ์สไตล์
ท่องเที่ยว
แฟชั่นโซไซตี้-ดูดวง
ช๊อป-ชิม-ชิล
สุขภาพ-ความงาม
วิดีโอ-คลิปข่าว
E-Book
นสพ. สยามธุรกิจ
ติดต่อเรา
สามารถส่งข้อมูล ข่าวสาร ทางอีเมลล์ : siamturakijonlinenews@gmail.com และ สำหรับฝ่ายโฆษณา ทางอีเมลล์ : siamturakijadvertising@gmail.com
หน้าแรก
การตลาด-อีคอมเมิร์ซ
หวั่นเกาหลีตีแตก เครื่องสำอาง 2 แสนล้านฮึดสู้
หวั่นเกาหลีตีแตก เครื่องสำอาง 2 แสนล้านฮึดสู้
วันพุธที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
Tweet
เครื่องสำอางไทยแตะ 2.1 แสนล้าน ชี้โอกาสตลาดอาเซียน อวด Made in Thailand ขึ้นแท่นแบรนด์แกร่ง ขวัญใจชาวฟิลิปปินส์ เวียดนาม ลาว เล็งอินโดนีเซียน่าสน เตือนรัฐส่งเสริมให้ถูกจุด ก่อน ถูกสกัดจากคู่แข่ง ระวังเครื่องสำอางเกาหลีตีแบรนด์ไทยกระจุย
+ โค้งสุดท้ายเครื่องสำอางไทยใน AEC
นางเกศมณี เลิศกิจจา นายกสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย กล่าวว่า อุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทยมีมูลค่าตลาดรวม 2.1 แสนล้านบาท แบ่งเป็นตลาดในประเทศ 60% มูลค่า 1.2 แสนล้านบาท และตลาดส่งออก 40% มูลค่ากว่า 9 หมื่นล้านบาท
อุตสาหกรรมโดยรวมมีการเติบโต 10% จากปี 2555 โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้มีการเติบโตเท่ากับช่วงเดียวกันของปี 2554 ที่ 10% ซึ่งลดลงจากปีก่อนหน้าที่มีการเติบโต 18% อันเป็นผลมาจากปัญหาเศรษฐกิจของยุโรป อเมริกา และญี่ปุ่น
ทั้งนี้คาดว่าในปี 2563 มูลค่าตลาดรวมจะเติบโตกว่าเท่าตัว โดยเฉพาะภาคการส่งออกซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท จากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
+ แบรนด์ไทยมาแรง
ในด้านการส่งออกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางนั้น ปัจจุบันประเทศไทยมีความพร้อมด้านการผลิตสูงมากจากการที่ผู้ผลิตเครื่องสำอางแบรนด์ดังจากต่างประเทศใช้ไทยเป็นฐานการผลิต ทำให้มีความพร้อมทั้งด้านเทคโนโลยี บุคลากร การลงทุนและการขนส่ง
จากข้อมูลตัวเลขการส่งออกเครื่องสำอาง ไทยมีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีการเติบโตเฉลี่ย 18% ต่อปี
นอกจากนี้ ชื่อเสียงของสินค้าจากประเทศ ไทย หรือ Thailand Brand นั้นนับว่าแข็งแรงมากในหลายประเทศ เช่น ตะวันออกกลาง ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และลาว ซึ่งความเชื่อมั่นต่อสินค้าไทยของผู้บริโภคสูงมาก
"ในกลุ่มประเทศเหล่านี้ ความนิยมและความเชื่อมั่นในสินค้าไทยสูงมากในระดับที่จำเป็นต้องมีตัวอักษรไทยบนบรรจุภัณฑ์ไม่อย่างนั้นผู้บริโภคจะไม่ยอมซื้อ"
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีข้อได้เปรียบดังกล่าว แต่ผู้ประกอบการในไทยยังมีปัญหาด้านการทำตลาดในต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มรายย่อยที่ไม่เคยส่งสินค้าออกไปยังต่างประเทศด้วยตนเองมาก่อน
+ รัฐยังเกาไม่ถูกที่คัน
ปัจจุบันแม้รัฐมีโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการอยู่แล้ว คือโครงการ Proactive แต่ด้วยความยุ่งยากด้านเอกสาร รวมถึงเงื่อนไขที่ต้องเคยเป็นผู้ส่งออกมาก่อนทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยไม่สามารถเข้าถึงเงินทุนในโครงการนี้ได้ ทั้งที่หลายรายมีการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศอยู่แล้วแต่เป็นการส่งผ่านคนกลางหรือเป็นกรณีที่ลูกค้าจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาซื้อตามแนวชายแดน
ด้วยเหตุนี้รัฐควรมีโครงการที่เน้นให้โอกาสผู้ประกอบการที่ไม่เคยส่งสินค้าไปต่างประเทศให้มีโอกาสเข้าถึงเงินทุนสำหรับเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศได้โดยง่าย
นอกจากปัญหาด้านการส่งเสริมการส่งออกแล้ว จุดอ่อนอีกประการของเครื่องสำอางไทยคือ ขาดศักยภาพในการประชาสัมพันธ์และการตลาด ซึ่งเรื่องนี้เป็นอีกอุปสรรคสำคัญในการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ
ดังนั้น เป้าหมายของ สมาคมในช่วงก่อนการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนคือ การเพิ่มจำนวนผู้ส่งออกชาวไทยให้ได้มากที่สุด เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการแข่งขันระดับนานาชาติ โดยอาศัยการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเดินทางไปร่วมงาน แสดงสินค้าต่างๆ เพื่อเปิดตัวแบรนด์และสินค้าสู่ตลาดโลก
สำหรับงาน COSMEX ที่จะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2014 เป็นส่วนหนึ่งที่จะนำไปสู่เป้าหมายดังกล่าว โดยเป็นเวทีสำหรับสายการผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่สำคัญ ซึ่งรวบรวมผู้ประกอบการในสายการผลิตเครื่องสำอางอย่างครบวงจร
ภายในงานจะมีการแสดงเครื่องมือ อุปกรณ์ เทคโนโลยีและการบรรจุภัณฑ์ สำหรับการผลิตสินค้าเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ความงาม รวมถึงธุรกิจรับช่วงการผลิตทั้งแบบ ODM และ OEM นับเป็นงานแสดงสินค้าที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องสำอางแบบครบวงจร เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบ การได้สัมผัสกับเครื่องมืออุปกรณ์และนวัตกรรมจากกว่า 100 บริษัท จาก 10 ประเทศทั่วโลก
โดยงาน COSMEX 2014 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 ณ ไบเทค บางนา นับเป็นงานแรกในภูมิภาคอาเซียน
"ในงานนี้นอกจากจะเพิ่มศักยภาพแก่ธุรกิจการรับช่วงการผลิตเครื่องสำอางแล้ว ยังแสดงถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการผลิตในอาเซียนได้ โดยเชื่อว่า ในอนาคตไทยมีโอกาสเป็นทั้งฐานการผลิต และรับจ้างผลิต ควบคู่กัน"
+ คุณสมบัติเดียวไม่เพียงพอ
เทรนด์ของเครื่องสำอางในปัจจุบันมุ่งไปที่การเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์เป็นหลัก โดยจะต้องมีคุณสมบัติมากกว่า 1 ประการ เช่น นอกจากจะลบเลือนริ้วรอยแล้วอาจจะต้องสามารถช่วยให้ผิวขาวได้ด้วย เป็นต้น นอกจากนี้พบว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับเทรนด์นี้มากกว่าปัจจัยราคา
อีกเทรนด์หนึ่งคือ ความนิยมในผลิตภัณฑ์จากตะวันออกซึ่งมาพร้อมกับความต้องการส่วนผสมจากธรรมชาติหรือสมุนไพรต่างๆ ทดแทนส่วนประกอบที่เป็นสารเคมี
+ ประเทศที่ต้องจับตามอง
สำหรับตลาดเครื่องสำอางในภูมิภาค อาเซียนหลังจากเปิดเออีซีแล้ว นางเกศมณีให้ความเห็นว่า ประเทศอินโดนีเซียจะเป็นคู่แข่งที่สำคัญ เนื่องจากมีผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบจากสมุนไพร ซึ่งเป็นหนึ่งในเทรนด์ของตลาดปัจจุบัน จึงได้เปรียบด้านการส่งออกสินค้าของตนเอง
นอกจากนี้ ยังเป็นตลาดที่ผู้เล่นนอกประเทศโดยเฉพาะไทยรุกเข้าไปได้ยาก เนื่องจากผู้บริโภคอินโดนีเซียมีกำลังซื้อต่อหัวต่ำกว่าไทยซึ่งเป็นผลมาจากค่าครองชีพที่ต่ำกว่าทำให้สินค้าจากไทยมีราคาสูงกว่าเห็นได้ชัดเมื่อเข้าไปในอินโดนีเซีย ในจุดนี้ผู้ประกอบการไทยจะต้องหันไปเน้นนวัตกรรมและการเพิ่มมูลค่า เพื่อให้เกิดแรงจูงใจในการซื้อ
นอกจากนี้ แม้จะไม่ได้อยู่ในกลุ่มอาเซียน แต่ประเทศเกาหลีเองเป็นผู้เล่นรายสำคัญในตลาดเครื่องสำอาง เนื่องจากความนิยมวัฒนธรรมเก่าที่ดำเนินมาหลายปีและการที่รัฐบาลเกาหลีให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง ส่งผลให้เครื่องสำอางเกาหลีมีส่วนแบ่งในตลาดอาเซียนอย่างมีนัยสำคัญ โดยกระทบต่อสัดส่วนการส่งออกเครื่องสำอางไทยไปยังอาเซียนซึ่งลดลงจาก 43% ในปี 2555 มาเหลือ 37% ในปีนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
The Associated Press
MALEE โชว์กลยุทธ์ปี 69 ลุย 'Malee Applie...
...
ไฮเออร์ ประเทศไทย อัดงบปี 69 กว่า 1.2 พั...
...
บิ๊กซี ผนึก พันธมิตรธุรกิจ จัด แคมเปญ “ร...
...
“ส.ขอนแก่น” ทุ่มงบ 50 ล้านบาทเปิดแคมเปญใ...
...
ถอดกลยุทธ์ "ป่าล้อมเมือง" "Yes Yang" แบร...
...
บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ
×
เว็บไซต์ “สยามธุรกิจ” ใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และ นโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)
กดยอมรับ