หวั่นเกาหลีตีแตก เครื่องสำอาง 2 แสนล้านฮึดสู้

วันพุธที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

หวั่นเกาหลีตีแตก เครื่องสำอาง 2 แสนล้านฮึดสู้


เครื่องสำอางไทยแตะ 2.1 แสนล้าน ชี้โอกาสตลาดอาเซียน อวด Made in Thailand ขึ้นแท่นแบรนด์แกร่ง ขวัญใจชาวฟิลิปปินส์ เวียดนาม ลาว เล็งอินโดนีเซียน่าสน เตือนรัฐส่งเสริมให้ถูกจุด ก่อน ถูกสกัดจากคู่แข่ง ระวังเครื่องสำอางเกาหลีตีแบรนด์ไทยกระจุย
+ โค้งสุดท้ายเครื่องสำอางไทยใน AEC
นางเกศมณี เลิศกิจจา นายกสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย กล่าวว่า อุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทยมีมูลค่าตลาดรวม 2.1 แสนล้านบาท แบ่งเป็นตลาดในประเทศ 60% มูลค่า 1.2 แสนล้านบาท และตลาดส่งออก 40% มูลค่ากว่า 9 หมื่นล้านบาท
อุตสาหกรรมโดยรวมมีการเติบโต 10% จากปี 2555 โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้มีการเติบโตเท่ากับช่วงเดียวกันของปี 2554 ที่ 10% ซึ่งลดลงจากปีก่อนหน้าที่มีการเติบโต 18% อันเป็นผลมาจากปัญหาเศรษฐกิจของยุโรป อเมริกา และญี่ปุ่น
ทั้งนี้คาดว่าในปี 2563 มูลค่าตลาดรวมจะเติบโตกว่าเท่าตัว โดยเฉพาะภาคการส่งออกซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท จากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
+ แบรนด์ไทยมาแรง
ในด้านการส่งออกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางนั้น ปัจจุบันประเทศไทยมีความพร้อมด้านการผลิตสูงมากจากการที่ผู้ผลิตเครื่องสำอางแบรนด์ดังจากต่างประเทศใช้ไทยเป็นฐานการผลิต ทำให้มีความพร้อมทั้งด้านเทคโนโลยี บุคลากร การลงทุนและการขนส่ง
จากข้อมูลตัวเลขการส่งออกเครื่องสำอาง ไทยมีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีการเติบโตเฉลี่ย 18% ต่อปี
นอกจากนี้ ชื่อเสียงของสินค้าจากประเทศ ไทย หรือ Thailand Brand นั้นนับว่าแข็งแรงมากในหลายประเทศ เช่น ตะวันออกกลาง ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และลาว ซึ่งความเชื่อมั่นต่อสินค้าไทยของผู้บริโภคสูงมาก
"ในกลุ่มประเทศเหล่านี้ ความนิยมและความเชื่อมั่นในสินค้าไทยสูงมากในระดับที่จำเป็นต้องมีตัวอักษรไทยบนบรรจุภัณฑ์ไม่อย่างนั้นผู้บริโภคจะไม่ยอมซื้อ"
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีข้อได้เปรียบดังกล่าว แต่ผู้ประกอบการในไทยยังมีปัญหาด้านการทำตลาดในต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มรายย่อยที่ไม่เคยส่งสินค้าออกไปยังต่างประเทศด้วยตนเองมาก่อน
+ รัฐยังเกาไม่ถูกที่คัน
ปัจจุบันแม้รัฐมีโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการอยู่แล้ว คือโครงการ Proactive แต่ด้วยความยุ่งยากด้านเอกสาร รวมถึงเงื่อนไขที่ต้องเคยเป็นผู้ส่งออกมาก่อนทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยไม่สามารถเข้าถึงเงินทุนในโครงการนี้ได้ ทั้งที่หลายรายมีการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศอยู่แล้วแต่เป็นการส่งผ่านคนกลางหรือเป็นกรณีที่ลูกค้าจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาซื้อตามแนวชายแดน
ด้วยเหตุนี้รัฐควรมีโครงการที่เน้นให้โอกาสผู้ประกอบการที่ไม่เคยส่งสินค้าไปต่างประเทศให้มีโอกาสเข้าถึงเงินทุนสำหรับเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศได้โดยง่าย
นอกจากปัญหาด้านการส่งเสริมการส่งออกแล้ว จุดอ่อนอีกประการของเครื่องสำอางไทยคือ ขาดศักยภาพในการประชาสัมพันธ์และการตลาด ซึ่งเรื่องนี้เป็นอีกอุปสรรคสำคัญในการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ
ดังนั้น เป้าหมายของ สมาคมในช่วงก่อนการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนคือ การเพิ่มจำนวนผู้ส่งออกชาวไทยให้ได้มากที่สุด เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการแข่งขันระดับนานาชาติ โดยอาศัยการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเดินทางไปร่วมงาน แสดงสินค้าต่างๆ เพื่อเปิดตัวแบรนด์และสินค้าสู่ตลาดโลก
สำหรับงาน COSMEX ที่จะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2014 เป็นส่วนหนึ่งที่จะนำไปสู่เป้าหมายดังกล่าว โดยเป็นเวทีสำหรับสายการผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่สำคัญ ซึ่งรวบรวมผู้ประกอบการในสายการผลิตเครื่องสำอางอย่างครบวงจร
ภายในงานจะมีการแสดงเครื่องมือ อุปกรณ์ เทคโนโลยีและการบรรจุภัณฑ์ สำหรับการผลิตสินค้าเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ความงาม รวมถึงธุรกิจรับช่วงการผลิตทั้งแบบ ODM และ OEM นับเป็นงานแสดงสินค้าที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องสำอางแบบครบวงจร เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบ การได้สัมผัสกับเครื่องมืออุปกรณ์และนวัตกรรมจากกว่า 100 บริษัท จาก 10 ประเทศทั่วโลก
โดยงาน COSMEX 2014 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 ณ ไบเทค บางนา นับเป็นงานแรกในภูมิภาคอาเซียน
"ในงานนี้นอกจากจะเพิ่มศักยภาพแก่ธุรกิจการรับช่วงการผลิตเครื่องสำอางแล้ว ยังแสดงถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการผลิตในอาเซียนได้ โดยเชื่อว่า ในอนาคตไทยมีโอกาสเป็นทั้งฐานการผลิต และรับจ้างผลิต ควบคู่กัน"
+ คุณสมบัติเดียวไม่เพียงพอ
เทรนด์ของเครื่องสำอางในปัจจุบันมุ่งไปที่การเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์เป็นหลัก โดยจะต้องมีคุณสมบัติมากกว่า 1 ประการ เช่น นอกจากจะลบเลือนริ้วรอยแล้วอาจจะต้องสามารถช่วยให้ผิวขาวได้ด้วย เป็นต้น นอกจากนี้พบว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับเทรนด์นี้มากกว่าปัจจัยราคา
อีกเทรนด์หนึ่งคือ ความนิยมในผลิตภัณฑ์จากตะวันออกซึ่งมาพร้อมกับความต้องการส่วนผสมจากธรรมชาติหรือสมุนไพรต่างๆ ทดแทนส่วนประกอบที่เป็นสารเคมี
+ ประเทศที่ต้องจับตามอง
สำหรับตลาดเครื่องสำอางในภูมิภาค อาเซียนหลังจากเปิดเออีซีแล้ว นางเกศมณีให้ความเห็นว่า ประเทศอินโดนีเซียจะเป็นคู่แข่งที่สำคัญ เนื่องจากมีผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบจากสมุนไพร ซึ่งเป็นหนึ่งในเทรนด์ของตลาดปัจจุบัน จึงได้เปรียบด้านการส่งออกสินค้าของตนเอง
นอกจากนี้ ยังเป็นตลาดที่ผู้เล่นนอกประเทศโดยเฉพาะไทยรุกเข้าไปได้ยาก เนื่องจากผู้บริโภคอินโดนีเซียมีกำลังซื้อต่อหัวต่ำกว่าไทยซึ่งเป็นผลมาจากค่าครองชีพที่ต่ำกว่าทำให้สินค้าจากไทยมีราคาสูงกว่าเห็นได้ชัดเมื่อเข้าไปในอินโดนีเซีย ในจุดนี้ผู้ประกอบการไทยจะต้องหันไปเน้นนวัตกรรมและการเพิ่มมูลค่า เพื่อให้เกิดแรงจูงใจในการซื้อ
นอกจากนี้ แม้จะไม่ได้อยู่ในกลุ่มอาเซียน แต่ประเทศเกาหลีเองเป็นผู้เล่นรายสำคัญในตลาดเครื่องสำอาง เนื่องจากความนิยมวัฒนธรรมเก่าที่ดำเนินมาหลายปีและการที่รัฐบาลเกาหลีให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง ส่งผลให้เครื่องสำอางเกาหลีมีส่วนแบ่งในตลาดอาเซียนอย่างมีนัยสำคัญ โดยกระทบต่อสัดส่วนการส่งออกเครื่องสำอางไทยไปยังอาเซียนซึ่งลดลงจาก 43% ในปี 2555 มาเหลือ 37% ในปีนี้


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ