ASEAN We Stand ระดมสมองไมซ์อาเซียน

วันเสาร์ที่ 09 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ASEAN We Stand ระดมสมองไมซ์อาเซียน


ขณะที่ประเทศไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปีพ.ศ.2558 การเตรียมพร้อมรับการแข่งขันในอนาคตเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งวางรากฐาน โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่มีโอกาสขยายตัวอย่างธุรกิจการจัดประชุมสัมมนาหรือ ไมซ์ (MICE : Meetings, Incentive Travel, Conventions, Exhibitions)
รายงานจากสมาพันธ์สมาคมธุรกิจการจัดงานแสดงสินค้า ระดับโลก (UFI) ระบุว่า ประเทศไทยครองอันดับ 1 ของจำนวน พื้นที่การจัดงานแสดงสินค้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และใหญ่เป็นอันดับ 8 ในเอเชียมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2554 และในปีพ.ศ.2555 เมื่อเศรษฐกิจโลกเผชิญกับสภาวะถดถอย แต่ประเทศไทยยังมีการจัดงานแสดงสินค้ารวม 83 งาน พื้นที่จัดงานมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.4% คิดเป็น 464,250 ตารางเมตร ทำรายได้ทั้งสิ้น 1.47 ล้านเหรียญสหรัฐ จากสถิติดังกล่าวสะท้อนศักยภาพการเติบโตของตลาดงานแสดงสินค้าในไทยได้เป็นอย่างดี
ล่าสุด ได้มีการจัดงาน Asean We Stand เพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จของโครงการพันธมิตรไมซ์แห่งอาเซียน (ASEAN MICE Collaboration) โครงการเตรียมพร้อมรองรับ AEC ซึ่งทีเส็บริเริ่มขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมา โดยครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) หรือ ทิก้า สมาคมการแสดงสินค้าไทย (TEA) บริษัท การ บินไทย จำกัด (มหาชน) สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) และสมาคมธุรกิจสร้างสรรค์การจัดงาน (EMA)
นายนพรัตน์ เมธาวีกุลชัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ เปิดเผยว่า งาน ASEAN We Stand มีผู้แทนเข้าร่วมจาก 9 ประเทศในอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา และประเทศไทย ถือเป็นการกระชับความสัมพันธ์และสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ในระดับภูมิภาค
ทั้งนี้ ทีเส็บได้เตรียมความพร้อมสำหรับการบุกตลาดไมซ์ในอนาคต โดยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาได้มีการปรับปรุงโครงสร้างบริหาร งานใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการเป็นผู้สนับสนุนใน 5 บทบาทหลักขององค์กร ได้แก่ การเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ ผู้นำที่สร้างสรรค์ ผู้แก้ไขปัญหา ผู้เชื่อมต่อธุรกิจ และผู้พัฒนาความสามารถทางธุรกิจไมซ์ ภายใต้วัตถุประสงค์การดำเนินงานขององค์กรในการดึงการจัดงานเข้ามาในประเทศไทย (WIN) การส่งเสริม (Promote) และการพัฒนา (Develop)
นอกจากนี้ ทีเส็บยังมีแผนงานจะเพิ่มศักยภาพและมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมไมซ์ไทย โดยมุ่งเน้นไปยัง 5 จังหวัดยุทธศาสตร์ ของประเทศ ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต และขอนแก่น ที่มีการพัฒนาสู่การเป็นเมืองไมซ์ซิตี้ ซึ่งมีความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรมและทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนแหล่งนันทนาการ เพื่อเพิ่มทางเลือกอันหลากหลายของสถานที่จัดงานประชุมและแสดงสินค้า
นายนพรัตน์ กล่าวว่า ทีเส็บจะขยายกรอบความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ในอาเซียนและคู่เจรจาทางการค้าให้เพิ่มมากขึ้นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไมซ์ที่มีความปึกแผ่นในภูมิภาค ในด้านการส่งเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ ทีเส็บ มุ่งเน้นการอบรมบุคลากรไมซ์ในภูมิภาคให้เพียบพร้อมด้วยความรู้ความสามารถรองรับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้น โดยมุ่งหวังว่าจะสามารถดึงการจัดงานขนาดใหญ่หรืองานเมกะอีเวนต์เข้ามาในประเทศไทยได้เพิ่มมากขึ้นในปีพ.ศ.2557
ในปี 2556 ประเทศไทยมีจำนวนนักเดินทางกลุ่มไมซ์จากอุตสาหกรรมการแสดงสินค้านานาชาติ เมื่อสิ้นสุดไตรมาสที่ 3 จำนวน 152,820 คน เติบโตขึ้นร้อยละ 15.68 ทำรายได้ 11,529 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.68 คาดว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมาย 172,660 คน สร้างรายได้ 14,100 ล้านบาท เมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2556
ด้านนายโจเชน วิทท์ อดีตประธาน Koeln messe และ UFI กล่าวว่า ภูมิภาคอาเซียนและอเมริกาใต้ยังคงเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพการเติบโตในธุรกิจไมซ์ เนื่องจากผู้จัดงานขนาดใหญ่ของโลกเริ่มหันออกจากยุโรปและอเมริกา เหนือซึ่งสภาวะเศรษฐกิจยังซบเซา อย่างไรก็ดีภูมิภาคทั้งสองยังต้องพัฒนาศักยภาพเพื่อรอง รับกระแสของอุตสาหกรรมไมซ์โลกที่กำลังเคลื่อนตัวมายังภูมิภาคทั้งสองอย่างต่อเนื่อง
ส่วนนายคริสโตเฟอร์ จอห์น สมิธ เลขาธิการกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ประกอบการด้านการประชุมและนิทรรศการ ประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในสหรัฐอเมริกาและยุโรปทำให้ผู้จัดงานแสดงสินค้าหันมามองภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น กลุ่มผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมไมซ์ในภูมิภาคอาเซียนจึงควรจะร่วมมือกันเพื่อเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขันในด้านต่างๆ เช่น การลดอุปสรรคในการเดินทางติดต่อกันหรือการกำหนดรูปแบบการประชุมที่สอดคล้องกัน
"การผสานความร่วมมืออย่างเป็นเอกภาพ และมีการดำเนินงานแบบเดียวกัน หากมีผู้มาจัดงานในประเทศกลุ่มอาเซียน การเดินทางจากสนามบินถึงห้องประชุมควรเป็นแบบไร้รอยต่อ ประเทศสมาชิกต้องหาบรรทัดฐานร่วมกัน และแบ่งปันข้อมูลและวิธีปฏิบัติพร้อมตั้งเป้าในการดึงดูดผู้จัดงานจากตะวันตกเพิ่มขึ้น โดยอาศัยศักยภาพของผู้ประกอบการไมซ์ในภูมิภาค มากขึ้น" นายคริสโตเฟอร์ กล่าว


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ