Toggle navigation
วันพุธ ที่ 8 เมษายน 2569
หน้าแรก
ข่าวสาร
วิเคราะห์-บทความ-ต่างประเทศ
ประกัน
ยานยนต์
การเงิน-ธนาคาร
หุ้น-กองทุนรวม
อสังหาริมทรัพย์
พลังงาน-คมนาคม-โลจิสติกส์
อุตสาหกรรม-เออีซี-เอสเอมอี
ไอที
การศึกษา-กทม
การตลาด-ซีเอสอาร์
เกษตรยุคใหม่-ภูมิภาค
บันเทิง
ขายตรง
ประชาสัมพันธ์
PR NEWS -ข่าวประชาสัมพันธ์
ไลฟ์สไตล์
ท่องเที่ยว
แฟชั่นโซไซตี้-ดูดวง
ช๊อป-ชิม-ชิล
สุขภาพ-ความงาม
วิดีโอ-คลิปข่าว
E-Book
นสพ. สยามธุรกิจ
ติดต่อเรา
สามารถส่งข้อมูล ข่าวสาร ทางอีเมลล์ : siamturakijonlinenews@gmail.com และ สำหรับฝ่ายโฆษณา ทางอีเมลล์ : siamturakijadvertising@gmail.com
หน้าแรก
การตลาด-อีคอมเมิร์ซ
ASEAN We Stand ระดมสมองไมซ์อาเซียน
ASEAN We Stand ระดมสมองไมซ์อาเซียน
วันเสาร์ที่ 09 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
Tweet
ขณะที่ประเทศไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปีพ.ศ.2558 การเตรียมพร้อมรับการแข่งขันในอนาคตเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งวางรากฐาน โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่มีโอกาสขยายตัวอย่างธุรกิจการจัดประชุมสัมมนาหรือ ไมซ์ (MICE : Meetings, Incentive Travel, Conventions, Exhibitions)
รายงานจากสมาพันธ์สมาคมธุรกิจการจัดงานแสดงสินค้า ระดับโลก (UFI) ระบุว่า ประเทศไทยครองอันดับ 1 ของจำนวน พื้นที่การจัดงานแสดงสินค้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และใหญ่เป็นอันดับ 8 ในเอเชียมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2554 และในปีพ.ศ.2555 เมื่อเศรษฐกิจโลกเผชิญกับสภาวะถดถอย แต่ประเทศไทยยังมีการจัดงานแสดงสินค้ารวม 83 งาน พื้นที่จัดงานมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.4% คิดเป็น 464,250 ตารางเมตร ทำรายได้ทั้งสิ้น 1.47 ล้านเหรียญสหรัฐ จากสถิติดังกล่าวสะท้อนศักยภาพการเติบโตของตลาดงานแสดงสินค้าในไทยได้เป็นอย่างดี
ล่าสุด ได้มีการจัดงาน Asean We Stand เพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จของโครงการพันธมิตรไมซ์แห่งอาเซียน (ASEAN MICE Collaboration) โครงการเตรียมพร้อมรองรับ AEC ซึ่งทีเส็บริเริ่มขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมา โดยครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) หรือ ทิก้า สมาคมการแสดงสินค้าไทย (TEA) บริษัท การ บินไทย จำกัด (มหาชน) สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) และสมาคมธุรกิจสร้างสรรค์การจัดงาน (EMA)
นายนพรัตน์ เมธาวีกุลชัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ เปิดเผยว่า งาน ASEAN We Stand มีผู้แทนเข้าร่วมจาก 9 ประเทศในอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา และประเทศไทย ถือเป็นการกระชับความสัมพันธ์และสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ในระดับภูมิภาค
ทั้งนี้ ทีเส็บได้เตรียมความพร้อมสำหรับการบุกตลาดไมซ์ในอนาคต โดยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาได้มีการปรับปรุงโครงสร้างบริหาร งานใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการเป็นผู้สนับสนุนใน 5 บทบาทหลักขององค์กร ได้แก่ การเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ ผู้นำที่สร้างสรรค์ ผู้แก้ไขปัญหา ผู้เชื่อมต่อธุรกิจ และผู้พัฒนาความสามารถทางธุรกิจไมซ์ ภายใต้วัตถุประสงค์การดำเนินงานขององค์กรในการดึงการจัดงานเข้ามาในประเทศไทย (WIN) การส่งเสริม (Promote) และการพัฒนา (Develop)
นอกจากนี้ ทีเส็บยังมีแผนงานจะเพิ่มศักยภาพและมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมไมซ์ไทย โดยมุ่งเน้นไปยัง 5 จังหวัดยุทธศาสตร์ ของประเทศ ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต และขอนแก่น ที่มีการพัฒนาสู่การเป็นเมืองไมซ์ซิตี้ ซึ่งมีความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรมและทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนแหล่งนันทนาการ เพื่อเพิ่มทางเลือกอันหลากหลายของสถานที่จัดงานประชุมและแสดงสินค้า
นายนพรัตน์ กล่าวว่า ทีเส็บจะขยายกรอบความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ในอาเซียนและคู่เจรจาทางการค้าให้เพิ่มมากขึ้นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไมซ์ที่มีความปึกแผ่นในภูมิภาค ในด้านการส่งเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ ทีเส็บ มุ่งเน้นการอบรมบุคลากรไมซ์ในภูมิภาคให้เพียบพร้อมด้วยความรู้ความสามารถรองรับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้น โดยมุ่งหวังว่าจะสามารถดึงการจัดงานขนาดใหญ่หรืองานเมกะอีเวนต์เข้ามาในประเทศไทยได้เพิ่มมากขึ้นในปีพ.ศ.2557
ในปี 2556 ประเทศไทยมีจำนวนนักเดินทางกลุ่มไมซ์จากอุตสาหกรรมการแสดงสินค้านานาชาติ เมื่อสิ้นสุดไตรมาสที่ 3 จำนวน 152,820 คน เติบโตขึ้นร้อยละ 15.68 ทำรายได้ 11,529 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.68 คาดว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมาย 172,660 คน สร้างรายได้ 14,100 ล้านบาท เมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2556
ด้านนายโจเชน วิทท์ อดีตประธาน Koeln messe และ UFI กล่าวว่า ภูมิภาคอาเซียนและอเมริกาใต้ยังคงเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพการเติบโตในธุรกิจไมซ์ เนื่องจากผู้จัดงานขนาดใหญ่ของโลกเริ่มหันออกจากยุโรปและอเมริกา เหนือซึ่งสภาวะเศรษฐกิจยังซบเซา อย่างไรก็ดีภูมิภาคทั้งสองยังต้องพัฒนาศักยภาพเพื่อรอง รับกระแสของอุตสาหกรรมไมซ์โลกที่กำลังเคลื่อนตัวมายังภูมิภาคทั้งสองอย่างต่อเนื่อง
ส่วนนายคริสโตเฟอร์ จอห์น สมิธ เลขาธิการกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ประกอบการด้านการประชุมและนิทรรศการ ประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในสหรัฐอเมริกาและยุโรปทำให้ผู้จัดงานแสดงสินค้าหันมามองภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น กลุ่มผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมไมซ์ในภูมิภาคอาเซียนจึงควรจะร่วมมือกันเพื่อเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขันในด้านต่างๆ เช่น การลดอุปสรรคในการเดินทางติดต่อกันหรือการกำหนดรูปแบบการประชุมที่สอดคล้องกัน
"การผสานความร่วมมืออย่างเป็นเอกภาพ และมีการดำเนินงานแบบเดียวกัน หากมีผู้มาจัดงานในประเทศกลุ่มอาเซียน การเดินทางจากสนามบินถึงห้องประชุมควรเป็นแบบไร้รอยต่อ ประเทศสมาชิกต้องหาบรรทัดฐานร่วมกัน และแบ่งปันข้อมูลและวิธีปฏิบัติพร้อมตั้งเป้าในการดึงดูดผู้จัดงานจากตะวันตกเพิ่มขึ้น โดยอาศัยศักยภาพของผู้ประกอบการไมซ์ในภูมิภาค มากขึ้น" นายคริสโตเฟอร์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
The Associated Press
MALEE โชว์กลยุทธ์ปี 69 ลุย 'Malee Applie...
...
ไฮเออร์ ประเทศไทย อัดงบปี 69 กว่า 1.2 พั...
...
บิ๊กซี ผนึก พันธมิตรธุรกิจ จัด แคมเปญ “ร...
...
“ส.ขอนแก่น” ทุ่มงบ 50 ล้านบาทเปิดแคมเปญใ...
...
ถอดกลยุทธ์ "ป่าล้อมเมือง" "Yes Yang" แบร...
...
บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ
×
เว็บไซต์ “สยามธุรกิจ” ใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และ นโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)
กดยอมรับ