เที่ยวออกความเร็วสูง

วันเสาร์ที่ 02 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

เที่ยวออกความเร็วสูง


โครงการรถไฟความเร็วสูงเป็นสิ่งที่หลายคนรอคอย เพราะระบบการขนส่งที่รวดเร็วทันใจย่อมสร้างโอกาสให้กับพื้นที่ที่รถไฟวิ่งผ่าน
เช่นเดียวกับภาคตะวันออกของไทย ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็เป็นเมืองที่อาศัยการเดินทางด้วยรถยนต์ รถตู้หรือรถบัส ประจำทางเป็นหลัก
ล่าสุด ทางรัฐบาลก็ได้จัดมหกรรม "สร้างอนาคตไทย 2020" เคลื่อนทัพสู่ภาคตะวันออก ณ ศูนย์ประชุมพีช จ.ชลบุรี หวังสร้างความรู้เสริมเครือข่ายคมนาคมและขนส่ง เชื่อมโยงรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ ท่าเรือ และด่านการค้าชายแดน เป็นศูนย์กลางแห่งอุตสาหกรรมการลงทุน และท่องเที่ยว ในพื้นที่ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด
มีข้อมูลที่น่าสนใจด้านระบบลอจิส ติกส์ของเมืองไทย โดยนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว. กระทรวงการคลัง กล่าวว่า การก่อสร้างระบบคมนาคมขนส่งในประเทศจะทำต่อเนื่องในระยะเวลา 7 ปีเริ่มต้นในปี 2557 นอกจากลงทุนสร้างรถไฟ และโครงข่ายถนนแล้วจะปรับปรุงด่านศุลกากร 40 แห่งทั่วประเทศด้วย ทั้งนี้ เมื่อเทียบระบบ คมนาคมในโลกประเทศไทยอยู่อันดับที่ 69 ของโลก มาเลเซียอยู่ที่อันดับ 29 สิงคโปร์อันดับที่ 2 ซึ่งเมื่อเปิดเออีซีหากไม่มีระบบคมนาคมที่เชื่อมโยงเรื่องการขนส่งสินค้าของประเทศไทยจะเสียเปรียบ
ภาพรวมด้านลอจิสติกส์ด้านขนส่งสินค้าของบ้านเรา ยังใช้ระบบถนนถึง 86% ทางระบบราง 2% ระบบเรือ 12% เมื่อคิดคำนวณตัวเลขออกมาพบว่า ระบบถนนต้องเสียค่าใช้จ่าย 1.72 บาท/กม. ระบบราง 0.93 บาท/กม. ระบบเรือ 0.64บาท/กม. ซึ่งในแต่ละปี ประเทศ ไทยต้องเสียเงินด้านพลังงานปีละ 7 แสนล้านบาท
ด้านนายสินธ์ไชย วัฒนศาสตร์สาธร นายกสมาคมธุรกิจและท่องเที่ยวเมืองพัทยา กล่าวว่า การท่องเที่ยวในเมืองพัทยาเติบโตขึ้นอย่างเนื่อง ในปี 2550 มีนักท่องเที่ยวมาเยือนพัทยา 5 ล้านคน ในปี 2553 นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็น 6 ล้านคนขึ้นและในปี 2556 มีนักท่องเที่ยวเพิ่ม เป็นเป็น 8.3 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 8-10% ประมาณการว่า ในปีหน้าจะมีนักท่องเที่ยว มาพัทยาปีละ 9 ล้านคน คาดว่าจะสร้างรายได้ให้ประเทศได้ถึง 9 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงจะช่วยเติมเต็มศักยภาพการท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ ที่จะเชื่อมต่อจากพัทยา ไป จ.ระยอง ตราด จันทบุรี เพราะแต่ละจังหวัดมีจุดเด่นทางการท่องเที่ยวที่ต่างกัน เช่น จันทบุรี นั้นมีพื้นที่ท่องเที่ยวอากาศหนาวในแบบเชียงใหม่ และเป็นแหล่งปลูกผลไม้ส่งออกที่สำคัญ โดยเฉพาะในแนวชายแดนมีเส้นทางเชื่อมต่อไป ประเทศกัมพูชา ทางเมืองไพลิน พระตะบอง และเชื่อมไปยังเมืองโฮจิมินห์ ในประเทศเวียดนาม ฯลฯ
ด้านนายวิวัฒน์ พัฒนสิน ประธานกิตติมศักดิ์ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี กล่าวเสริมว่า ทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมใน จ.ชลบุรี นับแต่นี้ไปจะต้องเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว ไม่รบกวนการท่องเที่ยว กำหนดให้ชลบุรีเป็นเมือง สมาร์ทซิตี้ แต่ตอนนี้กำลังประสบปัญหา ด้านจราจร
สำหรับโครงการสำคัญที่จะเกิดขึ้นใน 7 ปีข้างหน้าในโซนภาคตะวันออก นั้นจะมีการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงในเส้นทางภาคตะวันออกระยะทาง 206 กม. เริ่มจากสถานีมักกะสัน-สุวรรณภูมิ ระยะทาง 23 กม. (ใช้เวลาเดินทาง 14 นาที ความเร็ว 160 กม./ชม.) จากสถานี สุวรรณภูมิ-ฉะเชิงเทรา ระยะทาง 32กม. (ใช้เวลาเดินทาง 14นาที ความเร็ว 250 กม./ชม.) จากสถานีฉะเชิงเทรา-ชลบุรี ระยะทาง 46 กม. (ใช้เวลาเดินทาง 16 นาที ความเร็ว 250กม./ชม.) สถานีชลบุรี-พัทยา ระยะทาง 50 กม. (ใช้เวลาเดินทาง 16 นาที ความเร็ว 250 กม/ชม.) และจากสถานีพัทยา-ระยอง ระยะทาง 55 กม. (ใช้เวลาเดินทาง 19 นาที ความเร็ว 250 กม./ชม.)


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ