"รังแค" ท้าดวลแชมพู 1.4 หมื่นล้านป่วน

วันพุธที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2556



แฮร์แคร์หมื่นล้านสำลักน้ำ กลุ่มบิวตี้โดนซาลอนแบรนด์ฉกแชร์ ขจัดรังแคเกาะหนุ่มหล่อเร่งโต ยูนิลีเวอร์-พีแอนด์จี ฟัดเหวี่ยงฝุ่นตลบ จับตาไตรมาส 4 ดุกว่าทุกช่วง
ในปี 2555 ภาพรวมตลาดผลิตภัณฑ์ ดูแลเส้นผม (Haircare) ในประเทศไทย มีมูลค่าตลาดรวม 1.45 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นแชมพู 1 หมื่นล้านบาท และคอนดิชันเนอร์ 4.5 พันล้านบาท เป็นอัตราที่เติบโต 10-11% เนื่องจากปี 2554 ตลาดหดตัวจากเหตุการณ์น้ำท่วม
กลุ่มบริษัทผู้นำในตลาดแฮร์แคร์ในประเทศไทย ยังคงเป็น "ยูนิลีเวอร์" ซึ่งมีซันซัล เคลียร์ โดฟ และเทรซาเม่ รองลงมาคือ "พีแอนด์จี" ซึ่งมีแบรนด์ แพนทีน รีจอยส์ และเฮดแอนด์โชว์เดอร์
+ จับตาแชมพูแข่งดุโค้งสุดท้าย
ภาพรวมตลาดแชมพูในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ส.ค.2556) 7.6 พันล้านบาท เติบโต 6% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียว กันของปีที่ผ่านมา ผู้นำตลาดใน 5 อันดับแรก คือ ซันซิล 20.9% เคลียร์ 18% แพนทีน 13.6% เฮดแอนด์โชว์เดอร์ 11.4% รีจอยส์ 5.9%
ตลาดรวมแชมพูแบ่งเป็น กลุ่มดูแลเส้นผมหรือกลุ่มบิวตี้ 65% กลุ่มขจัดรังแค 35% เป็นสัดส่วนที่ปรับเปลี่ยนจาก 70:30 เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากการเติบโตของกลุ่มขจัดรังแค โดยในช่วง 8 เดือนแรก แชมพูขจัดรังแคเติบโตถึง 11% ขณะที่กลุ่ม ดูแลเส้นผมโตเพียง 5% สำหรับเฮดแอนด์โชว์เดอร์ เติบโต 14% แต่ยังคงเป็นเบอร์ 2 ของตลาดแชมพูขจัดรังแค โดยเคลียร์ถือเป็นเจ้าตลาด
ภาพรวมตลาดคอนดิชันเนอร์ (ม.ค.-ส.ค. 2556) 1.3 พันล้านบาท เติบโต 4% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ผู้นำตลาดใน 5 อันดับแรกคือ "ซันซิล" 25.8% แพนทีน 16.3% โดฟ 16% ลอรีอัล 6.7% รีจอยส์ 6.3%
+ เส้นผมหอมหน้าใหม่รุมตอม
ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมในปีนี้ยังคงแข่งขันกันอย่างคึกคัก เนื่องจากเป็นสินค้าจำเป็นสำหรับทุกครอบครัว และมีการโฆษณาทางโทรทัศน์อย่างต่อเนื่อง แต่ปีนี้ภาพการแข่งขันที่น่าสนใจอยู่ที่การเข้ามาของแบรนด์ใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม "ซาลอน แบรนด์" ที่เคยจับตลาดช่างผมมืออาชีพมาก่อน รวมทั้งแบรนด์ที่มีความแข็งแกร่งจากต่างประเทศที่ตัดสินใจเข้ามาในเมืองไทยปีนี้
บริษัท โมริโตโม (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทเป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ความงามจากประเทศญี่ปุ่นทั้งกลุ่มดูแลและจัดแต่งเส้นผมและกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมากกว่า 10 แบรนด์ในปัจจุบัน โดยเป็นแบรนด์ที่มีการจัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว 5 แบรนด์ โดยในปีนี้มีแผนการนำเข้าแบรนด์เครื่องสำอางจากญี่ปุ่นเข้ามาเสริมทัพ เริ่มจากมาสคาร่า ขนตาปลอม ฯลฯ
ปัจจัยหลักในการบุกตลาดในเมืองไทย เนื่องจากเศรษฐกิจที่กำลังเติบโต และตลาดความงามในเมืองไทยถือว่ามีขนาดใหญ่มากที่สุดในอาเซียน ขณะที่แบรนด์สินค้าจากญี่ปุ่นยังมีอีกเป็นจำนวนมากที่มีศักยภาพในการขยายตลาดสู่ประเทศไทย โดยวางตำแหน่งสินค้าทั้งกลุ่มแมส-พรีเมี่ยม โดยชูจุดเด่นสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่น แม้จะมีราคาสูงกว่าแต่มั่นใจว่าตลาด เมืองไทยพร้อม โดยตั้งเป้ายอดขายใน 3 ปีแรก 300 ล้านบาท
ไม่นานมานี้ บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด ได้เปิดตัวแบรนด์ "เทรซาเม่" (TRESemme) หลังจากทดลองตลาดมาแล้วกว่าปี วางตลาดในกลุ่มแชมพูบิวตี้ระดับบน จับกลุ่มผู้หญิง 21-29 ปี ถือเป็นการเติมพอร์ตสินค้าของยูนิลีเวอร์ จากเดิม ซึ่งมีซันซิล สำหรับตลาดแมส โดฟ สำหรับตลาดกลาง เคลียร์เป็นกลุ่มขจัดรังแคระดับกลาง-บน
+ พีแอนด์จีฟุ้งยอดพุ่งแชร์เพิ่ม
นายวรศิษย์ ตุรงค์สมบูรณ์ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ บริษัท พรอค เตอร์ แอนด์ แกมเบิล เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดแฮร์แคร์ในช่วงไตรมาสที่ 3 ยังคงคึกคัก จากแบรนด์ใหม่ที่เข้ามาในตลาด และมีการโฆษณาอย่างต่อเนื่อง แต่การชะลอตัวของตลาดมาจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะเรื่องของน้ำท่วม ที่ทำให้ผู้บริโภคลดการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่คาดว่าในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ หากไม่มีเหตุการณ์ใดๆ เข้ามากระทบกำลังซื้อ ตลาดก็จะขยับขึ้นมาในระดับเดียวกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นไตรมาสที่มีการแข่งขันสูงสุด ทุกค่ายต่างงัดกลยุทธ์การแข่งขันออกมาใช้ ส่วนพีแอนด์จียังมีแผนการบุกตลาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเปิดตัวแพนทีนสูตรใหม่ในช่วงไตรมาสสุดท้าย
ในช่วง 8 เดือนพีแอนด์จีสามารถสร้างส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นได้อีก 1.4% จาก 33.5% เป็น 34.8% เนื่องจากแบรนด์รีจอยส์และเฮดแอนด์โชว์เดอร์เติบโตดี จากการทำการตลาดรูปแบบใหม่ๆ อาทิ รีจอยส์ สนับสนุนการจัดงาน Miss Country Girl, การแบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับชาย-หญิงที่ชัดเจนของเฮดแอนด์โชว์เดอร์ เป็นต้น
+ ขจัดรังแคจับหนุ่มหล่อเร่งโต
สำหรับตลาดแชมพูขจัดรังแค ซึ่งมีสัดส่วน 35% จากตลาดแชมพู หรือประมาณ 3.5 พันล้านบาท ถือเป็นตลาดที่น่าจับตามอง เนื่องจากสภาพอากาศร้อนชื้นของเมืองไทย ฝุ่นควันและมลพิษ อันนำมาซึ่งสาเหตุของการเป็นรังแค อีกทั้งแบรนด์แชมพูขจัดรังแคยังมีการขยายรูปแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย อาทิ แบบผู้ชาย-ผู้หญิง แชมพูขจัดรังแคแบบบำรุงเส้นผม ฯลฯ ส่งผลให้มีผู้สนใจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์มากขึ้น
โดยผู้นำตลาดคือ "เคลียร์" จากยูนิ ลีเวอร์ ซึ่งมีการใช้พรีเซ็นเตอร์ "ณเดชน์ คูกิมิยะ" และในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีได้เปิดตัว "เคลียร์ แอนตี้ แฮร์ฟอล โทนิก" ผลิตภัณฑ์ดูแลและป้องกันผมร่วงโดยไม่ต้องล้างออก เจาะกลุ่มลูกค้าชายอายุ 18-30 ปี นับเป็นการท้าชนเจ้าตลาดเดิมอย่าง "เบอร์กามอท" โดยมีแผนการบุกตลาดต่อเนื่องด้วยงบ 200 ล้านบาทในช่วง 2 ปี (2556-2557) ล่าสุดได้จัดแคมเปญ ร่วมลุ้นไปเที่ยวปารีส-ลอนดอน กับ "บอย-ปกรณ์" พรีเซ็นเตอร์อีกคนของเคลียร์ด้วย ส่วนแบรนด์เฮดแอนด์โชว์เดอร์ ซึ่งมีการเติบโตต่อเนื่อง 4-5 ปี เนื่องจากการปรับการสื่อสารและวางตำแหน่งสินค้าที่แยกระหว่างชายหญิงได้ชัดเจน โดยมีแบรนด์ แอมบาสเดอร์ "สมาร์ท-กฤษฎา พรเวโรจน์" และ "คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมสิริ" ล่าสุดได้เปิดตัวเฮดแอนด์โชว์เดอร์ แอปเปิ้ล เฟรช พร้อมด้วยแคมเปญ "มั่นใจกอดกันใกล้ขึ้น" พร้อม 2 แบรนด์แอมบาสเดอร์คนเดิม และกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ร่วมสนุกชิงตั๋วชมภาพยนตร์จำนวนรวมกว่า 2,500 ที่นั่ง
+ ซาลอนแบรนด์ดึงลูกค้าอยากลอง
นายวรศิษย์ กล่าวว่า สภาพการแข่งขันของตลาดแฮร์แคร์ในประเทศไทย ยังมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม "ซาลอน แบรนด์" ซึ่ง 8 เดือนแรกของปีนี้มีเข้ามา 3-4 แบรนด์ ทั้งจากญี่ปุ่น เกาหลี หรือยุโรป ส่งผลให้ผู้บริโภคเกิดความสนใจและทดลอง ซึ่งสร้างผลกระทบต่อแชมพูกลุ่มดูแลเส้นผม แต่ไม่กระทบกับกลุ่มขจัดรังแค จึงเป็นอีกเหตุผล ที่ทำให้กลุ่มนี้มีอัตราการเติบโตไม่มากนัก หลังจากนี้ยังคงต้องจับตาดูต่อไปว่า หลังจากการสร้างความสนใจและทำให้ผู้บริโภค เริ่มทดลองใช้แล้ว ซาลอนแบรนด์จะสร้างความภักดีต่อแบรนด์ได้หรือไม่
สิ่งที่น่าสนใจอีกด้านหนึ่งของตลาดแชมพู คือ ความหลากหลายของขนาดผลิตภัณฑ์ แม้ว่ากำลังซื้อของลูกค้าจะลดลง หรือมีเหตุการณ์น้ำท่วมเข้ามากระทบ แต่ลูกค้ายังนิยมซื้อผลิตภัณฑ์ขนาดกลาง-ใหญ่ โดยไซส์ที่นิยมมากที่สุดคือ 300-399 มล. ซึ่งมีสัดส่วนถึง 20.3% จากตลาดรวม ขนาด 100-199 มล. 18.4% ขนาด 400-499 มล. 13.1% ถือเป็นขนาดที่เติบโตมาก จากสัดส่วนเพียง 6.1% ในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากการที่หลายแบรนด์ลดไซส์จาก 500 มล.ขึ้นไป มาอยู่ที่ 400-499 มล. เพื่อสร้างแรงจูงใจด้านราคา โดยจะแตกต่างกันประมาณ 20 บาท และเนื่องมาจาก ขนาดของครอบครัวรุ่นใหม่ที่เล็กลง หรือการมีห้องน้ำในบ้านมากกว่า 1 ห้องทำให้ไซส์ขนาดกลางเติบโตมาก
ทั้งนี้เฮดแอนด์โชว์เดอร์ยังตั้งเป้าหมายการเติบโตต่อเนื่อง โดยมีสัดส่วนยอดขายเป็นอันดับ 2 ของกลุ่มแฮร์แคร์ในเครือพีแอนด์จีประเทศไทย โดยแบรนด์หลักคือ แพนทีน สร้างรายได้ 50% ขณะที่เฮดแอนด์โชว์เดอร์จะมีสัดส่วน 25-30% ในปีนี้


บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ