“เจดีอี ทีเอช” อัด 500 ลบ. ดัน ‘ซุปเปอร์กาแฟ’ นำทัพชิงแชร์ตลาดกาแฟสำเร็จรูปในไทย

วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2563

“เจดีอี ทีเอช” อัด 500 ลบ. ดัน ‘ซุปเปอร์กาแฟ’ นำทัพชิงแชร์ตลาดกาแฟสำเร็จรูปในไทย


พิศาล ธาราพัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยาคอบส์ ดาวเออร์ เอ็กเบิร์กส์ ทีเอช จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันกาแฟยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวไทยมากขึ้นพิจารณาจากอัตราการบริโภคกาแฟของคนไทยเฉลี่ย 300 แก้วต่อคนต่อปี เมื่อเทียบกับประเทศในแถบยุโรปเฉลี่ย 600 แก้วต่อคนต่อปี ญี่ปุ่น 400 แก้วต่อคนต่อปีหรือฟินแลนด์ที่มีการบริโภคกาแฟเฉลี่ย 1,000 แก้วต่อคนต่อปีจากความแตกต่างดังกล่าวทำให้บริษัทมองเห็นโอกาสในการสร้างการเติบโตให้แก่ธุรกิจกาแฟของบริษัทมากขึ้น

จากข้อมูลปี 2562 ภาพรวมตลาดกาแฟสำเร็จรูปในประเทศไทยมีมูลค่าตลาดประมาณ 21,272 ล้านบาท เติบโต 1.5% จากปีก่อนโดยผลิตภัณฑ์กาแฟปรุงสำเร็จ 3 อิน 1 (3-in-1) ครองสัดส่วนตลาดมากถึง 76% ทั้งนี้บริษัทมีส่วนแบ่งทางการตลาดจากแบรนด์มอคโคน่าและแบรนด์ซุปเปอร์กาแฟอยู่ที่ 21%

ทั้งนี้ บริษัทกำหนดวิสัยทัศน์ปี 2563-2564 ผลักดันผลิตภัณฑ์กาแฟทุกแบรนด์ของเจดีอี ทีเอช ได้แก่ แบรนด์มอคโคน่า (Moccona), ซุปเปอร์กาแฟ (Super Coffee), เอสเซนโซ่ (Essenso) และ ลอร์ (L’OR) เพื่อตอบสนองความต้องการและเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างทั้งกลุ่มคนเมืองและต่างจังหวัดให้มากขึ้นภายใต้กลยุทธ์ที่จะนำมาขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ประกอบด้วยการปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอสินค้าให้มีความแข็งแรงและมีความหลากหลายตอบสนองผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขวางมากขึ้น หลังจาก 3 ปีที่ผ่านมาบริษัทได้ดำเนินการควบรวมกิจการกับ SUPER GROUP LTD ประเทศสิงคโปร์ส่งผลให้บริษัท ยาคอบส์ ดาวเออร์ เอ็กเบิร์กส์ ทีเอช จำกัดหรือ “เจดีอี ทีเอช” กลายเป็นผู้จัดจำหน่ายแบรนด์ซุปเปอร์กาแฟอย่างเป็นทางการผู้เดียวในประเทศไทย

ด้านปนัดดา ตุงคสวัสดิ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ยาคอบส์ ดาวเออร์ เอ็กเบิร์กส์ ทีเอช จำกัด กล่าวต่อว่า สำหรับปีที่ผ่านมาแบรนด์ซุปเปอร์กาแฟและเครื่องดื่มธัญญาหารซีเรียลตราซุปเปอร์สามารถสร้างยอดขายได้มากกว่า 400 ล้านแก้ว ส่วนการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายครอบคลุมกลุ่มผู้บริโภคคนเมืองและต่างจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญคือภาคใต้ที่แบรนด์ซุปเปอร์กาแฟมียอดขายเป็นอันดับหนึ่งมาเป็นระยะเวลาหลายปีติดต่อกันโดยการทำตลาดในครั้งนี้บริษัทต้องการขยายพื้นที่ไปยังภูมิภาคอื่น ๆ เพื่อสร้างฐานตลาดให้แข็งแรงมากขึ้น

อย่างไรก็ตามปี 2563 บริษัทฯมุ่งทำตลาดผลิตภัณฑ์ทุกแบรนด์เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องจึงเตรียมงบประมาณกว่า 500 ล้านบาทเพื่อสื่อสารการตลาดผ่านสื่อแบบครบวงจร 360 องศา ทั้งสื่อออนไลน์และสื่อออฟไลน์ให้เข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมายพร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่ผู้บริโภคในการบริโภคกาแฟสำเร็จรูป ทั้งแบรนด์ซุปเปอร์กาแฟประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ซุปเปอร์กาแฟปรุงสำเร็จรูป 3อิน1,ผลิตภัณฑ์ซุปเปอร์กาแฟพร้อมดื่มและเครื่องดื่มธัญญาหารซีเรียลตราซุปเปอร์ เพื่อให้ก้าวขึ้นเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจผู้บริโภค

ล่าสุด “แบรนด์ซุปเปอร์กาแฟได้ส่งแคมเปญ “ซุปเปอร์กาแฟ เคียงคู่สู้กับคุณทุกวัน” สื่อสารกับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายเพื่อสะท้อนคาแร็กเตอร์แบรนด์ให้เป็นเสมือนพลังขับเคลื่อนจากภายในที่ช่วยให้นักสู้ชีวิตทุกคนในการเอาชนะวันที่ยากลำบากไปได้อย่างราบรื่นในทุกๆวันพร้อมดึงพระเอกหนุ่ม “เวียร์” ศุกลวัฒน์ คณารศมาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์

“ในช่วงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระบาด ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปมีการบริโภคกาแฟในบ้านมากขึ้นด้วยวิถีชีวิตแบบ New Normal จึงถือเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดกาแฟสำเร็จรูปที่สามารถเติบโตได้ดีและเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเจดีอี ทีเอช ในการเจาะกลุ่มผู้บริโภคใหม่ๆโดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพจากแหล่งวัตถุดิบที่ดีและนวัตกรรมการผลิตที่ทันสมัย”



บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ