ระวัง.....ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง/เกณฑ์พิจารณา-ประเมินราคา

วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ระวัง.....ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง/เกณฑ์พิจารณา-ประเมินราคา


ศ.(พิเศษ)พิภพ วีระพงษ์ พาร์ตเนอร์ บริษัท ลอว์อัลลายแอนซ์ จำกัด ปรางค์ทิพย์ อนันตวิภาต และดร. ธีระวุฒิ เต็มสิริวัฒนกุล) ร่วมกันให้ความเห็นต่อหลักเกณฑ์ในการพิจารณาลักษณะการทำประโยชน์และการประเมินราคาให้ท่านทราบก่อนที่จะเสียภาษี

โดยระบุว่า ประชาชนเจ้าของที่ดินมีสิทธิที่จะคัดค้านการประเมินภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ท่านได้รับหนังสือ ภดส. 6 โดยสามารถพิจารณาจากลักษณะการทำประโยชน์และการประเมินราคาให้ท่านทราบก่อนที่จะเสียภาษี ดังนี้

  1. การพิจารณาลักษณะการทำประโยชน์ และอัตราภาษี
  • การประกอบเกษตรกรรม  กำหนดให้นำนิยามคำว่า “ประกอบการเกษตร” ในระเบียบคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรว่าด้วยการขึ้นทะเบียนเกษตรกร พ.ศ. 2560 มาใช้กับการพิจารณาลักษณะการทำประโยชน์ของที่ดินฯ กล่าวโดยสรุปให้เข้าใจง่าย ก็คือ ท่านต้องใช้ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อการปลูกพืช การเลี้ยงปศุสัตว์ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (ไม่รวมถึงการทำประมง)  ทำนาเกลือสมุทร การปลูกหม่อน การเลี้ยงไหม (ไม่รวมทอผ้า) เพาะเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจ และเกษตรอื่นๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการบริโภค จำหน่าย หรือใช้งานในฟาร์ม ตามมาตรฐานขนาดพื้นที่ และจำนวนพืชหรือสัตว์ที่กำหนด โดยต้องไปศึกษารายละเอียดตามแต่ประเภทของการประกอบการเกษตรในกฎหมายลูก เช่น ปลูกกล้วย ต้องปลูกอย่างน้อย 1 ไร่ๆ ละไม่น้อยกว่า 200 ต้น, ปลูกกระท้อน ขนุน มะปราง มะขาม นุ่น ต้องปลูกอย่างน้อย 1 ไร่ๆ ละไม่น้อยกว่า 25 ต้น, ปลูกละมุด ลางสาด ลองกอง ส้ม สาลี่ มะม่วงหิมพาน บ้วย ท้อ ชมพู่ ต้องปลูกอย่างน้อย 1 ไร่ๆ ละอย่างน้อย 45 ต้น ส่วนการเลี้ยงสัตว์ เช่น  วัว ควาย 1 ตัว/ 5 ไร่ แพะ แกะ  1 ตัว/ไร่ เป็นต้น   ดังนั้น  พึงระวังว่า แม้ว่าที่ดินของท่านจะทำการเกษตรตามที่ท่านเคยทำมาเป็นปกติ แต่ตามกฎหมายภาษีที่ดินฯ  จะไม่ถือว่าเป็นการประกอบการเกษตรหากไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามกฎหมาย แต่จะถือว่าเป็นที่ดินที่ไม่ได้ทำประโยชน์ตามสมควรแก่สภาพซึ่งจะเสียภาษีอัตราที่สูงขึ้น
  • ใช้อัตราก้าวหน้าตามมูลค่าที่ดินฯ  เริ่มต้น 0.01% - ถึง 0.1%  โดยยกเว้นภาษีให้สำหรับเจ้าของที่ดินฯ ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาแปลงเดียวหรือหลายแปลงรวมกันในเขต อปท. เดียวกัน ในส่วนที่ไม่เกิน 50 ล้านบาท  โดยส่วนที่เกินจะต้องเสียภาษีตามปกติ
  • ที่อยู่อาศัย  คือ การใช้ประโยชน์ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการอยู่อาศัย รวมถึงที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างต่อเนื่อง และที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างก่อสร้างด้วย

       อัตราภาษีใช้อัตราก้าวหน้าตามมูลค่าที่ดินฯ  เริ่มต้น 0.02% ถึง 0.1%  โดยยกเว้นภาษีให้สำหรับเจ้าของบ้านและที่ดินบุคคลธรรมดาที่มีชื่อในทะเบียนบ้านในส่วนที่ไม่เกิน 50 ล้านบาท และเจ้าของบ้านบุคคลธรรมดา (แต่ไม่ใช่เจ้าของที่ดิน) ที่มีชื่อในทะเบียนบ้านนั้นในส่วนที่ไม่เกิน 10 ล้านบาท  โดยส่วนที่เกินจะต้องเสียภาษีตามปกติ

  • ไม่ได้ทำประโยชน์ตามสมควรแก่สภาพ คือ ที่ดินประกอบเกษตรกรรมที่มีการทำประโยชน์ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ “การประกอบเกษตรกรรม”  ที่ได้อธิบายไว้ข้างต้น หรือสิ่งปลูกสร้างที่สร้างสำเร็จแล้วโดยสภาพสามารถนำไป “ประกอบเกษตรกรรม” หรือเป็น “ที่อยู่อาศัย” หรือนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ แต่ไม่มีการใช้ประโยชน์ตลอดปีที่ผ่านมา
  • ทิ้งไว้ว่างเปล่า คือ  ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ถูกทิ้งร้าง หรือไม่มีการทำประโยชน์ตลอดปีที่ผ่านมา
  •       สำหรับที่ดินฯ ที่ไม่ได้ทำประโยชน์ตามสมควรแก่สภาพ และทิ้งไว้ว่างเปล่า  เริ่มต้น 0.3% ถึง 0.7% และจะเพิ่มขึ้นอีก 0.3% ทุกๆ 3 ปี
  • ใช้ประโยชน์อย่างอื่น เป็นการใช้ประโยชน์อย่างอื่นๆ  เช่น การค้า พาณิชย์ การให้บริการ ฯลฯ
  • อัตราภาษีที่ดินฯ ใช้ประโยชน์อย่างอื่น จะเหมือนกันกับที่ดินฯ ทิ้งไว้ว่างเปล่าและที่ดินฯ ไม่ได้ทำประโยชน์ตามสมควรแก่สภาพ เพียงแต่ไม่มีการเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3% ทุกๆ 3 ปี
  1. การใช้ประโยชน์หลายประเภทในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแปลงเดียวกัน โดยหลักจะต้องวัดขนาดหรือคำนวณหาพื้นที่ตามแต่ละลักษณะการทำประโยชน์ที่แท้จริง แล้วนำมาคำนวณภาษีตามสัดส่วนและอัตราภาษีตามลักษณะการทำประโยชน์นั้นๆ  เช่น
  • ที่ดิน ที่ใช้ประโยชน์หลายประเภทในแปลงเดียวกัน กฎหมายกำหนดให้วัดขนาดพื้นที่ใช้สอยตามลักษณะการใช้ประโยชน์ที่แท้จริง แล้วคำนวณเสียภาษีตามอัตราภาษีและตามลักษณะของการใช้ประโยชน์นั้นๆ
  • สำหรับสิ่งปลูกสร้าง ที่ใช้ประโยชน์หลายประเภท เช่น ใช้เป็นที่อยู่อาศัย และใช้เป็นอาคารสำนักงานในหลังเดียวกัน เป็นต้น  ให้วัดขนาดแยกตามลักษณะการทำประโยชน์ นำมาคำนวณหาสัดส่วนของพื้นที่ใช้สอยแต่ละประเภทต่อพื้นที่ใช้สอยรวม เพื่อคำนวณหาสัดส่วนราคาประเมินทุนทรัพย์แยกตามลักษณะการทำประโยชน์ จากนั้นนำไปคูณอัตราภาษีของแต่ละประเภทการใช้ประโยชน์
  • ฯลฯ
  1. การประเมินราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง  โดยหลัก หากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรายการใดมีราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามที่กรมธนารักษ์ได้จัดทำไว้ โดยท่านสามารถตรวจสอบราคาประเมินทุนทรัพย์ฯ ได้จาก http://property.treasury.go.th/pvmwebsite/  เจ้าพนักงานประเมินจะใช้ราคานั้นเป็นหลัก แต่ถ้าไม่พบราคาประเมินทุนทรัพย์ฯ  เจ้าพนักงานประเมินจะใช้หลักเกณฑ์ ดังเช่น 
  • ที่ดินมีโฉนด หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ น.ส.3 ก. เจ้าพนักงานจะใช้เทียบเคียงราคาประเมินทุนทรัพย์ที่กรมธนารักษ์จัดทำ กับแปลงที่ดินใกล้เคียงหรือมีสภาพคล้ายกัน และมีระยะความลึกของแปลงที่ดินใกล้เคียงกันในการประเมิน
  • ที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์อย่างอื่น หรือไม่มีเอกสารสิทธิ์เลย เจ้าพนักงานจะใช้ราคาที่ดินตามบัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ของที่รายเขตปกครองที่กรมธนารักษ์จัดส่งให้  ซึ่งกรณีนี้จะเป็นการประเมินไว้แบบไม่เฉพาะเจาะจง โดยจะระบุเป็นอัตรามูลค่าในแต่ละเขตพื้นที่
  • ที่ดินที่มีบ่อลึกเกิน 3 เมตร บ่อน้ำบาดาล เหมืองแร่ ฯลฯ เจ้าพนักงานจะคำนวณราคาเพียง 25% ของราคาประเมินทุนทรัพย์ 
  •  ที่ดินที่มีแนวเขตเดินสายไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่าน  เจ้าพนักงานจะต้องคำนวณราคาเพียง 30% ของราคาประเมินทุนทรัพย์  เนื่องจากราคาที่ดินจะด้อยค่าลงไป
  • สำหรับสิ่งปลูกสร้าง เจ้าพนักงานประเมินจะใช้ราคาสิ่งปลูกสร้างตามบัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ของสิ่งปลูกสร้างที่กรมธนารักษ์จัดส่งให้ แต่หากไม่มีราคาประเมินทุนทรัพย์ฯ เจ้าพนักงานประเมินจะใช้วิธีเทียบเคียง   โดยทั่วไปการคำนวณราคาประเมินสิ่งปลูกสร้างจะใช้พื้นที่ใช้สอยในอาคารเป็นตารางเมตร คูณด้วยราคาประเมินต่อตารางเมตร
  • สำหรับห้องชุดในอาคารชุด เจ้าพนักงานประเมินจะใช้บัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ของห้องชุดเป็นฐานในการคำนวณ
  • ฯลฯ 

ในปีแรกนี้ที่เริ่มมีการจัดเก็บภาษี มีเจ้าของบ้านและที่ดินหลายรายได้รับหนังสือแจ้งการประเมินและไม่ได้คัดค้านว่าตนมีสิทธิยกเว้นในเรื่องการอยู่อาศัย เพราะไม่ได้สนใจข้อยกเว้นตามกฎหมาย หรือเห็นว่าการคัดค้านเป็นภาระและยุ่งยาก  ผู้เขียนจึงอยากนำประสบการณ์มาเล่าว่าการคัดค้านผ่านระบบออนไลน์ (เฉพาะในเขตกรุงเทพฯ) ง่ายและสะดวกมาก ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที ดังนั้น บทเรียนในเรื่องนี้คือ ภาษีเป็นหน้าที่ของท่านที่จะต้องเสียตามกฎหมาย แต่ท่านควรตรวจสอบสิทธิในการยกเว้นภาษีและคัดค้านการประเมินตามสิทธิของท่าน ก่อนที่ท่านจะเสียสิทธิโดยใช่เหตุ

 

 




บริษัท สยามธุรกิจ แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด เลขที่​ 423 ถนนบอนด์สตรีท​ ต.บางพูด​ อ.ปากเกร็ด​ จ. นนทบุรี​ 11120
โทรศัพท์ 02-0377423 , 02-0477243 ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ