ทีมเศรษฐกิจ รับนิวนอร์มัล “โจทย์ยาก”…ปรับครม.บิ๊กตู่..!

วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

ทีมเศรษฐกิจ รับนิวนอร์มัล “โจทย์ยาก”…ปรับครม.บิ๊กตู่..!


หลังจากเดินเกมให้ 18 กรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยื่นใบลาออกได้สำเร็จ เท่ากับว่า “ลุงป้อม” พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานยุทธศาสตร์พรรค พปชร.ยึดพรรค พปชร.จาก “4กุมาร” เบ็ดเสร็จเด็ดขาด

โดยเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน แกนนำพรรค พปชร.คนสำคัญ อาทิ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายสันติ พร้อมพัฒน์ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นายอนุชา นาคาศัย นายสุขาติ ชมกลิ่น นายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นต้น ได้รวมตัวกันเข้าเทียบเชิญ พล.อ.ประวิตร ให้ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย พล.อ.ประวิตร ได้ตอบรับเป็นที่เรียบร้อย พร้อมกับกำชับกับแกนนำพรรค พปชร. โดยขอให้รักสามัคคี ทำงานให้ดี ห้ามแตกแยก และให้เป็นหนึ่งเดียว

ขณะที่ “กลุ่ม 4 กุมาร” เป็น “ขั้วอำนาจเก่า” ที่กำลังจะหมดอำนาจลง นำโดย “อุตตม สาวนายน” อดีตหัวหน้าพรรค และรมว.กระทรวงการคลัง “สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” อดีตเลขาธิการพรรค และรมว.กระทรวงพลังงาน “สุวิทย์ เมษินทรีย์” รมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม “กอบศักดิ์ ภูตระกูล” รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่มี “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกฯ  เป็นแบ็กอัพ ซึ่งถูกตั้งนิกเนมอีกชื่อว่า “กลุ่มคนดี” ที่กำลังจะหมดอำนาจในพรรค พปชร.

แม้จะดูเหมือนว่า “กลุ่มสี่กุมาร” จะจนแต้มต้องพ้นจากตำแหน่งลงโดยอัตโนมัติ แต่จริงๆ แล้ว ยังถือไพ่เด็ดอยู่ในมือนั่นคือการกำหนดสัดส่วนการลงคะแนนเลือกกรรมการบริหารพรรค แต่  “กลุ่มสี่กุมาร” ตัดสินใจไม่ยอมเปิดศึกกับลุงป้อม แต่ขอ “ถอย” เพียงก้าวเดียว โดย “พบกันครึ่งทาง” เป้าหมายก็เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเก้าอี้รัฐมนตรี คือ สละตำแหน่งในพรรค พปชร. แลกกับตำแหน่ง "รัฐมนตรี" ของ "อุตตม-สนธิรัตน์-สุวิทย์" ที่ต้องอยู่กันครบ ส่วนจะสลับสับเปลี่ยนที่นั่งเก่าหรือใหม่ ให้อยู่ในดุลพินิจของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ชี้ขาด

“อ.สุขุม นวลสกุล” นักวิชาการรัฐศาสตร์ ให้ความเห็นถึงการปรับโครงสร้างครั้งสำคัญของ พปชร.ว่า การปรับเปลี่ยนหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐมีเป้าประสงค์เพียงจะแสดงให้เห็นว่าการปรับ ครม.ครั้งต่อไป จะต้องทำให้นักการเมืองในพรรคมีความพอใจ เพราะเดิมกลุ่มที่เคลื่อนไหวไม่สามารถต่อสายคุยโดยตรงกับ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ และเชื่อว่า พล.อ.ประวิตร น่าจะนำความเห็นหรือสิ่งที่ต้องการไปเจรจาให้ประสบความสำเร็จได้ หรือทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ยอมรับว่าพรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มากกว่าการมองว่าพรรคนี้เข้ามาอาศัยบุญบารมีทางการเมืองจากท่าน

ส่วนกรณี พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่าการปรับ ครม.เป็นการตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียวนั้น ในทางการเมืองใครเป็นนายกรัฐมนตรีก็ต้องพูดแบบนี้ แต่การทำงานในระบบก็ต้องฟังความเห็นรอบด้าน และคราวนี้ต้องดูว่าอำนาจต่อรองของนายกรัฐมนตรีมีมากแค่ไหน หลังจาก 3 ป.ถูกมองว่าเป็นระดับ 3 ทหารเสือ กลับกลายเป็นว่าวันนี้ พล.อ.ประวิตร พลิกบทบาทเป็นผู้บุกเบิกมาเป็นนักการเมืองเต็มตัว ทั้งที่ไม่ได้เป็น ส.ส.อย่างที่ไม่เคยมีใครกล้าทำมาก่อน และคนภายนอกอาจจะมองว่าเป็นการลดชั้น แต่ พล.อ.ประวิตร อาจจะมีเหตุผลอื่นที่บอกไม่ได้ แต่การทำหน้าที่หัวหน้าพรรคหลังโดนทาบทาม ต้องผ่านความเห็นหรือมีไฟเขียวจาก พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.อนุพงษ์ แล้ว

หลังจาก พล.อ.ประวิตร มาทำหน้าที่หัวหน้า หากพรรคยังไม่สงบ ทั้งที่ให้บางสิ่งที่ต้องการไปแล้ว ก็ไม่มีหนทางอื่น เพราะ 3 ป.เชื่อว่านักการเมืองหลายกลุ่มในพรรคก็คงไม่มีใครต้องการปลีกตัวออกไป เนื่องจากเชื่อว่านักการเมืองทุกคนต้องการทำหน้าที่ในสายปฏิบัติการในฐานะพรรครัฐบาล ไม่มีใครอยากเป็นพรรคฝ่ายค้าน แต่สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือการมาของ พล.อ.ประวิตร จะส่งผลกระทบกับบรรดา 4 กุมาร จะต้องดูว่าในอนาคตจะถูกตัดบัวไม่เหลือเยื่อใยหรือไม่ หรือว่าอาจตัดสินใจจะดึงบางคนไว้ทำงาน

ขณะที่การกำหนดทิศทางหรือนโยบายในการทำงานด้านเศรษฐกิจจะมีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาไม่มีใครเหมาะสมกับทุกสถานการณ์หรือปัญหาที่รอให้แก้ไขทั้งระยะสั้น ระยะยาว แต่คนมีอำนาจต้องเลือกใช้คนให้ถูกกับงาน เหมาะกับสถานการณ์เฉพาะหน้า ไม่ทราบว่าการปรับ ครม.ที่จะเกิดขึ้นมองจุดนี้หรือไม่ ที่น่าสนใจที่สุดต้องดูว่านายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เชื่อมโยงกับกลุ่มธุรกิจได้ ยังมีโอกาสทำงานต่อไปหรือไม่ หรือจะใช้บริการเทคโนแครต

ขณะที่ “อ.วีระ เลิศสมพร” คณะรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.พะเยา ให้ความเห็นถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมากล่าวถึงการทำงานแบบ “นิว นอร์มัล” นั้น หากมองในมุมแรกคือท่านใช้คำที่สอดคล้องกับยุคสมัย พยายามสื่อสารกับคนในสังคมว่ารัฐบาลพร้อมและมีการวางแผนว่าจะปรับเปลี่ยนการทำงาน โครงสร้างต่างๆ ให้เกิดในยุคใหม่ หรือนิว นอร์มัล แต่จะนิว นอร์มัลอย่างไร ก็ต้องดูในรายละเอียดอีกครั้ง ขณะนี้ยังไม่ชัดเจน

ประการต่อมา ถามว่าจะเป็นวาทกรรมสวยหรูหรือไม่ ก็สามารถมองได้ในแง่ที่ว่าประชาชนควรติดตามให้คะแนน หรือทำการประเมินว่าสิ่งที่ท่านพูดวันนี้นั้น ในวันพรุ่งนี้ หรือต่อๆ ไปจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ หากในอนาคตได้ประเมินแล้วว่าไม่เป็นไปอย่างที่กล่าวไว้ ก็แสดงว่าเป็นเพียงวาทกรรมสวยหรูเท่านั้นเอง

นั่นคือความเห็นของนักวิชาการ แต่ทั้งหลายทั้งปวงนั้น เงื่อนไขขึ้นอยู่กับ “พล.อ.ประยุทธ์” ในฐานะผู้นำรัฐนาวา ว่าจะปรับปรุงคณะรัฐมนตรีหรือไม่ หรืออยากสกัดยับยั้งให้ “สี่กุมาร” อยู่ในตำแหน่งเสนาบดีกันต่อ โดยแยกแบ่งเขต แยกส่วนระหว่าง “พรรค” กับ “งานบริหาร” ออกจากกัน แต่ถึงขั้นนี้แล้ว เชื่อว่า “บิ๊กตู่” จะหลีกเลี่ยงลำบาก อย่างดีทำได้แค่ตีกรรเชียง “ซื้อเวลา” เท่านั้น แต่จะลากยาวได้ยาก

ปัญหามันอยู่ที่ว่า “บุคคล” ที่จะมาสืบสานในตำแหน่งรัฐมนตรีทีมต่อไป มีชื่อเสียงเรียงนามใด สู้ “ขาเก่า” ได้หรือไม่ นี่คือปัจจัยสำคัญ ว่ากันว่า “พล.อ.ประยุทธ์” ขอจัดทีมเอง โดยต่อสายถึง “แคนดิเดต” ด้วยตัวเอง เพื่อส่งเทียบเชิญร่วมรัฐบาล โดยหวังให้ “ทีมเศรษฐกิจชุดใหม่” เข้ามากอบกู้วิกฤติเศรษฐกิจหลังสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย

มีการทาบทาม “ปรีดี ดาวฉาย” กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย และประธานสมาคมธนาคารไทย ให้เข้ามาดูเอสเอ็มอี นอกจากนี้ ยังมีเทียบเชิญไปยัง “ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล” อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย มือด้านการเงินของประเทศ เข้าช่วยงาน “รัฐบาลบิ๊กตู่” อีกครั้ง เพราะตั้งแต่ยุค คสช.ที่ประสานนั่งอยู่ในบอร์ดบริหารหลายชุด ผลงานถูกใจ-โดนใจ พล.อ.ประยุทธ์ จึงอยากให้เข้ามาช่วยงานหน้าฉาก

แต่ความหวังในการปรับครม.รอบนี้ ของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ต้องเจอโจทย์ยากเมื่อ "ปรีดี-ประสาน" ไม่ตอบรับทาบทาม ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร ต้องเฟ้นหา ทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ ให้ได้ เพราะไม่เช่นนั้น ก็คงจำเป็นต้องใช้บริการทีม "สมคิด-4กุมาร" ต่อ

การปรับครม.เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพรัฐบาล เป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่นายกฯ เองก็ตระหนักในเรื่องนี้ แต่ปัญหาคือคนดีมีความสามารถ ที่หวังให้เป็น ทีมเศรษฐกิจ นิวนอร์มัล ต่างขยาดกับเกมการเมืองในรัฐบาล

จึงเป็นโจทย์ยากสำหรับนายกฯ บิ๊กตู่...จะแก้สมการนี้ได้อย่างไร




บริษัท สยามธุรกิจ พับลิชชิ่ง จำกัด เลขที่​ 423 ถนนบอนด์สตรีท​ ต.บางพูด​ อ.ปากเกร็ด​ จ. นนทบุรี​ 11120
โทรศัพท์ 02-0377423 , 02-0477243 ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ