“สหพัฒน์” เผย พิษโควิด-19 คนไทยยังทรุดแม้ปลดล็อคกำลังซื้อน่าห่วง ปรับ ‘สหกรุ๊ปแฟร์’ สู่ออนไลน์รับ New Normal

วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2563

“สหพัฒน์” เผย พิษโควิด-19 คนไทยยังทรุดแม้ปลดล็อคกำลังซื้อน่าห่วง ปรับ ‘สหกรุ๊ปแฟร์’ สู่ออนไลน์รับ New Normal


นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าว สำหรับภาพรวมกำลังซื้อของคนไทยนั้นเรามองว่ามีอัตราการเติบโตที่ดรอปลงตั้งแต่ปีที่ผ่านมาแล้วก่อนที่จะมีเหตุการณ์ไวรัสระบาดและมีการล็อคดาวน์ประเทศเสียอีกเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจโลกและไทยเองที่ชะลอตัวมาอย่างต่อเนื่องจวบจนมาเจอสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาดอีกในช่วงต้นปีที่ผ่านมาจบจนขณะนี้ซึ่งแม้ว่าหลังจากทางภาครัฐมีมาตราการคลายล็อคดาวน์แล้วนั้นทางเรายังไม่สามารถบอกได้ชี้ชัดว่าจะไปในทิศทางใหนเนื่องจากตอนนี้เราต้องมีการวิเคราะห์สถานการณ์เป็นวันต่อวันแต่แม้ว่าขณะนี้สถานการณ์จะเริ่มผ่อนคลายแล้วแต่มองว่าประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ก็ยังมีการระมัดระวังตัวเองอยู่ซึ่งคาดว่าอาจจะส่งผลในส่วนของเศรษฐกิจภาพรวมคงไม่สามารถฟื้นตัวได้เร็วมากนักอาจจะฟื้นในส่วนของสินค้าที่จำเป็นมากกว่า อาทิ ยา กับ อาหาร เป็นต้น

เนื่องจากในช่วงล็อคดาวน์ที่ผ่านมาประชาชนผู้บริโภคจำนวนมากก็ได้ประสบปัญหา อย่างเช่น การถูกลดเงินเดือน การถูกเลิกจ้าง อีกทั้งค่าเงินบาทที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนักถึงแม้ว่าขณะนี้จะมีการคลายล็อกดาวน์จากภาครัฐบ้างแล้วแต่ว่าเป็นการคลายล็อกดาวน์ให้กับภาคธุรกิจได้กลับมาดำเนินการตามปกติแต่ในอีกมุมสภาวะความเป็นอยู่ของประชาชนและกำลังซื้อของผู้บริโภคแต่ละคนก็อาจจะยังไม่ได้กลับมาปกติหรือดีขึ้นรวมไปถึงวิถีชีวิตใหม่หรือนิวนอร์มัลก็มีส่วนทำให้การจับจ่ายเปลี่ยนไปด้วยเช่นกันทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้าอีกด้วย

สำหรับในส่วนของทางบริษัทเราเองรายได้ครึ่งปีแรกก็ตกลงซึ่งเราได้แบ่งออกเป็น 3 ช่วงในการเตรียมรับมือกับช่วงไวรัสระบาดที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงแรกๆได้แก่ ก่อนล็อคดาวน์ ช่วงล็อคดาวน์และหลังล็อคดาวน์โดยแน่นอนในช่วงก่อนล็อคดาวน์ผู้บริโภคก็มีความวิตกกังวลและได้มีการกักตุนสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นไว้ อย่าง ข้าวสาร อาหารแห้ง มาม่า เป็นต้น ซึ่งทางเราเองก็มีรายได้เติบโตขึ้นช่วงนี้ประมาณหนึ่ง แต่พอช่วงล็อคดาวน์แล้วนั้นสินค้าในกลุ่มประเภทกลุ่มแฟชั่นที่เป็นของไม่จำเป็นก็ยอดตกลงลงไปถึง 80-90% เลยทีเดียวแต่บริษัทก็มองว่าภายหลังจากการปลดล็อคประเทศหมดแล้วสถานการณ์เริ่มกลับมาผ่อนคลายมากขึ้นประกอบกับทั้งทางภาครัฐได้มีมาตราการหลายอย่างออกมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นเรื่องการท่องเที่ยว ภาษี เป็นต้น ประกอบกับทางบริษัทเราเองก็ต้องมีการปรับตัวปรับแนวทางธุรกิจให้เข้ากับสถานการณ์ครั้งนี้ด้วยโดยไม่ได้หวังพึ่งพามาตรการรัฐเพียงอย่างเดียวคาดว่ายอดรายได้ภาพรวมของธุรกิจก็น่าจะกลับมาฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

ผู้บริหารกล่าวต่อว่า และจากในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระบาดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าช่องทางออนไลน์กลายเป็นช่องทางที่สำคัญมาก เติบโตมากกว่า 300% กว่าทุกบริษัท ขณะที่ช่วงปกติโตกว่า 30% ขณะที่ช่องทางออฟไลน์ก็ยังคงต้องมีการขยายต่อเนื่องโดยปัจจุบันไอ.ซี.ซี.มีสัดส่วนรายได้จากช่องทางออนไลน์ขณะนี้ประมาณ 20% ซึ่งถือว่าเติบโตเร็วแล้วและมีการเติบโตตลอดตั้งแต่เริ่มทำมา ขณะที่ในส่วนของบริษัทอื่นๆ ในเครือก็มีการทำออนไลน์ผ่านช่องทางตัวเองกับผ่านทางมาร์เกตเพลซหลายแห่ง เช่น ไลอ้อน สหพัฒน์ วาโก้ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม สำหรับแผนดำเนินธุรกิจหลังจากปลดล็อคดาวน์นับจากนี้ในภาพรวมของบริษัทไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนแผนครั้งใหญ่อะไรมากนัก แต่จะเรื่องหลักคือในการทบทวนวางแผนการจะออกสินค้าใหม่ว่าควรออกช่วงใหนดีช่องทางใหนดี และการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะเหมาะสมในช่วงสถานการณ์แบบนี้ว่าอันใหนควรจะอยู่ช่องทางออฟไลน์ และออนไลน์

ล่าสุด บริษัทในเครือสหพัฒน์จึงได้ประกาศจัดงาน “สหกรุ๊ปแฟร์ออนไลน์ ปี 63” ในรูปแบบออนไลน์ครั้งแรกจัดวันที่ 2-5 กรกฎาคม 2563 เป็นการยกงานสหกรุ๊ปแฟร์ที่เคยจัดที่ไบเทคมาจัดบน www.sahagroupfair.com โดยจะมีลิงก์จากเว็บไปยัง LAZADA SHOPEE และ JD CENTRAL

ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการจำหน่ายสินค้าบน 3 แพลตฟอร์มพร้อมกัน แบ่งสินค้าออกเป็น 7 หมวด คือ Fashion, Lingerie, Health & Beauty, Baby & Toddler, Household, Grocery และ Services & Education มีสินค้ามาจำหน่ายกว่า 100 แบรนด์ กว่า 20,000 SKU โดยเราคาดว่างานครั้งนี้จะสร้างยอดขายได้ 100 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมามียอดขาย 200 ล้านบาท 

 




บริษัท สยามธุรกิจ แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด เลขที่​ 423 ถนนบอนด์สตรีท​ ต.บางพูด​ อ.ปากเกร็ด​ จ. นนทบุรี​ 11120
โทรศัพท์ 02-0377423 , 02-0477243 ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ