เกษตรกร “กลุ่มปาล์มน้ำมัน” ชี้ การปรับค่าสารตกค้าง MRL กระทบสุขภาพประชาชน สวนทางกับการแบนพาราควอต

วันจันทร์ที่ 01 มิถุนายน พ.ศ. 2563

เกษตรกร “กลุ่มปาล์มน้ำมัน” ชี้ การปรับค่าสารตกค้าง MRL กระทบสุขภาพประชาชน สวนทางกับการแบนพาราควอต


เหตุกระทรวงสาธารณสุข ชี้ ประเด็นเรื่องสุขภาพและความปลอดภัย มติคณะกรรมการวัตถุอันตรายประกาศแบนพาราควอตตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน นี้เป็นต้นไป แต่เตรียมแก้กฎหมายเอื้อประโยชน์เกษตรกรกลุ่มปาล์มน้ำมัน ฉุน พร้อมจับตา การปรับค่าสารตกค้าง MRL เพิ่มค่าสารพิษตกค้างนำเข้าไทยขัดแย้งกับการแบนพาราควอต

นายมนัส พุทธรัตน์ ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การตรวจสอบปริมาณสารตกค้างในพืชผักของประเทศไทยหลายครั้งไม่พบการปนเปื้อนของสารพาราควอตเกินมาตรฐานส่วนใหญ่พบสารตกค้างในกลุ่มยาฆ่าแมลงแต่กลับถูกเหมารวมว่าเป็นสารพาราควอตแล้วนำมาเป็นข้ออ้างในการแบนเพราะห่วงสุขภาพแต่หลังจากได้มีมติแบนพาราควอต พบว่าสร้างปัญหาให้ผู้นำเข้าวัตถุดิบถั่วเหลือง กากถั่วเหลือง ข้าวสาลี เช่นเดียวกับสารไกลโฟเซตที่สั่งให้เลิกแบนมาเป็นจำกัดการใช้ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมวางแผนและอาจมีการปรับค่าสารพิษตกค้างสูงสุด(MRL) เพื่อให้สามารถนำเข้าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรจากต่างประเทศที่มีสารพิษตกค้างเกินกำหนดมาตรฐานเดิมมาจำหน่ายให้ผู้บริโภคในประเทศไทยได้

โดยไม่ได้คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคอย่างแท้จริงแต่เอื้อประโยชน์ต่อใคร? เป็นการปฎิบัติแบบสองมาตรฐานไม่มีความยุติธรรมในเมื่อบอกว่าพาราควอตนั้นอันตรายร้ายแรง แต่กลับแก้กฎหมายเพื่อรองรับสิ่งที่ผิดนำเข้าสารพิษตกค้างเพิ่มจากต่างประเทศและออกกฎหมายทำให้สิ่งที่ถูก อย่างสินค้าเกษตรภายในประเทศกลายเป็นสิ่งผิดถ้าใช้พาราควอตแบบนี้ถ้าแบนไกลโฟเซตไปด้วยแล้วมาปรับค่าสารพิษตกค้างสูงสุดก็น่าจะทำได้เช่นกัน

ที่เราพูดไม่ได้ต้องการประชดใครทั้งนั้นแต่ต้องการให้ทุกหน่วยงานหูตาสว่างกับคำพูดสวยหรูห่วงใยสุขภาพประชาชนเพราะมันไม่จริงและเกษตรกรทั้งประเทศจะรอดูว่าวันนี้ วันที่ 1 มิถุนายน ภาครัฐจะสั่งห้ามนำเข้าวัตถุดิบเหล่านั้นที่มีการใช้สารพาราควอตและคลอร์ไพรีฟอสมาจากต่างประเทศต้นทางหรือไม่ เพราะถ้าไม่ทำเท่ากับท่านละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เนื่องจากทั้งสารพาราควอตและคลอร์ไพรีฟอสจะกลายเป็นสิ่งต้องห้ามแล้วหลังวันที่ 1 มิถุนายน 2563 ผมจึงขอเรียกร้องมายังผู้นำเข้า ผู้ส่งออก อุตสาหกรรมอาหารทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ท่านต้องลงมาช่วยเหลือเกษตรกรในการคัดค้านด้วย อย่าเอาตัวรอด แล้วปล่อยเกษตรกรสู้เพื่อความเป็นธรรมอยู่ฝ่ายเดียว ทั้งๆที่ท่านก็จะได้ประโยชน์หากมีการทบทวนการบังคับใช้มติการแบน ที่สำคัญเกษตรกรยังไม่ได้รับข้อมูลมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาอย่างชัดเจนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เลย เมื่อไม่มีพาราควอตแล้วจะทำอย่างไร มีแต่ออกกฎหมายเล่นงานเกษตรกร ห้ามครองครอง พาราคาวอต หากพบฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 10 ปี ปรับสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท นายมนัส พุทธรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย




บริษัท สยามธุรกิจ แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด เลขที่​ 423 ถนนบอนด์สตรีท​ ต.บางพูด​ อ.ปากเกร็ด​ จ. นนทบุรี​ 11120
โทรศัพท์ 02-0377423 , 02-0477243 ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ