บลจ. ภัทร เปิดเสนอขายหน่วยลงทุนชนิดเพื่อการออมเพิ่มเติมอีก 8 กองทุน

วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

บลจ. ภัทร เปิดเสนอขายหน่วยลงทุนชนิดเพื่อการออมเพิ่มเติมอีก 8 กองทุน


บลจ. ภัทร เปิดเสนอขายหน่วยลงทุนชนิดเพื่อการออมเพิ่มเติมอีก 8 กองทุน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย พร้อมรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี

นายยุทธพล ลาภละมูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ภัทร จำกัด (บลจ.ภัทร) บริษัทในกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร เปิดเผยว่า บลจ.ภัทร เปิดเสนอขายหน่วยลงทุนชนิดเพื่อการออมเพิ่มเติมอีก 8 กองทุน ให้ผู้ลงทุนสามารถเริ่มลงทุนได้ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค. 2563 ซึ่งเป็นการเพิ่มเติมจากที่ได้เปิดเสนอขายหน่วยลงทุนชนิดเพื่อการออมของกองทุนเปิดภัทร   สตราทิจิค แอสเซ็ท อโลเคชั่น (PHATRA SG-AA-SSF) ไปแล้วเมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2563 ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มทางเลือกการลงทุนให้ครอบคลุมนโยบายการลงทุนที่หลากหลาย โดยผู้ลงทุนสามารถเลือกผสมผสานจัดพอร์ตการลงทุนได้ตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้และความเหมาะสมของผู้ลงทุน อีกทั้งผู้ลงทุนยังสามารถนำมูลค่าซื้อหน่วยลงทุนในหน่วยลงทุนชนิดเพื่อการออม (SSF) ไปลดหย่อนภาษีเงินได้ไม่เกิน 200,000 บาท ภายใต้เงื่อนไขว่าเมื่อรวมกับกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ประกันบำนาญ และกองทุนเพื่อการเกษียณอายุอื่นๆ แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท ตามเงื่อนไขและวิธีการที่กฎหมายกำหนด

โดยกองทุนรวมเพื่อการออมทั้ง 9 กองทุนข้างต้น เป็นการแบ่งชนิดหน่วยลงทุน (Class) จากกองทุนรวมที่มีอยู่ในปัจจุบันของ บลจ.ภัทร ครอบคลุมทุกประเภททรัพย์สินประกอบด้วย

1.            กองทุนรวมตลาดเงิน (ความเสี่ยงต่ำ) : ได้แก่ กองทุน PHATRA MP-SSF เน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐไทยระยะสั้นและเงินฝาก

2.            กองทุนตราสารหนี้ (ความเสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ) : ได้แก่ กองทุน PHATRA ACT FIXED-SSF เน้นกระจายการลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐและตราสารหนี้ภาคเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ โดยมีกลยุทธ์การลงทุนเชิงรุก (Active Management)

3.            กองทุนผสม (ความเสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง) : บลจ.ภัทร มีกองทุนผสมที่กระจายการลงทุนในทรัพย์สินต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ ตราสารทุน ตราสารหนี้ ตลอดจนทรัพย์สินทางเลือก เช่น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ทองคำ และน้ำมัน โดยมีให้เลือก 3 กองทุน ซึ่งแตกต่างกันตามระดับความเสี่ยงโดยลงทุนในทรัพย์สินประเภทต่างๆ ในสัดส่วนที่แตกต่างกันไล่เรียงตามระดับความเสี่ยง ดังนี้ (1) กองทุน PHATRA SG-AA Light-SSF (2) กองทุน PHATRA SG-AA-SSF และ(3) กองทุน PHATRA SG-AA Extra-SSF

4.            กองทุนตราสารทุน (ความเสี่ยงสูง) : สำหรับกองทุนตราสารทุนในประเทศ มีให้เลือก 2 กองทุน ได้แก่ (1)กองทุน PHATRA ACT EQ-SSF ลงทุนในตราสารทุนที่มีปัจจัยพื้นดี และมีแนวโน้มในการเจริญเติบโตสูง โดยมีกลยุทธ์การลงทุนแบบเชิงรุก (Active Management) และ (2) กองทุน PHATRA SET50 ESG-SSF ลงทุนในหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยกองทุนมีเป้าหมายเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET50 โดยจะคัดเลือกหลักทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทจัดการกำหนด เช่น หลักเกณฑ์ด้านปัจจัยพื้นฐาน หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายและการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)

นอกจากนี้ ยังมีกองทุนตราสารทุนต่างประเทศ ได้แก่ กองทุน PHATRA PGE-SSF ซึ่งลงทุนในกองทุนหลัก คือ iShares MSCI ACWI ETF ที่เน้นลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับ

ผลการดำเนินงานของดัชนี MSCI ACWI

5.            กองทุนรวมหน่วยลงทุนอสังหาริมทรัพย์ (ความเสี่ยงสูงมาก) : ได้แก่ กองทุน PHATRA PROP-D-SSF ลงทุนในหลักทรัพย์/ตราสารที่อยู่ในหมวดอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ (Property Sector) ทั้งในและต่างประเทศ โดยมีกลยุทธ์การลงทุนเชิงรุก (Active Management)

 “สำหรับภาวะตลาดการลงทุนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศในช่วงนี้มีการฟื้นตัวดีที่ขึ้น เนื่องจาก หลายประเทศเริ่มควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้มากขึ้นและทยอยเปิดดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม บลจ.ภัทร มองว่าตลาดการลงทุนทั่วโลกในช่วงที่เหลือของปียังคงมีความผันผวนสูง เนื่องจากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคคาดว่าจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป จนกว่าจะมียารักษาหรือวัคซีนไวรัสโควิด-19 ทำให้ยังคงมีความเสี่ยงที่ธุรกิจซึ่งได้รับผลกระทบรุนแรงจากโควิด-19 อาจขาดสภาพคล่องและผิดนัดชำระหนี้  ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทั้งตลาดการลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุนทั่วโลก อย่างไรก็ตาม  มาตรการทางการเงินและการคลังที่รัฐบาลและธนาคารกลางของหลายประเทศประกาศใช้ในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19 ช่วยให้มีสภาพคล่องเพิ่มในระบบจำนวนมหาศาล  นับเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจและตลาดการลงทุนโดยรวม

การลงทุนในกองทุนรวม SSF จะช่วยสร้างวินัยการลงทุนในระยะยาวให้กับผู้ลงทุน ซึ่งกำหนดการถือหน่วยลงทุนเป็นเวลาอย่างน้อย 10 ปี และยังช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาว  โดย บลจ. ภัทร มองว่าการกระจายการลงทุนในทรัพย์สินที่หลากหลาย เป็นวิธีที่จะช่วยให้ผู้ลงทุนรับมือกับความผันผวนได้ดีขึ้น จึงได้นำเสนอหน่วยลงทุนชนิดเพื่อการออม 9 กองทุน ที่ครอบคลุมทุกประเภททรัพย์สิน เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถเลือกผสมผสานจัดพอร์ตการลงทุนได้ตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้และตอบสนองต่อเป้าหมายการลงทุนระยะยาว” คุณยุทธพลกล่าว

สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจกองทุน SSF สามารถขอหนังสือชี้ชวน คู่มือการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม และข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ธนาคารเกียรตินาคินทุกสาขา หรือ KKP Contact Center โทร. 02 165 5555 และบริษัทหลักทรัพย์ภัทร โทร. 02 305 9559 หรือ www.phatraasset.com หรือผู้สนับสนุนการขายและรับ

ซื้อคืนที่ได้รับการแต่งตั้งตามหนังสือชี้ชวน




บริษัท สยามธุรกิจ พับลิชชิ่ง จำกัด เลขที่​ 423 ถนนบอนด์สตรีท​ ต.บางพูด​ อ.ปากเกร็ด​ จ. นนทบุรี​ 11120
โทรศัพท์ 02-0377423 , 02-0477243 ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ