นางสาวศรีประภา จิงประเสริฐสุข ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาวุโส กลุ่มผลิตภัณฑ์กาแฟพร้อมดื่ม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมตลาดกาแฟพร้อมดื่มของไทยมีมูลค่าตลาดราว 1.3-1.4 หมื่นล้านบาท เติบโต 2.6% โดยมีผู้นำตลาดคือ เบอร์ดี้ ส่วนแบ่งตลาด 50% รองมาคือเนสกาแฟ 36% ส่วนแบรนด์อื่นๆ รวมกัน 14% โดยถ้าแบ่งเป็นเฉพาะตลาดกาแฟพร้อมดื่มกลุ่มระดับพรีเมี่ยมคาดว่ามีสัดส่วนประมาณ 3% ของตลาดรวมเท่านั้นหรือมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ราว 400 ล้านบาท
ซึ่งปีที่ผ่านมาตลาดกาแฟพร้อมดื่มระดับพรีเมี่ยมมีอัตราการเติบโต 19.3% สูงกว่าการเติบโตของตลาดกาแฟพร้อมดื่มโดยรวมที่โตเพียง 2.6% หรือเกือบ 9 เท่า (ที่มาจากการวิจัยของเนลสันรอบเดือนพฤศจิกายน 2562) และหากเปรียบเทียบตลาดกาแฟพร้อมดื่มพรีเมียมของไทยกับต่างประเทศ เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ซึ่งผู้บริโภคนิยมสินค้ากลุ่มนี้ มองว่าตลาดไทยยังมีโอกาสโตได้อีก 3-4 เท่า เพราะปัจจุบันตัวเลือกสินค้ายังน้อยอยู่มาก
ทั้งนี้ ในปีที่แล้วเนสกาแฟเปิดตัวผลิตภัณฑ์แรกในกลุ่มกาแฟพรีเมียมพร้อมดื่มไปแล้วคือ เนสกาแฟ อเมริกาโน บรรจุในขวด PET ราคาขวดละ 29 บาท จำหน่ายเฉพาะในเซเว่น อีเลฟเว่น ปรากฏว่าทำยอดขายทะลุเป้าหมายถึง 110% ทำให้บริษัทมั่นใจในศักยภาพและต้องการรุกตลาดนี้อย่างเต็มที่ ล่าสุด เนสกาแฟ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “เนสกาแฟ โคลด์ บริว” กาแฟสกัดเย็นพร้อมดื่มครั้งแรกในประเทศไทยเป็นกาแฟพร้อมดื่มบรรจุขวดที่ทำจากกาแฟสกัดเย็น ลงตลาด 2 รสชาติ คือ กาแฟดำ เพียว แบล็ค และ กาแฟใส่นม คราฟท์ ลาเต้ จำหน่ายในร้านสะดวกซื้อทั่วไปราคาขวดละ 39 บาท (220 มล.)
ด้าน นายศุภวัฒน์ คามีเยาน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์กาแฟพร้อมดื่ม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า เนสกาแฟได้จัดสรรงบประมาณกว่า 100 ล้านบาทสำหรับแคมเปญเปิดตัวเนสกาแฟ โคลด์ บริว โดยมีการสร้าง โคลด์ บริว คาเฟ่ บาย เนสกาแฟ ที่ด้านหน้าศูนย์การค้า สามย่าน มิตรทาวน์ ให้ผู้บริโภคทดลองชิมสินค้าทั้งแบบปกติและเมนูพิเศษ รวมถึงรับประสบการณ์ของแบรนด์ผ่านเทคโนโลยี Lighting Immersive ซึ่งสามารถถ่ายรูปลงโซเชียลได้สวยงาม โดยได้สร้างปรากฏการณ์เป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ในหมู่คอกาแฟบนโลกโซเชียล โดยมียอดผู้สนใจมาใช้บริการกว่า 700 คนหลังเปิดตัวไปในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์คือ The Toys ปรากฏตัวในหนังโฆษณาชุดใหม่ และแต่งเพลงประกอบคือ “สกัดเย็น” ให้กับแบรนด์ ช่วยสร้างการรับรู้กับผู้บริโภค