นางอินเนส คาลไดรา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในยุคที่ดิจิทัลเข้ามาเป็นหนึ่งในฟันเฟืองหลักในการพลิกโฉมธุรกิจของทุกอุตสาหกรรม จุดหลักที่เป็นสิ่งท้าทายของธุรกิจคือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคจากอิทธิพลของสมาร์ทโฟน ที่ส่งผลให้ธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าจำนวนมหาศาลนี้ให้ได้ แบรนด์ระดับโลกที่มีรากฐานองค์กรขนาดใหญ่ จึงพบความท้าทายในหลายด้านในการขับเคลื่อนธุรกิจให้หมุนทันยุคดิจิทัลนี้ได้
สำหรับ ลอรีอัล กรุ๊ป เราถือเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจความงามระดับโลก ก็ได้มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานกับโลกความงามได้อย่างลงตัว อาทิเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม (AR) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ทำให้ผู้บริโภคได้ทดลองสีผลิตภัณฑ์เมคอัพผ่านมือถือก่อนสั่งซื้อสินค้า หรือเทคโนโลยีวัดระดับสีผิวที่ช่วยแนะนำสีรองพื้นที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือระหว่างลอรีอัลกับ LAZADA ในประเทศไทย ในการจัดตั้ง Online Acne Community แห่งแรก สำหรับคนอยากไกลสิว ชูการให้คำแนะนำที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือจากแพทย์ผิวหนังชั้นนำโดยตรงผ่านโลกออนไลน์ด้วยการ Live ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ที่ปัจจุบันมักใช้ชีวิตอยู่กับสมาร์ทโฟนและต้องการแสวงหาข้อมูลง่ายๆ เพียงปลายนิ้ว
อย่างไรก็ตาม ฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจก็คือพนักงาน เมื่อดิจิทัลกลายเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ พนักงานทุกๆ คนก็ควรได้รับการปลูกฝังแนวคิดและวิธีการทำงานในยุคดิจิทัล ซึ่ง ลอรีอัล กรุ๊ป มีบุคลากรด้านดิจิทัลกว่า 2,500 คน ที่ได้รับการเตรียมพร้อมและเพิ่มทักษะด้านดิจิทัลควบคู่ไปกับพนักงานปัจจุบันกว่า 27,000 คน และลอรีอัลยังเปิดรับการเข้ามาของคนรุ่นใหม่ ที่องค์กรเชื่อมั่นว่าจะเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่ขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า ทั้งยังสนับสนุนการร่วมงานกับพันธมิตรสตาร์ทอัพต่างๆ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจ
“ใน 5 ปีที่ผ่านมา ลอรีอัล กรุ๊ปได้เร่งการดำเนินงานเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงโดยมีแนวทาง 4 ประการ ได้แก่ ปรับธุรกิจให้เข้ากับยุคสมัย เพื่อให้ธุรกิจสามารถประสบความสำเร็จได้ การดำรงไว้ซึ่งความถนัดขององค์กร ไม่ลงต่อสู้ในสนามการแข่งขันทางธุรกิจที่ไม่ถนัด มุ่งมั่นในการทำงานเพื่อก้าวให้ทันต่อกระแสและการเปลี่ยนแปลงที่พร้อมจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ และทำงานอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อร่วมผลักดันการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกันทั้งองค์กร โดยเทคโนโลยีได้เข้ามาช่วยขับเคลื่อนความสำเร็จของลอรีอัล กรุ๊ป ทั้งธุรกิจอี-คอมเมิร์ซที่เติบโตถึง 41% เป็นสัดส่วนกว่า 11% ของยอดขายบริษัทฯ พร้อมทั้งยอดคนดูในวิดีโอทุกช่องทางของลอรีอัลกว่า 6.3 พันล้านครั้ง ไปจนถึงทำงานร่วมกับ Influencers ในโลกดิจิทัลกว่า 80,000 คนทั่วโลก นอกจากนั้นแล้ว ลอรีอัล ยังได้ทุ่มทรัพยากรณ์ในหน่วยงานด้านดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น เว็บไซต์ อี-คอมเมิร์ซ การให้บริการด้านดิจิทัล เนื้อหาทางดิจิทัล และ การบริหารจัดการข้อมูล โดย ลอรีอัลจะเดินหน้าการดำเนินงาน Beauty Tech อย่างเต็มรูปแบบเพื่อสร้างประสบการณ์ความงามที่ตอบรับทุกความต้องการของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล”