“เมเจอร์ ฯ” ชี้ ปี 63 สื่อโฆษณาโรงหนังยังโตดี ลูกค้าไม่ลดงบ แค่ระวัง เล็งขยายเจาะกลุ่มลูกค้าอสังหาฯ และอีคอมเมิร์ซ

วันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2562

“เมเจอร์ ฯ” ชี้ ปี 63 สื่อโฆษณาโรงหนังยังโตดี ลูกค้าไม่ลดงบ แค่ระวัง เล็งขยายเจาะกลุ่มลูกค้าอสังหาฯ และอีคอมเมิร์ซ


นายสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสื่อโฆษณา บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด  (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณาในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2562 ที่ผ่านมามีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 87,034 ล้านบาท เติบโตลดลง 0.62%  โดยที่สื่อโฆษณาในโรงภาพยนตร์มีส่วนแบ่งตลาด 7,052 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 16.24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และถือเป็นสื่ออันดับ 2 ที่เติบโตรองจากสื่อทีวีที่มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 56,226 ล้านบาท แต่เติบโตลดลง 0.58 %  สำหรับธุรกิจสื่อโฆษณาในโรงภาพยนตร์ของเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป นั้น กลับมีทิศทางเป็นบวก เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสวนทางกับภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณา โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ที่มีรายได้ 369 ล้านบาท โต 30% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน  ซึ่งสาเหตุมาจากการต่อสัญญาใหม่ของลูกค้าเดิม และเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ที่เพิ่มมามากขึน รวมถึงการขยายสาขาโรงภาพยนตร์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายสาขาในต่างจังหวัด

ถ้ามองในภาพรวมตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นปีนี้บริษัทคาดว่าปีนี้ทางเมเจอร์แอดจะมีรายได้อยู่ที่ 1,165 ล้านบาท เติบโตไม่ต่ำกว่า 15-20% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งถ้าประมาณการณ์รายได้ปีนี้เป็นยอดขายตั๋วชมภาพยนตร์รวมน่าจะอยู่ที่ 40 ล้านใบ ซึ่งเพิ่มจากในปีก่อนที่มียอดขายอยู่ที่ 35 ล้านบาทใบ โดยปัจจุบันเมเจอร์เองก็ยังถือว่ามีแชร์เป็นเบอร์ 1ด้วยสัดส่วน 70 % ของตลาดรวมออุตสาหกรรมโฆษณาในโรงภาพยนตร์ในประเทศไทย

  ทั้งนี้ สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจสื่อโฆษณาในโรงภาพยนตร์ยังเป็นที่น่าสนใจ เกิดจากการขยายสาขาและจำนวนโรงภาพยนตร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดตลาดใหม่ ๆ ขึ้น สิ้นปี 2562 เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ จะมีสาขารวมทั้งสิ้น 170 สาขา 812 โรง ครอบคลุม 60 จังหวัด ตั้งเป้าขยายโรงภาพยนตร์ให้ครบ 1,200 โรง มีสาขาครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศในปี 2025 ซึ่งสะท้อนถึงธุรกิจโรงภาพยนตร์ไม่ได้ถูกดิสรัปต์ จากบริการสตรีมมิ่ง (Streaming) บนอินเทอร์เน็ต ที่หลายคนกังวล ทั้งเน็ตฟลิกซ์, ไลน์ทีวี และ ดิสนีย์พลัส เนื่องจากบริการสตรีมมิ่งไม่สามารถมาทดแทนโรงภาพยนตร์ได้ เพราะคอนเทนต์ที่แตกต่าง จุดเด่นของโรงภาพยนตร์คือคนต้องการดูหนังใหม่ ไม่ชอบรอ แต่สตรีมมิ่ง คือ หนังซีรีย์ หนังที่ผ่านการเข้าฉายในโรงมาแล้ว อีกทั้งบริการสตรีมมิ่งยังเหมาะกับคนเมืองมากกว่าคนต่างจังหวัด ส่วนโรงภาพยนตร์ตลาดส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนต่างจังหวัด จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่แสดงว่าโรงภาพยนตร์ไม่ถูกดิสรัปต์ด้วยเทคโนโลยี

ผู้บริหาร กล่าวต่อว่า ในส่วนของลูกค้าที่นิยมใช้งบซื้อโฆษณาในสื่อโรงภาพยนตร์ปัจจุบันมีอยู่ด้วยกัน 5 กลุ่มหลัก คือ 1. สถาบันการเงิน 238 ล้านบาท 2.อาหารและเครื่องดื่ม 216 ล้านบาท 3.ยานยนต์ 178 ล้านบาท 4. โทรคมนาคม 138 ล้านบาท และ 5. คอนซูเมอร์โปรดักต์ 81 ล้านบาท  ซึ่งปัจจุบันเรามีฐานลูกค้ารวมทั้ง 5 กลุ่มที่เลือกใช้บริการจากเราอยู่ประมาณ กว่า 100  ราย ในปัจจุบัน โดยในปีหน้าบริษัทเองเราก็มีแผนจะขยายไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆเพิ่มขึ้น อาทิ กลุ่มธุรกิจอสังหาฯ และธุรกิจกลุ่มแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ จากต่างประเทศ ที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เป็นต้น

นอกจากนี้ นายสุรเชษฐ์ ยังกล่าวถึงทิศทางในการขับเคลื่อนธุรกิจสื่อโฆษณาในเมเจอร์ปี 2563 ว่า ในปีหน้ายังมองว่าภาพรวมธุรกิจสื่อโฆษณาในโรงภาพยนตร์ยังคงมีทิศทางเติบโตที่ดีเหมือนปีนี้  และยังคงเชื่อมั่นว่าลูกค้ากลุ่มหลัก ๆ จำนวน 5 กลุ่มยังคงใช้งบทำการโฆษณาเท่าเดิมไม่น่ามีแนวโน้มลดงบโฆษณาลง เพราะเรายังมองไม่เห็นปัจจัยลบอะไรที่คาดว่าจะรุนแรงขนาดที่จะส่งผลให้ลูกค้าลดงบโฆษณาหรือลดการซื้อโฆษณาลง แต่อาจจะมีบ้างในการรอบคอบและระวังมากขึ้น แต่ในที่สุดลูกค้าก็ยังต้องคงเดินหน้าในการผลักดันธุรกิจของพวกเค้าให้เติบโตเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ในปีหน้า 2563 เมเจอร์เอดเอง เราก็ได้วางแผนในการดำเนินธุรกิจภายใต้ 5 กลยุทธ์ ดังนี้ 1. การบริหารโฆษณาแบบมีเดียโซลูชัน อย่างเต็มรูปแบบ ศึกษาความต้องการที่แท้จริงของพันธมิตรและเชื่อมโยงการตลาดจากออนไลน์ไปสู่ออนกราวนด์ ทำให้ลูกค้ามีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์มากยิ่งขึ้น  2. เน้นการทำออนกราวนด์มาร์เกตติ้ง เพื่อสร้างประสบการณ์สุดพิเศษให้แก่พาร์ตเนอร์และลูกค้า ในการจัดอีเวนต์ให้ลูกค้า โดยตั้งเป้าปีหน้าจะเพิ่มจัดอีเวนต์ใหญ่เป็น 5 ครั้ง จากเดิมจัดปีละ 3 ครั้ง  3. นำข้อมูล Big Data มาวิเคราะห์เพื่อสร้างแผนการตลาดที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ทุกกลุ่ม 4. ทำงานร่วมกับ Agency โฆษณามากขึ้น มุ่งเน้นเพิ่มฐานลูกค้าโกลบอลแบรนด์ และ 5. จับมือร่วมกับพาร์ตเนอร์ในการเพิ่มมูลค่าให้แพกเกจการขายมากยิ่งขึ้น



บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ