ยกโมเดล “สุพรรณบุรี” ต้นแบบถนนดี คมนาคมเล็งยกระดับถนนทั่วประเทศ

วันพุธที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2562

ยกโมเดล “สุพรรณบุรี” ต้นแบบถนนดี คมนาคมเล็งยกระดับถนนทั่วประเทศ


“ศักดิ์สยาม” ยกโมเดล “สุพรรณบุรี” เป็นต้นแบบในการยกระดับถนนทั่วประเทศ สั่ง “ทล-ทช.” เช็คบริษัทรับเหมาที่มีความพร้อมก่อนรับงาน เพื่อให้โครงการแล้วเสร็จตามแผน แนะถนนพระราม 2 เป็นต้นแบบแก้ปัญหาจราจร ด้าน “อานนท์” ฟุ้งแก้รถติดพระราม 2 ดีขึ้นจากติดยาว 2 กม. เหลือ 200 เมตร ขณะที่ ทช. เด้งรับนโยบายใช้ยางพาราสร้างถนน

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมมีโครงการเมกะโปรเจกต์ที่ต้องรับผิดชอบมากมาย ดังนั้น ข้อมูลต่างๆ ของแต่ละโครงการทุกภาคส่วนจะต้องรับรู้ และทุกหน่วยงานจะต้องประชาสัมพันธ์ให้ดี เพราะถ้าไม่ได้รับรู้ในแต่ละโครงการข้อมูลก็จะคลาดเคลื่อนได้ ทั้งนี้ การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องชัดเจน ถ้าติดขัดอะไรให้รายงานมายังหัวหน้าหน่วยงานก่อนมาถึงรัฐมนตรี เพื่อให้ทำงานรวดเร็วขึ้น

สำหรับการก่อสร้างถนนนั้น อยากให้ยึดโมเดลของจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นต้นแบบ เพราะถ้าเดินทางเข้าจังหวัดสุพรรณบุรีจะทราบได้ว่ามาถึงจังหวัดนี้แล้ว เพราะถนนดำมากๆ แต่การดำเนินงานโครงการใหญ่ๆ นั้น อยากให้ดูความพร้อมของบริษัทรับเหมา เพราะถ้าได้บริษัทที่ไม่มีความพร้อมปัญหาก็จะเกิดขึ้น เพราะทุกโครงการต้องเร่งให้แล้วเสร็จโดนเร็ว ถ้าโครงการก่อสร้างประมาณ 3 ปีแล้วผู้รับเหมาดำเนินการแล้วเสร็จตามแผนก็จะได้รับความชื่นชนจากประชาชน

“การก่อสร้างถนนถ้าแล้วเสร็จก็ให้รีบคืนผิวจราจรให้ไว และให้กระทบกับภาคประชาชนน้อยที่สุด ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ กรมทางหลวง (ทล.) และสำนักงานทางหลวงฯ บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยยึดต้นแบบการแก้ไขปัญหาจากถนนพระราม 2 เช่น การวางแผนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรื้อย้ายสาธารณูปโภค การเปิดหน้างานเท่าที่จำเป็น และการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง หากมีปัญหาด้านการประสานงานให้รายงานให้ทราบ เพื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ จะได้ช่วยแก้ไขต่อไป”

นอกจากนี้ ยังให้กรมทางหลวงสำรวจสภาพถนนทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ ที่ประสบปัญหาน้ำท่วม เพื่อพิจารณาดำเนินโครงการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ อยากให้นำยางพารามาใช้ผลิตสิ่งอำนวยความสะดวกทางถนนหรือโครงการต่างๆ ของกระทรวงฯ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพารา

ด้าน นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า กรมฯ ได้ติดตามการแก้ไขบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้ใช้เส้นโครงการปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 35 หรือถนนพระราม 2  ตอน ทางแยกต่างระดับ บางขุนเทียน - เอกชัย ระหว่าง กม.9+800.000 – กม.21+500.000 ระยะทางยาวประมาณ 11.700 กิโลเมตร และในขณะนี้ภาพรวมการแก้ไขปัญหาสามารถลดปริมาณการจราจรติดขัดสะสมจาก 2 กิโลเมตร เหลือเพียง 200 เมตรในวันธรรมดา แต่ในช่วงวันหยุดยาวอาจมีท้ายแถวสะสม ประมาณ 400 เมตร

“คาดว่าการดำเนินงานก่อสร้างในส่วนของทางขนาน ขาเข้าจะแล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค. 2562 และขาออกจะแล้วเสร็จภายในเดือน ก.พ. 2563 เมื่อโครงการฯ ก่อสร้างแล้วเสร็จจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณจราจรที่มีอยู่ในปัจจุบัน และคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต อีกทั้งยังลดระยะเวลาการเดินทางของโครงข่ายถนนโดยรอบ ส่งผลให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางได้รับความสะดวกสบาย และมีความปลอดภัยในการใช้เส้นทางเพิ่มมาก”

ขณะที่ นายมานพ สุสิงห์ รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) กล่าวว่า กรมฯ ได้พัฒนาสายทางลาดยางพาราแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ถนนทางหลวงชนบทสาย ศก.4019 แยกทางหลวงหมายเลข 2085 - บ้านโนนศรีไคล อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ เดิมถนนสายดังกล่าวมีการเปิดใช้งานมานาน ถนนมีความชำรุดเสียหาย ทำให้ประชาชนเดินทางด้วยความยากลำบาก กรมฯ จึงได้ดำเนินการซ่อมสร้างถนน (Pavement in place Recycling) เป็นถนนผิวจราจรแบบพาราแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ขนาด 2 ช่องจราจร กว้าง 6 เมตร ไหล่ทางกว้างข้างละ 0.50 เมตร ช่วง กม.ที่ 0+795 ถึง 6+045 รวมระยะทาง 5.250 กิโลเมตร พร้อมเครื่องหมายจราจรและสิ่งอำนวยความปลอดภัยต่างๆ โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น 11.6 ล้านบาท ปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์และเปิดให้ประชาชนได้ใช้สัญจรเรียบร้อยแล้ว ทำให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางได้รับความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางมากยิ่งขึ้น




บริษัท สยามธุรกิจ พับลิชชิ่ง จำกัด เลขที่​ 423 ถนนบอนด์สตรีท​ ต.บางพูด​ อ.ปากเกร็ด​ จ. นนทบุรี​ 11120
โทรศัพท์ 02-0377423 , 02-0477243 ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ