“วรชันย์ หลักกรด” เกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิด ‘ไลน์เกษตรอินทรีย์’ สร้างเครือข่ายสนับสนุนชุมชน

วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

“วรชันย์ หลักกรด” เกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิด ‘ไลน์เกษตรอินทรีย์’ สร้างเครือข่ายสนับสนุนชุมชน


ภายหลังจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกประกาศเกี่ยวกับการจำกัดการใช้สารเคมีเกษตร พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส จำนวน 5 ฉบับ เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2562 และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2562 โดยจะมีผลบังคับใช้หลังจากประกาศ 180 วันเป็นต้นไป หรือตรงกับวันที่ 20 ตุลาคม 2562 โดยประกาศกำหนดให้เกษตรกรผู้ใช้สาร ผู้รับจ้างพ่น จะต้องผ่านการอบรม เพื่อให้สามารถใช้สารเคมีอย่างถูกต้องและปลอดภัย

ทั้ง เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ข้าวโพด ปาล์มน้ำมัน ไม้ผล พืชไร่ ไม้ดอก ยางพารา และอ้อย โดยกรมวิชาการเกษตรทำหน้าที่อบรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เพื่อให้ถ่ายทอดกับเกษตรกรต่อไป

นายวรชันย์ หลักกรด เกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวถึงประเด็นดังกล่าว ว่า ขอให้เกษตรกรสนใจในประกาศดังกล่าว เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนจะต้องปฏิบัติ ในส่วนของเกษตรจังหวัดอยุธยาก็ได้มี การประชาสัมพันธ์เรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง มีการให้ความรู้กับเกษตรกร โดยเจ้าหน้าที่เกษตรตำบลจะเป็นผู้ให้ความรู้กับเกษตรกรทุกชุมชน

สำหรับเกษตรกรที่ต้องการใช้สารทั้ง 3 ชนิดจะต้องไปลงทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร เมื่อลงทะเบียนแล้ว เลขที่ในบัตรประชาชนทั้ง 13 หลักจะปรากฏในกรมวิชาการและกรมส่งเสริมการเกษตร และต้องไปเข้าอบรมความรู้ จากนั้นจะมีการสอบ เหมือนสอบใบขับขี่ ครั้งที่ 1 ไม่ผ่านสอบใหม่ ครั้งที่ 2 ไม่ผ่านกลับไปเรียนใหม่ เรียนจนสอบผ่านถึงจะได้สิทธิ์ในการซื้อสารเคมีเพื่อนำไปใช้กับพืชที่ระบุไว้ ซึ่งผู้ที่จะซื้อได้ต้องเจ้าของพื้นที่ที่ทำการเกษตรและผ่านการอบรมแล้ว หรือผู้รับจ้างที่ขึ้นทะเบียนและผ่านการอบรม เช่นเดียวกับผู้ขายสารทั้ง 3 ชนิดก็ต้องมารับการอบรมจากกรมวิชาการเกษตรเหมือนกัน เพื่อให้เข้าใจตรงกัน และปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน เมื่อใครไปซื้อสารดังกล่าว เขาจะมีการคีย์ข้อมูลเข้าคอมพิวเตอร์ว่าทำการเกษตรกี่ไร่ ซื้อจำนวน เท่าไหร่ เช่น 30 ไร่ซื้อได้ 30 ขวด ซื้อเกินกว่านี้ไม่ได้ ไม่ว่าจะไปร้านไหนเขาก็ไม่ขายให้ เพราะข้อมูลจะโชว์ทั่วประเทศ เพราะ ฉะนั้น ถ้าใครยังไม่ขึ้นทะเบียนขอให้รีบไปขึ้นทันที

นายวรชันย์ ยังกล่าวอีกว่า ปัจจุบันการใช้สารชีวภัณฑ์จะมาทดแทนการใช้ สารเคมี ทั้งในการป้องกันกำจัดโรคและศัตรูพืชที่เป็นองค์ประกอบเรื่องเกษตรอินทรีย์ เกษตรกรจึงต้องรู้เรื่องคุณภาพของดินและน้ำ ดินดี น้ำดี ปุ๋ยดี ผลผลิตก็ต้องดี แต่ขอให้ทุกคนวางแผนในการผลิตและใช้อย่างเหมาะสม ซึ่งปุ๋ยชีวภาพนั้นเราสามารถผลิตและใช้เองได้ แต่เกษตรกรส่วนใหญ่ต้องการความสะดวกสบาย จึงนิยมซื้อเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม การจะให้เกิดเป็นอินทรย์ได้เกษตรกรต้องดูแลและควบคุมด้วยตัวเอง

โดยเฉพาะการปรับปรุงดินที่ต้องใช้เวลาหลายปี แม้จังหวัดอยุธยาจะมีข้อจำกัดในกิจกรรมด้านเกษตรอินทรีย์ เนื่องจากที่ดินส่วนใหญ่เป็นการเช่า ถ้าเจ้าของที่ไม่อนุญาตก็ทำอะไรไม่ได้ ซึ่งการทำเกษตรอินทรีย์ ต้องดูแลใส่ใจทุกกระบวนการ ตั้งแต่การเตีรยมดิน น้ำ เมล็ดพันธุ์ รวมถึงต้องทำกันชนกั้นพื้นที่ ซึ่งต้องยอมเสียพื้นที่จำนวนหนึ่ง อีกประเด็น คืออยุธยามีปัญหาเรื่องน้ำท่วม แต่เราพยายามที่จะทำให้เกิดเกษตรอินทรีย์แบบเครือข่ายกระจายในทุกพื้นที่

เรามีกลุ่มไลน์ เฟซบุ๊ก ของเกษตรอินทรีย์อยุธยา ให้เกษตรกรมาคุยกัน มาใช้สำนักงานผมเป็นที่ทำการ หารือกันว่าเราจะทำอย่างไร จะเดินไปทางไหน ทางกลุ่มมีแผนอะไร มีคนที่มีความรู้ความสามารถหลายคน บางคนเป็นข้าราชการบำนาญ เป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ผู้บริหารในโรงงาน ผันตัวมาทำการเกษตร มีความสามารถในด้านการใช้เทคโนโลยี มาช่วยเกษตรกรด้วยกัน เป็นการทำงานร่วมกัน บ้านใครทำได้ก็ทำเลย ติดขัดตรงไหน ทำไม่ได้ มาขอคำปรึกษา ถ้ายังทำเกษตรอินทรีย์ไม่ได้ เริ่มต้นทำเป็นเกษตรปลอดภัยก่อน

เกษตรจังหวัดพระนครศีอยุธยา กล่าวปิดท้ายว่า แม้พื้นที่ส่วนใหญ่ในอยุธยาจะเป็นภาคอุตสาหกรรม แต่จังหวัดก็ให้ความสำคัญในภาคการ เกษตร เนื่องจากถือเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ มีการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เช่น ในพื้นที่อำเภอบางบาลที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องการสร้างช่องทางการซื้อขายข้าวให้ผู้ผลิตมาพบกับผู้บริโภคโดยไม่ผ่านคนกลาง นำการทำนามาเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว พัฒนาพื้นที่เกษตรให้เป็นแหล่งเรียนรู้วิถีเกษตร ให้คนเมืองซึ่งปกติมีอาชีพอื่นที่ไม่ใช่เกษตรกรได้มาพักผ่อนและทดลองทำนาในวันหยุดในลักษณะร่วมกันทำกับครูชาวนา เมื่อเก็บเกี่ยวแล้วคนเมืองจะได้ข้าวจากการปลูกกลับไปบริโภค ชาวนามีรายได้เพิ่มมากขึ้นจากการขายข้าวโดยตรงให้ผู้บริโภค

ปัจจุบันดำเนินการแล้ว 169 ไร่ มีครูชาวนาร่วมโครงการ 10 ราย เลือกปลูกข้าวพันธุ์กข43 เนื่องจากเป็นข้าวที่เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่นาชลประทานภาคกลางและเป็นข้าวคุณภาพดี ทั้งรสชาติ รถสัมผัส ตอบสนองต่อพฤติกรรมการบริโภคของคนเมือง




บริษัท สยามธุรกิจ พับลิชชิ่ง จำกัด เลขที่​ 423 ถนนบอนด์สตรีท​ ต.บางพูด​ อ.ปากเกร็ด​ จ. นนทบุรี​ 11120
โทรศัพท์ 02-0377423 , 02-0477243 ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ