“ไทยสมายล์” เน้นมาตรฐานความปลอดภัย

วันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2562

“ไทยสมายล์” เน้นมาตรฐานความปลอดภัย


ถึงแม้การเดินทางด้วยเครื่องบินจะมีสถิติโอกาสเกิดอุบัติเหตุน้อยที่สุดก็ตาม แต่ทุกครั้งที่ได้ยินข่าวอุบัติเหตุเครื่องบินตก สูญหาย สร้างความเสียหายรุนแรง หรือแค่เที่ยวบินมีปัญหาจนเกิดความล่าช้า ก็ส่งผลให้หลายคนวิตกกังวลและขาดความเชื่อมั่นในการโดยสารทางอากาศไปโดยปริยาย นั่นทำให้สายการบินไม่อาจนิ่งนอนใจได้ โดยเฉพาะไทยสมายล์ ขอใช้พื้นที่นี้ประกาศความชัดเจนว่า หากต้องการเรียกความเชื่อมั่นของผู้โดยสารกลับมา จำเป็นต้องสื่อสารเบื้องหลังการบินผ่านผู้ที่ใกล้ชิดและเป็นกูรูรู้จริงเรื่องความปลอดภัยมากที่สุด นั่นคือนักบินที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญสูงของไทยสมายล์

กัปตันอภิธัช ลิมปิสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติการ สายการบินไทยสมายล์ เปิดเผยว่า ไทยสมายล์ในฐานะสายการบินระดับภูมิภาคที่ให้บริการแบบฟูลเซอร์วิสเชื่อมต่อจุดหมายปลายทางทั้งในและต่างประเทศ พร้อมรางวัลการันตีจากเว็บไซต์ TripAdvisor ที่ยกย่องให้เป็นสายการบินยอดเยี่ยมอันดับหนึ่งของประเทศไทย และสายการบินยอดเยี่ยมในภูมิภาคเอเชีย ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 พร้อมเคยสร้างสถิติบินตรงเวลา On-Time Performance Daily 100% และเฉลี่ยอยู่ที่กว่า 90% เกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้นั้น ไทยสมายล์ยังคงรักษาและยึดมั่นมาตรฐานความปลอดภัยมาโดยตลอดตั้งแต่ครั้งเริ่มก่อตั้งธุรกิจ

สำหรับมาตรฐานเครื่องบินทั้ง 20 ลำที่ให้บริการอยู่ขณะนี้ ไทยสมายล์ให้บริการเครื่องบินใหม่แกะกล่อง Airbus A320-232 จากประเทศฝรั่งเศสและเยอรมนี โดยไทยสมายล์ให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอนด้วยการส่งทีมงานไปสำรวจตั้งแต่กระบวนการประกอบเครื่องบิน และมีทีมงานรับเครื่องบินพร้อมตรวจสอบอย่างละเอียด ซึ่งจะต้องผ่านรูปแบบการตรวจรับว่าทุกชิ้นส่วนทุกองค์ประกอบจะต้องทำงานอย่างถูกต้องสมบูรณ์ ไม่ผิดพลาดอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ยังส่งนักบินเข้าร่วมทำการบินทดสอบกับทีมงานของแอร์บัส ก่อนที่จะมีการส่งมอบและนำเครื่องบินมาให้บริการแก่ผู้โดยสาร รวมทั้งกระบวนการซ่อมบำรุงเครื่องบิน ยังได้เพิ่มความเชื่อมั่นในการเดินทางแก่ผู้โดยสารโดยส่งเครื่องบินทุกลำเข้ารับการซ่อมบำรุงจากบริษัทการบินไทยซึ่งมีมาตรฐานระดับสากลรองรับ

ด้านมาตรฐานความปลอดภัยจากนักบินในสังกัดกว่า 200 คนที่ประจำการครบเครื่องบินทุกลำนั้น ไทยสมายล์ให้ความใส่ใจตั้งแต่มาตรการคัดกรองนักบินคุณภาพ ประกอบด้วยนักบินที่มีประสบการณ์และมีชั่วโมงบินมาแล้วอย่างเชี่ยวชาญในเครื่องบินรุ่นที่ให้บริการอยู่ หรือนักบินที่มีประสบการณ์บินมาแล้วกับเครื่องบินแบบอื่น แต่ยังไม่เคยบินกับเครื่องบินที่บริษัทมี (Qualified Pilot) รวมถึงนักบินผู้ช่วย (Co-Pilot) และ นักเรียนทุนการบินของบริษัท (Student Pilot) ซึ่งต้องผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวด ทั้งพื้นฐานความรู้ ความสามารถ และความถนัดในด้านการบิน และมากไปกว่านั้นยังต้องผ่านการทดสอบด้านทัศนคติที่เรียกว่า Aptitude Test อีกด้วย

กัปตัน ฐณัฐ เพียนอก ผู้อำนวยการฝ่ายฝึกอบรมการปฏิบัติการ สายการบินไทยสมายล์ ขยายความถึงกระบวนการฝึกอบรมนักบินของไทยสมายล์ว่า ก่อนจะเป็นนักบินของไทยสมายล์จะต้องผ่านการเคี่ยวกรำอย่างเข้มข้น นักบินทุกคนต้องผ่านการฝึกที่ได้มาตรฐาน ตั้งแต่พื้นฐานจากศูนย์ฝึกโรงเรียนการบิน จนได้เป็นนักบินพาณิชย์ตรี (Commercial Pilot License) ก่อนที่จะมาเป็นนักบินสายการบินพาณิชย์ จากนั้นจึงจะเข้ารับการอบรมความรู้เพิ่มเติมที่บริษัท เพื่อเตรียมตัวที่จะเข้ารับการอบรมการฝึกบินเครื่องบินแบบ Airbus A320 และนอกจากจะต้องผ่านหลักสูตรที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) แล้ว ล่าสุดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ไทยสมายล์ลงทุนกว่า 2 ล้านบาทต่อคน ในการส่งนักบินไปฝึกที่หน่วยงานมาตรฐานระดับโลกอย่าง Airbus Asia Training Centre ประเทศสิงคโปร์ เพื่อทำการฝึกกับเครื่องฝึกบินจำลองให้เชี่ยวชาญและเรียนรู้เทคโนโลยีทางด้านการบินที่พัฒนาขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งมีความเข้มข้นเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นจะกลับมาเข้ารับการฝึกร่วมกับครูการบินบนเครื่องบินจริงที่มีผู้โดยสาร โดยนักบินจะต้องนำความรู้ ความสามารถที่ฝึกฝนมา นำมาใช้ปฏิบัติให้เกิดทักษะความชำนาญบนพื้นฐานของความปลอดภัยสูงสุด นำไปสู่เส้นทางอาชีพนักบินพาณิชย์นั่นเอง

กัปตันอภิธัช กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกเหนือจากมาตรฐานการบินตามหลักเกณฑ์แล้ว ไทยสมายล์ยังมุ่งเน้นด้านความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ โดยมีการฝึกการใช้เครื่องมือให้แม่นยำ ตลอดจนการเพิ่มเติมทักษะต่างๆ เพื่อผลลัพธ์ด้านประสบการณ์ ทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและปัญหาที่คาดการณ์ว่าอาจเกิดขึ้น ทำให้นักบินมีความพร้อมเต็มที่ทุกครั้งที่ต้องปฏิบัติการบิน      

“นอกจากจะฝึกหนักแล้ว นักบินยังต้องรอบรู้บนพื้นฐานความรู้และข้อมูลที่มากพอด้วย ซึ่งความเชื่อมโยงด้านความปลอดภัยของเครื่องบินกับตัวนักบินมีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการสื่อสาร ทุกๆ การเปลี่ยนแปลง และการถ่ายทอดข้อมูล การให้ข้อมูลที่มากเพียงพอระหว่างผู้ผลิตเครื่องบิน สายการบิน และตัวนักบินอย่างต่อเนื่อง เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการสร้างระบบมาตรฐานเครื่องบินและนักบินทั่วโลก”

กัปตันอภิธัช กล่าวต่อว่า บุคลากรของไทยสมายล์ทุกคนยังมีความคุ้นชินกับการควบคุมมาตรฐานและการตรวจสอบภายในจากส่วนกลางเสมอ และมีความตระหนักรู้ในเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยอยู่ในหัวใจทุกคน ซึ่งสำหรับนักบินแล้วต้องสอบผ่านทั้งด้าน Quality Control ซึ่งจะมีการตรวจสอบประสิทธิภาพเครื่องบิน ศักยภาพการบินของนักบิน และกระบวนการสอนของครูการบินในรอบปี (Period Check) รวมทั้งระบบ Quality Assurance ที่จะควบคุมการตรวจสอบอีกขั้นหนึ่ง นอกจากนั้นไทยสมายล์ยังถูกตรวจสอบจากหน่วยงานภายนอกอีกด้วย อาทิ Star Alliance สำหรับด้านความปลอดภัย และในบทบาทธุรกิจการบินก็จะต้องผ่านมาตรฐาน ISO  เป็นต้น

อีกมาตรการหนึ่งที่สะท้อนถึงความปลอดภัยของการให้บริการการบินพาณิชย์ คือนักบินต้องทำงานอย่างมีความสุขด้วย ซึ่งไทยสมายล์มีวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีม (Teamwork) ทั้งการสร้างโจทย์เพื่อระดมความคิดที่มีต่อสถานการณ์ต่างๆ ตลอดจนพูดคุยปรึกษาวิธีการแก้ไขเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หรือปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และหากเกิดความผิดพลาดขึ้นแม้เพียงเล็กน้อย นักบินไทยสมายล์จะไม่ยอมปล่อยผ่าน แต่จะเก็บเป็นกรณีศึกษาให้กับเพื่อนนักบินและรุ่นน้องต่อไป และไม่ใช่แค่เรื่องใหญ่ๆ เท่านั้น ถึงจะเป็นเรื่องส่วนตัวเล็กน้อยอย่าง การใช้โซเชียลมีเดียอาจส่งผลกระทบต่อตัวนักบินได้ นักบินก็จะคอยตักเตือนกันให้ใช้อย่างระมัดระวัง เป็นต้น  

นอกจากนั้น เสน่ห์ของวัฒนธรรมองค์กรแบบไทยสมายล์จะไม่เพ็งเล็งหรือจ้องจับผิดตัวบุคคล เนื่องจากเทคโนโลยีระบบการจัดการสามารถวัดผลการทำงานของนักบินแต่ละคนได้อยู่แล้ว บวกกับในขั้นตอนระหว่างฝึกนั้น นักบินย่อมต้องผ่านการประเมินด้านจริยธรรมจรรยาบรรณอย่างเข้มข้น ฉะนั้นการปฏิบัติตามกฎ ความมีวินัยจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนยึดถือกันเป็นเรื่องปกติ แต่ถึงจะไม่จับผิดที่ตัวบุคคล ก็จะไม่ปกป้องคนผิดเช่นกัน ซึ่ง กัปตันอภิธัช กล่าวย้ำให้ผู้โดยสารทุกคนมั่นใจว่า ถ้าสอบสวนแล้วนักบินทำผิดจริง มีความร้ายแรงก่อให้เกิดความเสียหาย ไทยสมายล์ก็มีมาตรการในการจัดการ มีบทลงโทษที่หนักพอสมควร

เหตุผลที่ไทยสมายล์เข้มงวดโดยเฉพาะเรื่องมาตรการความปลอดภัยนั้น ไม่เพียงแต่เป็นคีย์ซัคเซสของธุรกิจการบินเท่านั้น แต่ทั้งหมดที่เราทำก็เพื่อให้ทุกเที่ยวบินของไทยสมายล์มีความปลอดภัยสูงสุด เพื่อให้ผู้โดยสารทุกคนเดินทางถึงจุดหมายโดยสวัสดิภาพนั่นเอง” กัปตันอภิธัช




บริษัท สยามธุรกิจ พับลิชชิ่ง จำกัด เลขที่​ 423 ถนนบอนด์สตรีท​ ต.บางพูด​ อ.ปากเกร็ด​ จ. นนทบุรี​ 11120
โทรศัพท์ 02-0377423 , 02-0477243 ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ