ณัฐ วงศ์พานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด หรือ ซีอาร์จี กล่าวว่า สำหรับปี 2562 ภาพรวมตลาดธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยที่มีเม็ดเงินมูลค่ามากกว่า 410,000 ล้านบาท คาดการณ์ว่าจะขยายตัวเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3-5% ต่อปี เนื่องจากผู้เล่นทุกค่ายมีการเร่งขยายสาขา ประกอบกับการเข้ามาเปิดร้านอาหารของผู้ประกอบการหน้าใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารเครือข่ายที่มีสัดส่วน 1 ใน 3 และแบรนด์ยักษ์ใหญ่ต่างงัดกลยุทธ์การแข่งขันเชิงรุกอย่างร้อนแรง เพื่อเจาะตลาดหวังขยายฐานลูกค้าทุกเซกเมนต์
ดังนั้น ในปีนี้บริษัทวางทิศทางเดินหน้าธุรกิจร้านอาหารอย่างหนักต่อเนื่องภายใต้แผนงาน Let’s Make The Jump จากในปีที่ผ่านมาที่สามารถผลักดันรายได้เติบโตรายได้สูงประมาณ 10% คิดเป็นรายได้ 12,000 ล้านบาท จากปัจจุบันมีแบรนด์ร้านอาหารในเครือ 11 แบรนด์ ได้แก่ มิสเตอร์โดนัท, เคเอฟซี,อานตี้ แอนส์, เปปเปอร์ลันช์, ชาบูตง, โคลสโตนครีมเมอรี่, เดอะเทอเรส, โยชิโนยะ, โอโตยะ, เทนยะและคัตสึยะ โดยอัตราการเติบโตดังกล่าวสูงกว่าค่าเฉลี่ยของธุรกิจร้านอาหารเครือข่าย ซึ่งเติบโตเพียง 4-5% อันเนื่องมาจากเร่งขยายสาขา ความสำเร็จในออกสินค้าใหม่ การพัฒนาบริการและการทำการตลาดเพิ่มยอดขาย ภายใต้งบลงทุนที่วางไว้ราว 1,400 ล้านบาท แบ่งเป็นเปิดสาขาใหม่ 120-130 สาขา 730 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นร้านที่ปั้นขึ้นมาใหม่ราว 20 สาขา, ปรับปรุงสาขาเดิม 250 ล้านบาท, เทคโนโลยี 300 ล้านบาท ที่เหลือเป็นงบอื่นๆ และยังใช้งบสำหรับการตลาดอีก 600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 100 ล้านบาท
โดยในปีนี้บริษัทได้ตั้งเป้าการอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดดด้วยทั้งรายได้และกำไร อัตราเติบโตมากกว่า 12% หรือคืดเป็นเม็ดเงิน 13,400 ล้านบาทและตั้งเป้าซีอาร์จีจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากปีก่อนอยู่ที่ระดับ 9% ของตลาดเซกเมนต์ร้านอาหารเครือข่าย ที่มีมูลค่ามากกว่า 140,000 ล้านบาท สำหรับแผนปีนี้บริษัทจะการลุยทำตลาดแมสมากขึ้นด้วยกลยุทธ์ “Transform from Operator to Innovator” ปรับตัวเองจากผู้รับสิทธิ์บริหารแฟรนไชส์ แล้วมาสร้างแบรนด์ของตัวเอง เช่น ร้านค้าขนาดเล็กสไตล์คาเฟ่และร้านสไตล์ Mobile unit ที่เข้าถึงลูกค้าง่ายขึ้น เพื่อเพิ่มรายได้จากการที่ปล่อยให้คนอื่นมาซื้อแฟรนไชส์ และเพิ่มกำไรด้วยรายจ่ายค่ารอยัลตี้ฟีที่จะลดลง
ล่าสุด บริษัททุ่มงบเปิดตัวแบรนด์ใหม่ 2 แบรนด์ คือ แบรนด์ “อร่อยดี” โดย “อร่อยดี” เป็นแบรนด์ร้านอาหารไทยตามสั่ง โดยเปิดไปแล้ว 3 สาขาที่สีลมซอย 32, ปั้ม ปตท. สายไหม และ ไทวัสดุ บางนา ซึ่งมีแผนจะขยายอย่างน้อย 10 สาขาในปีนี้ และมีแผนมองว่าเปิดขายแบบแฟรนไชส์ในอนาคตด้วย และและ “สุกี้เฮาส์” โดยจะประเดิมเผยโฉมสาขาแรกในเดือนเมษายนนี้ นอกจากนี้ ยังมีแผนเปิดแบรนด์ใหม่อย่างน้อย 2-3 แบรนด์ ทั้งรูปแบบการควบรวมกิจการ (Mergers and Acquisitions หรือ M&A) และการหาพาร์ทเนอร์รายย่อย เพื่อนำจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาร่วมกันสร้างกิจการร้านอาหารแนวใหม่ๆ
ด้าน ปิยะพงศ์ จิตต์จำนงค์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสฝ่ายการตลาด ซีอาร์จี กล่าวต่อว่า บริษัทจะรุกขยายบริการ Multi-brand Delivery เต็มรูปแบบ หลังเปิดตัวบริการใหม่ “1312 สั่งครั้งเดียว อร่อยหลายร้าน” จัดส่งมื้ออร่อยให้ลูกค้าจากแบรนด์ร้านอาหารในเครือซีอาร์จีทั้ง 11 แบรนด์ ในการสั่งอาหารเพียงครั้งเดียวและจ่ายค่าบริการจัดส่งเพียงครั้งเดียว ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์การขายเหนือคู่แข่งในตลาด โดยปีนี้จะขยายเข้าสู่ช่องทาง Omni Channel ลูกค้าสามารถสั่งอาหารจากร้านอาหาร ทั้งกลุ่มซีอาร์จี รวมถึงการจองร้านอาหาร และออเดอร์ต่างๆ ผ่านแอพพลิเคชั่น “CRG 1312” คาดจะเปิดให้บริการภายในเดือนเมษายนนี้
สำหรับการลุยตลาด “เดลิเวอรี่” ปีนี้ซีอาร์จีคาดว่ารายได้จากช่องทางนี้จะเติบโตขึ้น 5 เท่า จากปีที่ผ่านมียอดขาย 70-80 ล้าน ไม่รวมเคเอฟซี หากรวมจะมียอดขายราว 600 ล้านบาท มีส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มร้านอาหารที่ส่งผ่านเดลิเวอรี่ 8% ส่วนปีนี้หากเป็นไปตามแผนจะมียอดขายรวมกัน 1,000 ล้านบาท ส่วนแบ่งเพิ่มเป็น 10%