“ซีอาร์จี” ลั่นกลองรบสู้ศึกฟู้ด ดิสรัปชั่น ผุด แอพฯ ลุยเดลิเวอรี่ ปั้นแบรนด์เจาะตลาดแมส

วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562

“ซีอาร์จี” ลั่นกลองรบสู้ศึกฟู้ด ดิสรัปชั่น ผุด แอพฯ ลุยเดลิเวอรี่ ปั้นแบรนด์เจาะตลาดแมส


ณัฐ วงศ์พานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด หรือ ซีอาร์จี  กล่าวว่า สำหรับปี 2562 ภาพรวมตลาดธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยที่มีเม็ดเงินมูลค่ามากกว่า 410,000 ล้านบาท คาดการณ์ว่าจะขยายตัวเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3-5% ต่อปี เนื่องจากผู้เล่นทุกค่ายมีการเร่งขยายสาขา ประกอบกับการเข้ามาเปิดร้านอาหารของผู้ประกอบการหน้าใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารเครือข่ายที่มีสัดส่วน 1 ใน 3 และแบรนด์ยักษ์ใหญ่ต่างงัดกลยุทธ์การแข่งขันเชิงรุกอย่างร้อนแรง เพื่อเจาะตลาดหวังขยายฐานลูกค้าทุกเซกเมนต์

ดังนั้น ในปีนี้บริษัทวางทิศทางเดินหน้าธุรกิจร้านอาหารอย่างหนักต่อเนื่องภายใต้แผนงาน Let’s Make The Jump จากในปีที่ผ่านมาที่สามารถผลักดันรายได้เติบโตรายได้สูงประมาณ 10% คิดเป็นรายได้ 12,000 ล้านบาท จากปัจจุบันมีแบรนด์ร้านอาหารในเครือ 11 แบรนด์ ได้แก่ มิสเตอร์โดนัทเคเอฟซี,อานตี้ แอนส์เปปเปอร์ลันช์ชาบูตงโคลสโตนครีมเมอรี่เดอะเทอเรสโยชิโนยะโอโตยะเทนยะและคัตสึยะ โดยอัตราการเติบโตดังกล่าวสูงกว่าค่าเฉลี่ยของธุรกิจร้านอาหารเครือข่าย ซึ่งเติบโตเพียง 4-5%  อันเนื่องมาจากเร่งขยายสาขา ความสำเร็จในออกสินค้าใหม่ การพัฒนาบริการและการทำการตลาดเพิ่มยอดขาย ภายใต้งบลงทุนที่วางไว้ราว 1,400 ล้านบาท แบ่งเป็นเปิดสาขาใหม่ 120-130 สาขา 730 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นร้านที่ปั้นขึ้นมาใหม่ราว 20 สาขาปรับปรุงสาขาเดิม 250 ล้านบาทเทคโนโลยี 300 ล้านบาท ที่เหลือเป็นงบอื่นๆ และยังใช้งบสำหรับการตลาดอีก 600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 100 ล้านบาท

โดยในปีนี้บริษัทได้ตั้งเป้าการอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดดด้วยทั้งรายได้และกำไร อัตราเติบโตมากกว่า 12% หรือคืดเป็นเม็ดเงิน 13,400 ล้านบาทและตั้งเป้าซีอาร์จีจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากปีก่อนอยู่ที่ระดับ 9% ของตลาดเซกเมนต์ร้านอาหารเครือข่าย ที่มีมูลค่ามากกว่า 140,000 ล้านบาท สำหรับแผนปีนี้บริษัทจะการลุยทำตลาดแมสมากขึ้นด้วยกลยุทธ์ “Transform from Operator to Innovator” ปรับตัวเองจากผู้รับสิทธิ์บริหารแฟรนไชส์ แล้วมาสร้างแบรนด์ของตัวเอง เช่น ร้านค้าขนาดเล็กสไตล์คาเฟ่และร้านสไตล์ Mobile unit ที่เข้าถึงลูกค้าง่ายขึ้น เพื่อเพิ่มรายได้จากการที่ปล่อยให้คนอื่นมาซื้อแฟรนไชส์ และเพิ่มกำไรด้วยรายจ่ายค่ารอยัลตี้ฟีที่จะลดลง

ล่าสุด บริษัททุ่มงบเปิดตัวแบรนด์ใหม่  2 แบรนด์  คือ แบรนด์ อร่อยดี” โดย อร่อยดี” เป็นแบรนด์ร้านอาหารไทยตามสั่ง โดยเปิดไปแล้ว 3 สาขาที่สีลมซอย 32ปั้ม ปตท. สายไหม และ ไทวัสดุ บางนา  ซึ่งมีแผนจะขยายอย่างน้อย 10 สาขาในปีนี้ และมีแผนมองว่าเปิดขายแบบแฟรนไชส์ในอนาคตด้วย และและ สุกี้เฮาส์” โดยจะประเดิมเผยโฉมสาขาแรกในเดือนเมษายนนี้ นอกจากนี้ ยังมีแผนเปิดแบรนด์ใหม่อย่างน้อย 2-3 แบรนด์ ทั้งรูปแบบการควบรวมกิจการ (Mergers and Acquisitions หรือ M&A) และการหาพาร์ทเนอร์รายย่อย เพื่อนำจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาร่วมกันสร้างกิจการร้านอาหารแนวใหม่ๆ

ด้าน ปิยะพงศ์ จิตต์จำนงค์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสฝ่ายการตลาด ซีอาร์จี กล่าวต่อว่า บริษัทจะรุกขยายบริการ Multi-brand Delivery เต็มรูปแบบ หลังเปิดตัวบริการใหม่ 1312 สั่งครั้งเดียว อร่อยหลายร้าน” จัดส่งมื้ออร่อยให้ลูกค้าจากแบรนด์ร้านอาหารในเครือซีอาร์จีทั้ง 11 แบรนด์ ในการสั่งอาหารเพียงครั้งเดียวและจ่ายค่าบริการจัดส่งเพียงครั้งเดียว ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์การขายเหนือคู่แข่งในตลาด โดยปีนี้จะขยายเข้าสู่ช่องทาง Omni Channel  ลูกค้าสามารถสั่งอาหารจากร้านอาหาร ทั้งกลุ่มซีอาร์จี รวมถึงการจองร้านอาหาร และออเดอร์ต่างๆ ผ่านแอพพลิเคชั่น “CRG 1312” คาดจะเปิดให้บริการภายในเดือนเมษายนนี้

สำหรับการลุยตลาด เดลิเวอรี่” ปีนี้ซีอาร์จีคาดว่ารายได้จากช่องทางนี้จะเติบโตขึ้น 5 เท่า จากปีที่ผ่านมียอดขาย 70-80 ล้าน ไม่รวมเคเอฟซี หากรวมจะมียอดขายราว 600 ล้านบาท มีส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มร้านอาหารที่ส่งผ่านเดลิเวอรี่ 8% ส่วนปีนี้หากเป็นไปตามแผนจะมียอดขายรวมกัน 1,000 ล้านบาท ส่วนแบ่งเพิ่มเป็น 10%



บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ