นายกิตติชาญ คงแป้น ผู้จัดการทั่วไป ธุรกิจร้านอาหาร เดอะพิซซ่า คอมปะนี ในเครือไมเนอร์ กล่าวว่า จากไลฟ์สไตล์พฤติกรรมผู้บริโภคที่แปรเปลี่ยนไปในการใช้ชีวิตและเลือกรับประทานอาหาร ประกอบกับสถานการณืร้านอาหารที่มีการแข่งขันกันรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้ทางเราเองในฐานะที่เป็นแบรนด์ร้านพิซซ่าเบอร์ 1 ในตลาดเมืองไทยมานานกว่า 17 ปี ล่าสุดเราจึงได้ใช้งบราวกว่า 10 ล้านบาท รีโนเวตปรับโฉมคอนเซ็ปท์ร้านใหม่ ภายใต้คอนเซปโดยเน้นการสร้าง ''Dining Experience" หรือ "ความประทับใจในทุกมื้ออาหาร" ทั้งเมนูอาหารและเครื่องดื่มรูปแบบใหม่ ภายใต้การตกแต่งในคอนเซ็ปต์ Casual Lifestyle ผสมกลิ่นอาย Italian เพื่อตอบโจทย์ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้า หรือ Social Lovers ในการเข้ามารับประทานอาหารและชอบแชร์ประสบการณ์และความประทับใจในการรับประทานอาหาร พร้อมเปิดเมนูใหม่ที่มีอาหารใหม่ๆ นอกเหนือจากเมนูพิซซ่าเพิ่มเข้าไปมากขึ้น เพื่อขยายไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ที่อาจจะไม่ได้ชอบทานพิซซ่าแต่ก็สามารถเข้ามารับประทานในร้านเราได้ ซึ่งคอนเซปต์ร้านใหม่นี้ได้เปิดให้บริการแล้ววันนี้กับสาขาแรก คือ สยามเซ็นเตอร์ และ หลังจากนี้ บริษัทฯมีแผนที่จะปรับโฉมร้าน เดอะ พิซซ่า คอมปะนี สาขาเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว เป็นที่ต่อไป และในเครือเซ็นทรัลทั้งหมดและอีกประมาณ 20-30 สาขาในปีหน้า คาดว่าภายใน 5 ปีจะสามารถปรับโฉมได้หมดในสาขาที่มีความเหมาะสม
“ ปีนี้ที่ถือว่าเป็นปีที่บริษัทลงทุนทุ่มงบมากที่สุดในรอบ 17 ปี ในการเปิดสาขาใหม่รวมกันมากกว่า 70 สาขา ทั้งใน กทม. ปริมณฑล 30% และใน ตจว.อีก 70% แบ่งเป็น ร้านนั่งทาน 20 สาขา และร้านดีลิเวอรี่หรือเดลโก้ 50 สาขา จากที่ผ่านมาเฉลี่ยเปิดใหม่แค่ 20-30 สาขาเท่านั้นเอง ดังนั้น หลังจากการปรับโฉมร้านภายใต้คอนเซปดังกล่าวแล้ว คาดว่าจะทำให้ปริมาณลูกค้าเข้าร้านมากขึ้น จากเดิมมีประมาณ 10 ล้านคนต่อปี และมีความถี่ในการเข้าร้าน 2.5 ครั้งต่อเดือน จากเดิม 1 ครั้งต่อเดือน มีค่าใช้จ่ายประมาณ 500 – 600 บาทต่อบิล ซึ่งจากปัจจุบันมีรายได้จากมาทานพิซซ่าที่ร้านเติบโตประมาณ 1หลัก และยอดขายจากร้านเดลโก้ (ดิลิเวอรี่) เติบโต 2 หลัก จากปัจจุบันเดอะพิซซ่ามีจำนวน 400 สาขาในไทย แบ่งเป็น ร้านนั่งทาน 200 สาขาและร้านเดลโก้ 200 สาขา และ ปัจจุบันสามารถแบ่งสัดส่วนรายได้ออกเป็นมาทานในร้าน 40% เดลโก้ (ดิลิเวอรี่) 40% และ Take home 20%”
ผู้บริหาร กล่าวต่อว่า ตลาดรวมพิซซ่าในไทยมีมูลค่ารวมมากกว่า 10,000 ล้านบาท เติบโตราว 10% ทุกปี ปัจจุบันมีผู้ประกอบการรายใหญ่เพียง 3 รายเท่านั้น ซึ่งเบอร์ 1 ก็คือ เรา เดอะพิซซ่า คอมปะนี ซึ่งมีแชร์อยู่ในตลาดราว 70% รองลงมาคือ แบรน์ พิซซ่าฮัท และ นารายณ์พิซเซอเรีย เป็นต้น ด้วยเหตุนี้บริษัมองว่าตลาดพิซซ่ายังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก แม้ว่าปัจจุบันธุรกิจร้านอาหารจะแข่งขันกันรุนแรงก็ตาม ผู้บริโภคมีทางเลือกมากมา ยแต่ตลาดพิซซ่า ก็ยังไม่อิ่มตัว ยังเติบโตได้อีก ทำให้บริษัทได้วางแผนดำเนินธุรกิจรระยะยาวภายใน 5ปี นับจากนี้ (ปี 2562-2566) จะขยายการเติบโตของธุรกิจเดอะพิซซ่าเพิ่มเป็นเท่าตัว ทั้งในแง่รายได้จากปัจจุบันมีเดอะพิซซ่ามีรายได้ 7,000 ล้านบาท และ จำนวนสาขาจากปัจจุบันมี 400 สาขา เพิ่มเป็น 800 สาขา ในทุกรูปแบบ หรือลงทุนปีละประมาณ 600 ล้านบาท เฉลี่ยเปิดปีละ 50-60 สาขา