กทท. ให้เอกชนลงทุนต่อ ทลฉ. ขั้นที่ 1-2
พร้อมชวนร่วมประมูลท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3

วันอังคารที่ 06 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

กทท. ให้เอกชนลงทุนต่อ ทลฉ. ขั้นที่ 1-2 <br> พร้อมชวนร่วมประมูลท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3


การท่าเรือฯ เตรียมให้เอกชนร่วมลงทุนต่อท่าเรือแหลมฉบัง ขั้นที่ 1 และ 2 หลังหมดสัญญา โดยให้คํานึงถึงประโยชน์ของรัฐและความต่อเนื่องในการดําเนินกิจการของรัฐ พร้อมเชิญชวนภาคเอกชนร่วมประมูลท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 คาดว่า ได้ผู้ชนะเดือนมี.ค. 62

ร้อยตำรวจตรี มนตรี ฤกษ์จำเนียร ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง รักษาการแทนผู้อำนวยการ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยว่า ท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) เปิดดำเนินการโครงการท่าเรือแหลมฉบัง ขั้นที่ 1 และ 2 โดยให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนตั้งแต่ปี 2534 โดยจะมีท่าเทียบเรือที่สิ้นสุดอายุสัญญาสัมปทาน ในปี 2563-2564 ได้แก่ ท่าเทียบเรือ A5 B2 B3 และ B4 ตามพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุน ในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 กทท.จะต้องศึกษาและจัดทําแนวทางการดําเนินกิจการของรัฐภายหลัง จากสัญญาร่วมลงทุนสิ้นสุด โดยเปรียบเทียบการดําเนินกิจการของรัฐกรณีที่หน่วยงานของรัฐดําเนินการเอง กรณีให้เอกชนร่วมลงทุน และกรณีให้เอกชนรายเดิมร่วมลงทุนตามมาตรา 48 แห่ง พ.ร.บ. ร่วมลงทุนฯ พ.ศ. 2556 เสนอต่อกระทรวงเจ้าสังกัดอย่างน้อยห้าปี ก่อนที่สัญญาร่วมลงทุนจะสิ้นสุดลง

โดยให้คํานึงถึงประโยชน์ของรัฐและความต่อเนื่องในการดําเนินกิจการของรัฐ เพื่อเสนอให้รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม พิจารณาเสนอต่อคณะกรรมการ PPP ให้ความเห็นชอบและเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป ซึ่ง กทท. ได้ดำเนินการจ้างที่ปรึกษาฯ เพื่อศึกษาและเสนอแนวทางการดำเนินการตามมาตรา 48 ต่อคณะกรรมการ กทท. กรณีของท่าเทียบเรือ B2 B3 และ B4 ซึ่งคณะกรรมการ กทท. มีมติเห็นชอบให้เอกชนร่วมลงทุน โดย ให้มีการควบรวมท่าเทียบเรือ 3 ท่า ความยาวหน้าท่าๆ ละ 300 เมตร ให้เป็น 2 ท่า มีความยาวหน้าท่าๆ ละ 450 เมตร ขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้ความเห็นต่อคณะกรรมการ PPP เพื่อพิจารณาเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป 

เมื่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบให้เอกชนร่วมลงทุนตามมาตรา 48 แล้ว กทท. จะต้องว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเพื่อจัดทํารายงานผลการศึกษาและวิเคราะห์โครงการ และที่ปรึกษาต้องจัดทํารายงานเป็นเอกเทศตามรายละเอียดที่คณะกรรมการกําหนดในมาตรา 24 และสาระสําคัญอื่นๆ ที่ที่ปรึกษาเห็นสมควร และให้หน่วยงานเจ้าของโครงการส่งรายงานของที่ปรึกษา เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาโครงการเสนอผลการศึกษาและวิเคราะห์โครงการต่อรัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนเสนอคณะกรรมการ PPP และคณะรัฐมนตรีพิจารณาในมาตรา 26 หลังจากนั้น กทท. จะดำเนินการสรรหาเอกชนร่วมลงทุนในโครงการท่าเทียบเรือ B2 B3 และ B4 ซึ่งคาดว่าจะได้ตัวเอกชนร่วมลงทุนท่าเทียบเรือดังกล่าวภายในปี 2565 

ในส่วนของท่าเทียบเรือ A5 นั้น คณะกรรมการ กทท. มีมติเห็นชอบให้เอกชนรายเดิมร่วมลงทุน ภายหลังสิ้นสุดสัญญาประกอบการท่าเทียบเรือ A5 ของบริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) และเห็นชอบรูปแบบการพัฒนาท่าเทียบเรือ A5 โดยให้ปรับปรุงหลักผูกเรือกลางน้ำและต่อขยายอีก 70 เมตร (ความยาวหน้าท่าเดิม 527 เมตร หลักผูกเรือกลางน้ำเดิม 170 เมตร) และให้ผู้ประกอบการเป็นผู้ลงทุนในส่วนต่อขยาย ทั้งนี้ คณะกรรมการ กทท. ได้มีข้อเสนอแนะในเรื่องการปรับเฉลี่ยการจ่ายค่าเช่าของท่าเทียบเรือ A5 เพื่อลดความเสี่ยงในอนาคต ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้ความเห็นต่อคณะกรรมการ PPP พิจารณาเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป

ร้อยตำรวจตรี มนตรี ยังกล่าวถึงการรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนสำหรับโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 (ครั้งที่ 2) ว่า การสัมมนาฯ ครั้งนี้ ได้รับความสนใจจาก กลุ่มเอกชนในรูปแบบของนิติบุคคลรายเดียวและนิติบุคคลรวมกลุ่ม จำนวนทั้งสิ้น 21 ราย จาก 8 ประเทศ โดยโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ในส่วนของท่าเทียบเรือ F เป็นหนึ่งในโครงการเร่งด่วนของพื้นที่ EEC ที่ กทท. จะเปิดให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนเป็นลำดับแรก ซึ่งโครงการท่าเทียบเรือ F เป็นท่าเทียบเรือตู้สินค้า มีความยาวหน้าท่ารวม 2,000 เมตร ประกอบด้วยท่าเทียบเรือตู้สินค้า F1 และ F2 มีความยาวหน้าท่าๆ ละ 1,000 เมตร สามารถรองรับปริมาณตู้สินค้าได้อย่างน้อย 4 ล้านที.อี.ยู.ต่อปี มีระยะเวลาสัมปทาน 35 ปี นับถัดจากวันที่ กทท. มีหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน ซึ่งคาดว่า กทท. จะส่งมอบพื้นที่ให้เอกชนคู่สัญญาได้ภายในปี 2564 โดยเอกชนคู่สัญญาจะต้องดำเนินการออกแบบและก่อสร้างท่า F1 และ F2 พร้อมจัดหาอุปกรณ์ให้แล้วเสร็จและเปิดให้บริการภายในระยะเวลา 2 ปี และ 6 ปี ตามลำดับ นับถัดจากวันที่ กทท. มีหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน สำหรับท่าเทียบเรือ E และท่าเทียบเรือ E0 จะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนในภายหลัง 

ทั้งนี้ คณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กบอ.) และคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ได้เห็นชอบหลักการโครงการพัฒนา ท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ในส่วนของท่าเทียบเรือ F และกรอบการกู้เงินลงทุนของโครงการฯ เรียบร้อยแล้ว และได้ผ่านมติคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 30 ตุลาคม 2561 โดยคาดว่าจะลงนามในสัญญาได้ในเดือนมีนาคม 2562




บริษัท สยามธุรกิจ พับลิชชิ่ง จำกัด อาคารเลขที่ 169/98 อาคารเสริมทรัพย์ ชั้น 5 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ 0-2692-5100 หรือ ID Line : @LBU8361R ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ