“คิงส์ดีแพค”รุกหนักตลาดถุงขยะบุกชิลี-อาเซียน ผุดรง.แห่ง2-กัมพูชา รับตลาดโต

วันศุกร์ที่ 02 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

“คิงส์ดีแพค”รุกหนักตลาดถุงขยะบุกชิลี-อาเซียน ผุดรง.แห่ง2-กัมพูชา รับตลาดโต


นายทวี จุลศักดิ์ศรีสกุล คณะกรรมการ บริษัท คิงส์ ดีแพค ดิสทริบิวชั่น จำกัด ในกลุ่มบริษัท คิงส์ ดีแพค ดิสทริบิวชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ถุงพลาสติกชนิดอ่อนแบรนด์ ฮีโร่กล่าวว่า ตลาดรวมถุงพลาสติกทุกประเภทคาดว่าจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาท เติบโตปีละไม่ต่ำกว่า 10% ซึ่งกลุ่มโตสุดคือ กลุ่มถุงขยะมีมูลค่า 15,000 ล้านบาท โตไม่ต่ำกว่า 30% ทั้งนี้ การเติบโตมาจากหลายปัจจัย เช่น การใส่ใจเรื่องของการแยกขยะ, ภาครัฐสนับสนุนการใช้ถุงขยะในการจัดเก็บขยะไปทิ้ง และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ขยายตัว รวมถึงปัญหาขยะล้นเมือง นอกจากนี้เฮาส์แบรด์ในห้างค้าปลีกมียอดขายเพิ่มขึ้น เหตุห้างสรรพสินค้าลดการใช้ถุงบรรจุภัณฑ์ แม้ว่ากลุ่มถุงพลาสติกหูหิ้วจะมีมูลค่าตลาดใหญ่สุดกว่า 50,000 ล้านบาท และปีที่ผ่านมาเฉพาะกลุ่มห้างค้าปลีกจะมีการใช้ถุงพลาสติกใส่ของให้ลูกค้ากว่า 45,000 ล้านใบ ให้เหลือ 20,000 ล้านใบในปี 2562

สำหรับแผนการตลาดปีนี้ใช้งบตลาดกว่า 100 ล้านบาท พร้อมจัดแคมเปญส่งเสริมการขาย และได้ดึง “เบน-ชลาทิศ” เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ในปีนี้ เชื่อว่าถึงสิ้นปีจะมียอดขายกว่า 600 ล้านบาท หรือคิดเป็น 4% ของตลาด และปีหน้าจะเพิ่มเป็น 1,000 ล้านบาท และขึ้นเป็นผู้นำในตลาดถุงขยะได้ จากปัจจุบันกลุ่มถุงขยะผู้เล่นหลักคือเฮาส์แบรนด์ของห้างค้าปลีก และปี2562 จะเพิ่มงบการตลาดเป็น150 ล้านบาท ทำตลาดทุกช่องทาง

อย่างไรก็ตาม บริษัทเป็นผู้ผลิตถุงพลาสติกรายใหญ่ท็อป 5 ของเอเชีย อยู่ในตลาดกว่า 40 ปี ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม B2B ทั้งต่างประเทศ เช่น ห้างวอลล์มาร์ท, เทสโก้ และห้างในประเทศเกือบทั้งหมด เพื่อต้องการเติบโตแบบยั่งยืน 3 ปีที่ผ่านมาจึงปั้นแบรนด์ฮีโร่เข้ามารุกตลาดคอนซูเมอร์ ซึ่งแบรนด์ฮีโร่จะโฟกัสใน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ คือ 1. กลุ่ม Keep Food Fresh เป็นถุงพลาสติกที่สัมผัสอาหารโดยตรง 2. กลุ่ม Keep Item Safe บรรจุภัณฑ์อาหารและของใช้ และ 3.กลุ่ม Keep Home Clean ผลิตภัณฑ์ดูแลบ้าน

สำคัญสุดคือ ถุงขยะ HERO เป็นการใช้วัตถุดิบที่เหลือจาก 3 กลุ่มนำกลับมาผลิตใหม่ และใช้เป็นไฟติ้งโปรดักต์ในการทำตลาดคอนซูเมอร์ เชื่อว่าจะทำให้รายได้สมดุลระหว่าง OEM กับแบรนด์ฮีโร่ อยู่ที่ 50% เท่าๆ กันได้ใน 5-8 ปี จากปัจจุบันรายได้ OEM ยังเป็นสัดส่วนหลักที่ 65% และแบรนด์ฮีโร่อยู่ที่ 35% โดยรายได้จากแบรนด์ฮีโร่ทั้งหมด ปีนี้คาดว่าจะทำได้ 1,000 ล้านบาท แบ่งเป็นถุงขยะ 600 ล้านบาท และผลิตภัณฑ์ใน 3 กลุ่มหลักอีก 400 ล้านบาท ส่วนปีหน้าวางไว้ที่ 1,500 ล้านบาทเป็นอย่างน้อย และหากทำได้ถึง 2,500 ล้านบาทจึงขึ้นเป็นผู้นำในตลาดรวมถุงพลาสติกทั้งหมด

ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนส่งออก 65% ส่วนใหญ่ ส่งออกไปยังตลาดยุโรป อเมริกา และอาเชียน ส่วนตลาดที่กำลังมาแรงอีกตลาดหนึ่งคือตลาดอเมริกาใต้ อย่างชิลี ขยายตัวไปอย่างรวดเร็ว บริษัทจึงจะให้นำหนักการส่งออกไปตลาดชิลีมากขึ้น ส่วนสัดส่วนตลาดในประเทศยังอยู่ที่ 35% ในอนาคต้องการปรับสัดส่วนอยู่ที่ 50:50 เพื่อลดความเสี่ยงทางธุรกิจ

นายทวี กล่าวต่อว่า บริษัทวางแผนการลงใหม่ ปี2562 จะลงทุนโรงงานแห่งที่สอง ที่จ.ชลบุรี บริเวณถนนบางนา-ชลบุรี ใกล้กับโรงงานเดิม พื้นที่กว่า 400 ไร่ ซึ่งเฟสแรกในปี 2562-2563 จะใช้งบ 300-1,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตและความต้องการทั้งในและต่างประเทศ จากเดิมมีโรงงาน 1 แห่ง หากโรงงานใหม่แล้วเสร็จ เพิ่มกำลังการผลิตเพิ่มอีก 2,000 ตันต่อเดือน จากเดิมกำลังการผลิต 1,100 ตันต่อเดือน อีกทั้งสนใจขยายโรงงานในต่างประเทศด้วย เช่น กัมพูชา อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ แค่เพียง 10 ไร่ ก็สามารถสร้างโรงงานได้แล้ว น่าจะใช้เงินไม่เกิน 150 ล้านบาท เพื่อรองรับตลาดอาเซียนและญี่ปุ่น รวมถึงจะได้สิทธิประโยชน์ต่างๆ ของการส่งออก

 



บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ