“ธนจิรา” กางแผนธุรกิจไม่กั๊ก มุ่งอีก 2 ปีเข้าตลาดหลักทรัพย์

วันพุธที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561

“ธนจิรา” กางแผนธุรกิจไม่กั๊ก มุ่งอีก 2 ปีเข้าตลาดหลักทรัพย์


ธนจิรา” กางแผนธุรกิจไม่กั๊ก มุ่งอีก 2 ปีเข้าตลาดหลักทรัพย์

นายธนพงษ์ จิราพาณิชกุล กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า บริษัทดำเนินธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายแบรนด์ไลฟ์สไตล์พรีเมี่ยมจากต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันธนจิรามีแบรนด์ภายใต้การบริหารรวมทั้งสิ้น 4 แบรนด์ ได้แก่ “แพนดอร่า”  “มารีเมกโกะ”  “แคท คิดสตัน”  และเป็นเจ้าของแบรนด์ “ทิลด้า” โดย “แพนดอร่า” ถือเป็นเรือธงสำคัญที่ขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต สะท้อนจากสัดส่วนยอดขายที่สูงถึง 65%

บริษัทฯ เริ่มนำแพนดอร่าเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2553 เนื่องจากเล็งเห็นถึงศักยภาพของแบรนด์เครื่องประดับจากประเทศเดนมาร์ก สำหรับการทำตลาดในช่วงแรกจะเน้นสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้หญิงไทย ซึ่งตลอดระยะเวลา 8 ปี แพนดอร่าได้รับการตอบรับที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันแพนดอร่าในประเทศไทยมียอดขายสูงเป็นอันดับต้นๆ ของเอเชียแปซิฟิก ด้วยอัตราการเติบโตสองหลักอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอตั้งแต่ปีแรก และมียอดขายที่มีอัตราการเติบโตของสาขาเฉลี่ยถึง 25%”

โดยที่ผ่านมาบริษัทเดินหน้าสร้างแบรนด์ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดและมั่นคง ด้วยการวางแผนการดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ดังนี้ 1. สร้างความเชื่อมโยงของแบรนด์ในชีวิตประจำวันของกลุ่มเป้าหมาย 2. ขยายสาขาในเวลาอันรวดเร็วบนพื้นที่ยุทธศาสตร์ ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ครอบคลุม ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด  3. การแบ่งส่วนการตลาดโดยแบ่งจากพฤติกรรมการบริโภค และ 4. สื่อสารและให้ความรู้กับกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความน่าสนใจให้กับแบรนด์อยู่เสมอ

ล่าสุดทุ่มงบกว่า 28 ล้านบาท เปิด “แพนดอร่า แฟล็กชิพสโตร์” รูปโฉมใหม่แห่งแรกในประเทศไทยและเอเชียแปซิฟิก ภายใต้คอนเซ็ปต์ “A New Evolution Design” เพื่อให้ผู้บริโภคได้สัมผัสกับบริการแบบเอ็กซ์คลูซีฟด้วยมาตรฐานแบบลักชัวรี่แบรนด์  โดยเปิดให้บริการบริเวณชั้น 1 โซนเซ็นทรัลคอร์ท (ลิฟท์แก้ว) ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

สำหรับแผนการดำเนินงานต่อจากนี้ จะยังคงขับเคลื่อนแบรนด์ด้วย 2 กลยุทธ์หลัก พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำกลุ่มสินค้าสร้อยข้อมือและชาร์ม ขยายกลุ่มสินค้าประเภทแหวน ต่างหู สร้อยคอและจี้ให้มีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้นและใช้กลยุทธ์ “ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง” มาสร้างประสบการณ์และความใกล้ชิดระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคผ่านโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2561 ยังรุกตลาดด้วยการเปิดตัว 2 คอลเลคชั่นใหม่ ประเดิมด้วย “PANDORA REFLEXIONS” สร้อยข้อมือและชาร์มสุดโมเดิร์น ที่ผสานแฟชั่นและฟังก์ชั่นเข้าด้วยกันอย่างลงตัว สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นผู้หญิงยุคใหม่ วางจำหน่ายแล้วที่ร้านแพนดอร่าทุกสาขา พร้อมเตรียมส่งคอลเลคชั่น “PURELY PANDORA” ช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้อีกด้วย

บริษัทมั่นใจว่าจากกลยุทธ์ดังกล่าว ส่งผลให้ในปีนี้แพนดอร่ามีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 34 สาขา สามารถขยายฐานกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้นทั้งกลุ่มคนไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนลูกค้าเป็นคนไทยถึง 85% และต่างชาติ 15%  มั่นใจสิ้นปีแพนดอร่าเติบโต 28% และผลักดันให้ผลประกอบการรวมของบริษัทฯ เติบโต 27%”

นายธนพงษ์  แย้มแผนการดำเนินงานในปี 2562 ว่า บริษัทจะยังคงเดินหน้ารุกตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบแนวโน้มตลาดไลฟ์สไตล์จิวเวลรี่ที่ยังคงมีการเติบโตได้ดี  พร้อมกันนี้บริษัทฯ ยังเล็งขยายธุรกิจกลุ่มไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์คนเมือง เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์แฟชั่นจากต่างประเทศ เพื่อผลักดันให้บริษัทฯ เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายภายในปี 2563 แพนดอร่าจะมียอดขาย 1,200 ล้านบาท และสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตามแผนโรดแมปอีกด้วย”  นายธนพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย



บริษัท สมาร์ท โกลด์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด SMART GOLD MEDIA GROUP CO.,LTD. ติดต่อสอบถาม โทร : 0893284192 , ID Line : @siamturakij และ ฝ่ายโฆษณา siamturakijadvertising@gmail.com
© 2013 สยามธุรกิจ