นายยศสรัล แต้มคงคา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปภายใต้แบรนด์ “ไวไว” กล่าวว่า ภาพรวมมูลค่าตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของเมืองไทยอยู่ที่ประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท โดยช่วง 6 เดือนแรกมีอัตราการเติบโตประมาณ 2-3% ถือว่าอัตราการเติบโตคงที่ เนื่องจากสภาวะทางเศรษฐกิจที่ยังคงนิ่ง ประกอบกับผู้บริโภคในไทยมีทางเลือกในการเลือกอาหารรับประทานที่หลากหลายขึ้น
นอกจากนี้ ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในไทยก็ยังมีการแข่งขันที่รุนแรงเพิ่มขึ้น เนื่องมาจากบะหมี่ต่างชาติเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในไทย อย่างเช่น เทรนด์ของบะหมี่นำเข้าจากเกาหลีกำลังมาแรงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ก็ถือว่าสร้างผลกระทบต่อตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปด้วยเช่นกัน ดังนั้น กลุ่มผู้ประกอบการจึงต้องเร่งคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่มีรสชาติใหม่ ไม่จำเจ เพื่อสอดรับความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม บริษัทจึงต้องสร้างความหลากหลายทางธุรกิจเพิ่มมากกว่าที่ผ่านมา โดยล่าสุด บริษัทจึงทุ่มงบประมาณ 50 ล้านบาทปรับกลยุทธ์ทำการตลาด “มิวสิกมาร์เก็ตติ้ง” พร้อมโปรเจ็กต์พิเศษ เพลง “ทำวันนี้ ทำไวไว” แต่งโดย บอย โกสิยพงษ์ ขับร้องโดย ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ ชูคอนเซ็ปต์ความสำคัญของเวลา และคุณค่าของการลงมือทำอย่างตั้งใจ ซึ่งมองว่าเพลงจะสามารถสื่อสารไปถึงกลุ่มเป้าหมายในต่างจังหวัดได้เป็นอย่างดี รวมทั้งเน้นทำกิจกรรมในโมเดิร์นเทรด และวางจำหน่ายตามร้านสะดวกซื้อหรือช่องทางร้านค้าปลีก เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภควัยทำงานในช่วงอายุ 25-40 ปีมากขึ้น
นอกจากนี้ “ไวไว” มีเป้าหมายจับกลุ่มตลาดพรีเมี่ยมมากขึ้น ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ 3 รสชาติใหม่ ได้แก่ 1.ไวไว ต้มยำกุ้งน้ำข้น สูตรพริกเผาชนิดชาม ที่ออกแบบจับกลุ่มตลาดแมสทุกช่องทาง 2.ไวไว รสหมูสับโฉมใหม่ พร้อมปรับปรุงรสชาติเล็กน้อย ในราคาถ้วยละ 15 บาท 3.ไวไว รสต้มยำสูตรดั้งเดิม ซึ่งเป็นรสชาติที่ติดอันดับความนิยมของผู้บริโภค
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าสร้างรายได้รวมทั้งปีโตกว่า 5% ครองอันดับ 2 โดยมีส่วนแบ่งตลาด 24% และจากการสร้างเซ็กเมนต์พรีเมี่ยม คาดว่าจะสามารถช่วยขับเคลื่อนภาพรวมยอดขายในช่วงปลายปีของบริษัทให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยผู้นำตลาดยังเป็นแบรนด์มาม่า 47-48% และแบรนด์ยำยำอีก 20-21%